Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ไต้หวันสั่งแบงก์ชาติศึกษาเก็บบิตคอยน์(BTC) เป็นทุนสำรอง สะท้อนมุมมองใหม่ต่อความมั่นคงชาติ

ธนาคารกลางไต้หวันถูกกำหนดเส้นตายภายในหนึ่งเดือนในการจัดทำรายงานศึกษาความเป็นไปได้ในการถือครอง ‘บิตคอยน์(BTC)’ รวมถึงสเตเบิลคอยน์และทรัพย์สินดิจิทัลอื่นๆ เป็นส่วนหนึ่งของเงินทุนสำรองของประเทศ สถานการณ์นี้สะท้อนว่า ‘รัฐสภาไต้หวัน’ เริ่มมองทรัพย์สินดิจิทัลในกรอบ ‘ความมั่นคงแห่งชาติ’ อย่างจริงจัง แม้จะเป็น *คำสั่งการเมือง* มากกว่านโยบายจากธนาคารกลางโดยตรงก็ตาม

เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph สมาชิกสภานิติบัญญัติไต้หวัน เคอจู้ฉุน(Dr. Ko Ju-Chun) แห่งสภานิติบัญญัติ(Legislative Yuan) ได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการให้จัดสรร ‘เงินสำรองระหว่างประเทศบางส่วน’ ไปยัง ‘บิตคอยน์(BTC)’ เขาได้ส่งข้อเสนอนี้โดยตรงต่อโจจุงไถ(Cho Jung-tai) ประธานคณะรัฐมนตรี (เทียบเท่านายกรัฐมนตรี) และหยางจินหลง(Yang Chin-long) ผู้ว่าการธนาคารกลางไต้หวัน

เบื้องหลังข้อเสนอคือปัญหา ‘การพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ’ ในระดับสูงของไต้หวัน ปัจจุบันไต้หวันถือครองทุนสำรองเงินตราต่างประเทศราว ‘6 แสนล้านดอลลาร์’ และมากกว่า 80% ของทรัพย์สินเหล่านี้อยู่ในรูป ‘ดอลลาร์สหรัฐ’ สถาบันวิจัยนโยบายบิตคอยน์(Bitcoin Policy Institute, BPI) มองว่านี่คือสถานการณ์ที่ทั้ง ‘ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์’ และ ‘ความเสี่ยงการกระจุกตัวของสินทรัพย์’ กำลังเพิ่มสูงขึ้นพร้อมกัน

เจคอบ แลงเกนแคมป์(Jacob Langenkamp) นักวิจัยของ BPI ให้ ‘ความคิดเห็น’ ว่า หากเกิดกรณีสุดขั้วที่สินทรัพย์การเงินแบบดั้งเดิมถูกปิดกั้น ถูกแช่แข็ง หรือถูกจำกัดการเข้าถึง การมี ‘บิตคอยน์(BTC)’ บางส่วนในทุนสำรองสามารถช่วยให้ไต้หวันยังเข้าถึงสภาพคล่องข้ามพรมแดนได้อยู่ เขาชี้ว่าเครือข่ายของบิตคอยน์ทำงานนอกระบบธนาคารและโครงสร้างชำระเงินดั้งเดิม จึงไม่ถูกควบคุมโดยรัฐชาติใดรัฐชาติหนึ่ง

ข้อเสนอจากฝ่ายนิติบัญญัติในครั้งนี้จึงไม่ได้มอง ‘บิตคอยน์(BTC)’ เป็นเพียงสินทรัพย์เก็งกำไร แต่ยกให้เป็น ‘เครื่องมือด้านความมั่นคง’ ของรัฐ ซาม ไลแมน(Sam Lyman) จาก BPI ประเมินว่า การเคลื่อนไหวของสภาไต้หวันเป็นสัญญาณว่ารัฐเริ่มพิจารณา ‘บิตคอยน์’ ในฐานะ ‘สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์’ อย่างเปิดหน้า

เขาอธิบายว่า ‘ทองคำ’ ยังต้องพึ่งพา ‘การเคลื่อนย้ายเชิงกายภาพ’ และระบบการเก็บรักษาในโลกจริง ขณะที่สินทรัพย์สกุลเงินตามกฎหมาย เช่น พันธบัตรหรือเงินฝากต่างประเทศ ต้องผูกติดกับระบบรัฐบาลและความไว้วางใจระหว่างประเทศ แต่โครงสร้างของ ‘บิตคอยน์(BTC)’ อยู่ ‘นอกระบบเหล่านี้’ เพราะอาศัยเครือข่ายกระจายศูนย์และการยืนยันธุรกรรมด้วยคริปโตกราฟี ทำให้มีคุณสมบัติเป็นสินทรัพย์ที่ยึดไม่ได้และตรวจสอบได้บนบล็อกเชน

อย่างไรก็ตาม ท่าทีอย่างเป็นทางการของ ‘ธนาคารกลางไต้หวัน’ ต่อ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ยังไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัย ธนาคารกลางเคยระบุชัดว่าจะไม่รับ ‘บิตคอยน์(BTC)’ เป็นสินทรัพย์สำรองอย่างน้อยจนถึงปี 2025 โดยให้เหตุผลเรื่อง ‘ความผันผวนของราคา’ ‘สภาพคล่องในยามวิกฤต’ และ ‘ความท้าทายด้านการเก็บรักษา’ ซึ่งจุดยืนนี้ยังไม่มีการแก้ไขประกาศอย่างเป็นทางการ

ถึงแม้จุดยืนด้านนโยบายจะยังระมัดระวัง ภายในธนาคารกลางก็เริ่มมีการทดลองใช้งานจริงอยู่บ้างแล้ว ขณะนี้ธนาคารกลางไต้หวันกำลังใช้ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ที่ได้มาจากการยึดทรัพย์ในคดีอาญา มาทดสอบผ่านโปรแกรมแซนด์บ็อกซ์ เพื่อศึกษากลไกการทำงานของทรัพย์สินดิจิทัล ตั้งแต่การโอน การเก็บรักษา ไปจนถึงการบริหารความเสี่ยง

‘ความคิดเห็น’ ของนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการทดลองดังกล่าว แม้จะไม่ได้แปลว่าไต้หวันพร้อมเปิดรับ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ทันที แต่ก็แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานกำกับดูแลไม่ได้เลือกปิดประตูใส่ทรัพย์สินดิจิทัลโดยสิ้นเชิง การศึกษาเชิงเทคนิคและกระบวนการในตอนนี้อาจปูทางให้เกิดกรอบกำกับดูแลและยุทธศาสตร์การถือครองในอนาคต

หลังการยื่นข้อเสนอของเคอจู้ฉุน ธนาคารกลางและรัฐบาลไต้หวันจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการ ‘พิจารณาอย่างเป็นทางการ’ ว่าจะบรรจุ ‘บิตคอยน์(BTC)’ เข้าไปในยุทธศาสตร์ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศหรือไม่ ทิศทางที่จะตามมานับจากนี้ไม่เพียงสำคัญต่อโครงสร้าง ‘ความมั่นคงทางการเงิน’ ของไต้หวันเอง แต่ยังอาจกลายเป็นกรณีศึกษาให้กับประเทศอื่นๆ ที่มีทุนสำรองผูกกับ ‘ดอลลาร์สหรัฐ’ ในสัดส่วนสูง และกำลังชั่งใจว่าจะใช้ ‘บิตคอยน์(BTC)’ เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงและเสริมภูมิคุ้มกันทางภูมิรัฐศาสตร์ในระยะยาวอย่างไร

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1