ความยากในการขุด ‘บิตคอยน์(BTC)’ มีแนวโน้มจะถูกปรับลดลงอีกราว 3% ภายในสุดสัปดาห์นี้ หลังข้อมูลบนเชนชี้ว่า ‘ความเร็วการสร้างบล็อก’ ของเครือข่ายช้ากว่าที่ระบบคาดไว้ ส่งผลให้มีการปรับลดภาระของนักขุดลงอีกรอบ
เมื่อวันที่ 13 ตามข้อมูลของเว็บไซต์โคอินวอร์ซ(CoinWarz) มีการประเมินว่า ในรอบการปรับความยากครั้งถัดไป ‘ความยากในการขุดบิตคอยน์’ จะลดลงประมาณ 2.91% โดย ‘ความยาก’ คือปริมาณงานที่นักขุดต้องใช้ในการค้นหาแต่ละบล็อก ซึ่งเครือข่ายบิตคอยน์จะปรับค่าดังกล่าวแบบอัตโนมัติทุกๆ ประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้เวลาเฉลี่ยในการสร้างบล็อกอยู่ที่ราว 10 นาทีต่อบล็อก
ปัจจุบันเครือข่ายบิตคอยน์มี ‘เวลาเฉลี่ยในการสร้างบล็อก’ อยู่ที่ราว 10.30 นาที ต่อ 1 บล็อก ช้ากว่าเป้าหมายราว 0.30 นาที ดังนั้นระบบจึงมีแนวโน้มจะปรับลดความยากลงเพื่อเร่งความเร็วของเครือข่าย หากการปรับครั้งนี้เกิดขึ้นจริง จะทำให้ ‘ความยากในการขุด’ ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน
ปัจจัยสำคัญเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงในรอบนี้ คือ ‘การถอนตัวของนักขุดบางส่วน’ จากเครือข่าย ตามข้อมูลของบล็อกเชนดอทคอม(Blockchain.com) ค่าแฮชเรตเฉลี่ย 7 วันของบิตคอยน์อยู่ในทิศทางชะลอตัว โดย ‘แฮชเรต’ คือปริมาณพลังประมวลผลรวมที่เชื่อมต่ออยู่กับเครือข่าย และเป็นตัวชี้วัดด้านความปลอดภัยและความแข็งแกร่งของเน็ตเวิร์กโดยตรง
เมื่อราคาบิตคอยน์อ่อนตัวต่อเนื่อง ‘รางวัลบล็อก’ ซึ่งเป็นรายได้หลักของนักขุดจะยิ่งมีมูลค่าในเชิงดอลลาร์ลดลง ขณะที่ต้นทุนด้านไฟฟ้าและค่าดูแลเครื่องขุดยังทรงตัวหรือสูงขึ้น ส่งผลให้เหมืองที่มีต้นทุนสูงเริ่ม ‘ปิดเครื่อง’ หรือดึงกำลังประมวลผลออกจากเครือข่ายมากขึ้น
ด้านราคา ‘บิตคอยน์’ แม้ภาพรวมยังไม่แรงนัก แต่ล่าสุดในวันเดียวกัน บิตคอยน์ซื้อขายอยู่แถว 78,600 ดอลลาร์ ปรับตัวขึ้นราว 2.7% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ‘ความคิดเห็น’ จากนักวิเคราะห์ในตลาดมองว่า การลดลงของความยากในรอบนี้อาจช่วยลดแรงกดดันต่อนักขุดในระยะสั้น ทำให้ต้นทุนต่อบล็อกต่ำลง และช่วยพยุงผู้เล่นที่มีประสิทธิภาพให้ยืนระยะต่อได้
อย่างไรก็ตาม ในมุมระยะยาว ‘แฮชเรต’ และความแข็งแรงของเครือข่ายจะฟื้นตัวอย่างยั่งยืนได้ ก็ต่อเมื่อมี ‘การฟื้นตัวของราคา’ เข้ามาสนับสนุนควบคู่กัน ‘ความคิดเห็น’ จากผู้เชี่ยวชาญบางรายชี้ว่า หากราคาบิตคอยน์ยังไม่กลับสู่แนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจน การลดลงของความยากอาจกลายเป็นแค่การผ่อนคลายชั่วคราว ก่อนที่เหมืองรายเล็กหรือรายที่ใช้ไฟแพงจะทยอยออกจากตลาดเพิ่มขึ้นอีก
สุดท้าย ‘การปรับลดความยากในการขุดบิตคอยน์’ รอบนี้สะท้อนว่าแรงกดดันฝั่ง ‘ซัพพลาย’ และต้นทุนการผลิตเริ่มแสดงผลก่อนสัญญาณดีด้านดีมานด์อย่างชัดเจน ทิศทางต่อจากนี้ไม่ว่าจะเป็น ‘การดีดตัวของราคา’ หรือ ‘การย้ายออกของนักขุด’ จะสามารถประเมินได้ชัดขึ้นหลังรอบการปรับความยากครั้งถัดไป โดยค่าแฮชเรตของเครือข่ายจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่นักลงทุนและผู้เล่นในตลาดคริปโตควรจับตาอย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็น 0