Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตไวส์(Bitwise) ฮุบกองทุน USCC ของซูเปอร์สเตท รุกตลาดโทเคนไนซ์ฟันด์ ออนเชนมูลค่า 3.9 หมื่นล้านบาท

บิตไวส์(Bitwise) เดินหน้ารุกตลาด ‘โทเคนไนซ์ฟันด์’ อย่างจริงจัง ด้วยการเข้าซื้อกองทุน ‘คริปโต แคร์รี ฟันด์’ ของซูเปอร์สเตท(Superstate) หวังยึดพื้นที่ในตลาดสินค้า *การลงทุนบนเชน(on-chain)* ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

บิตไวส์ระบุว่าจะเข้ารับช่วงการบริหารกองทุนคริปโตแคร์รีฟันด์ ‘USCC’ ของซูเปอร์สเตทอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ โดยกองทุนจะเปลี่ยนชื่อเป็น ‘บิตไวส์ คริปโต แคร์รี ฟันด์’ แต่โครงสร้าง ‘บล็อกเชนอินฟราสตรักเจอร์’ เดิมของซูเปอร์สเตทยังคงถูกใช้งานต่อไป

USCC เป็นกองทุนขนาดราว 267 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.9 หมื่นล้านบาท) ที่ให้กลยุทธ์แบบ ‘แคชแอนด์แคร์รี(Cash & Carry)’ แก่นักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนที่ผ่านเกณฑ์ โดยใช้ส่วนต่างระหว่างราคา *สัญญาซื้อขายล่วงหน้า* กับราคา *ตลาดสปอต* เพื่อสร้างผลตอบแทน โครงสร้างลักษณะนี้มักทำงานได้ดีในช่วงตลาดขาขึ้นที่ *ส่วนต่างราคาฟิวเจอร์ส (ฟิวเจอร์สพรีเมียม)* ขยายตัว

กองทุนยังผสานโลก *ดีไฟ(DeFi)* อย่างชัดเจน โดยมีสินทรัพย์มูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์ถูกนำไปใช้เป็นหลักประกันในโปรโตคอลอย่าง เอฟเอฟอีฟ(AAVE) และ คามิโน(Camino) ทำให้กองทุนมีความเชื่อมโยงกับระบบการเงินบนเชนสูง และใช้ประโยชน์จากสภาพคล่อง *ออนเชน* ได้อย่างเข้มข้น

การเข้าซื้อครั้งนี้นับเป็นการก้าวเข้าสู่ตลาด ‘โทเคนไนซ์ฟันด์’ ของบิตไวส์เป็นครั้งแรก ปัจจุบันบิตไวส์บริหารสินทรัพย์คริปโตผ่านกองทุน ETF และกองทุนส่วนบุคคลรวมกันราว 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.61 ล้านล้านบาท) และกำลังมองเห็นโอกาสใหม่จากการเปลี่ยนสินทรัพย์การลงทุนให้มาอยู่ในรูปแบบ *โทเคนบนบล็อกเชน*

‘โทเคนไนซ์ฟันด์’ ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเซ็กเตอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล บริษัทจัดการสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่ทั้ง แบล็คร็อก(BlackRock), แฟรงคลิน เทมเพิลตัน(Franklin Templeton) และ ฟิเดลิตี้(Fidelity) ต่างทยอยออกกองทุน *ตราสารหนี้รัฐบาลสหรัฐ* และกองทุน *มันนีมาร์เก็ต* ในรูปแบบโทเคน เพื่อเปิดทางให้นักลงทุนเข้าถึงสินทรัพย์ดั้งเดิมผ่านโครงสร้างบนเชน

กองทุนที่อยู่บนบล็อกเชนมีจุดเด่นที่นักลงทุนสามารถถือครอง ‘หน่วยลงทุน’ ในรูปโทเคน, ซื้อขายได้ 24 ชั่วโมง และชำระราคาได้แทบจะทันที จึงถูกมองว่ามีประสิทธิภาพเหนือกว่าระบบการเงินดั้งเดิมในแง่ความเร็วและต้นทุน ‘ความคิดเห็น’ มีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากมองว่ากลไกเหล่านี้จะค่อย ๆ กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดทุนทั่วโลก

ข้อมูลจาก RWA.xyz ระบุว่า มูลค่ารวมของ *สินทรัพย์จริงในโลก (Real World Assets, RWA)* ที่ถูกโทเคนไนซ์ทั่วโลกตอนนี้ทะลุ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.39 แสนล้านบาท) ไปแล้ว โดยมากกว่าครึ่ง หรือกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์ มาจากกองทุนที่อ้างอิงพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

ดีลนี้ยังสะท้อนการเปลี่ยนทิศทางธุรกิจของซูเปอร์สเตทด้วย บริษัทที่ก่อตั้งโดย โรเบิร์ต เลชเนอร์(Robert Leshner) ผู้ก่อตั้งโปรโตคอลกู้ยืมชื่อดัง *คอมพาวด์(Compound)* วางแผนลดบทบาทการเป็นผู้จัดการกองทุนโดยตรง แล้วหันไปโฟกัสการพัฒนาแพลตฟอร์มโทเคนไนซ์ภายใต้ชื่อ ‘FundOS’ ซึ่งเป็น *อินฟราสตรักเจอร์สำหรับโทเคนไนซ์ฟันด์* โดยเฉพาะ

เมื่อเดือนที่ผ่านมา อินเวสโค(Invesco) บริษัทจัดการกองทุนที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็เพิ่งเข้าซื้อกองทุนมันนีมาร์เก็ตบนเชนของซูเปอร์สเตทเช่นกัน สะท้อนทิศทางที่ซูเปอร์สเตทจะเน้นให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลัง มากกว่าลงมาบริหารสินทรัพย์เอง

ฮันเตอร์ ฮอร์สลีย์(Hunter Horsley) ซีอีโอของบิตไวส์ ให้ความเห็นว่า “ตลาดทุนกำลังเคลื่อนย้ายขึ้นมาอยู่บนเชน” และเสริมว่า ทั้งสถาบันการเงินดั้งเดิมและบริษัทคริปโตกำลัง “หันมาใช้โทเคนไนซ์ฟันด์อย่างจริงจัง” ในฐานะสะพานเชื่อมระหว่างโลกการเงินเก่าและใหม่ ‘ความคิดเห็น’ มุมมองนี้สอดคล้องกับภาพรวมที่เห็นได้ชัดจากการเข้ามาของยักษ์ใหญ่สาย TradFi ในปีที่ผ่านมา

แม้จะมีการเปลี่ยนผู้จัดการกองทุน แต่โครงสร้างของ USCC จะยังคงเดิมแทบทั้งหมด นักลงทุนเดิมยังใช้ ‘ทีเคอร์ USCC’ เดิม สัญญาโทเคนเดิม และที่อยู่บล็อกเชนเดิมในการถือครองและซื้อขายหน่วยลงทุน โดยซูเปอร์สเตทยังคงรับหน้าที่ด้านเทคนิค เช่น การออกโทเคน การโอนโทเคน และการบำรุงรักษาอินฟราสตรักเจอร์บนเชน

การเคลื่อนไหวของบิตไวส์ครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณสำคัญของการแข่งขันในตลาด ‘โทเคนไนซ์ฟันด์’ ที่กำลังเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เส้นแบ่งระหว่าง *บริษัทรายใหญ่สายการเงินดั้งเดิม* กับ *บริษัทคริปโตเนทีฟ* กำลังเลือนรางลง และตลาดกำลังจับตาดูว่ากองทุนออนเชนเหล่านี้จะเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างของตลาดทุนโลกในระยะยาวอย่างไร

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1