Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บล랙ร็อก(BLK) เร่งเครื่องโทเคนไนซ์ไฟแนนซ์ ยื่นตั้งกองทุน Stablecoin ออนเชนหนุนตลาด RWA โตแรง

บล랙ร็อก(BLK) ผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลก เดินหน้าเร่งเครื่อง ‘โทเคนไนซ์ไฟแนนซ์’ นำสินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและกองทุนตลาดเงินขึ้น ‘ออนเชน’ ต่อเนื่อง สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านจากระบบการเงินดั้งเดิมสู่บล็อกเชนที่เริ่มจริงจังมากขึ้น

บล랙ร็อกยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) เพื่อขอจัดตั้งกองทุนใหม่ชื่อ ‘BlackRock Daily Income Reinvestment Stablecoin Reserve Vehicle’ โครงสร้างกองทุนจะนำเงินไปลงทุนในเงินสด พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะสั้น และธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบข้ามคืนที่มีพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน(RP) โดยกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำของผู้ลงทุนไว้ที่ 3 ล้านดอลลาร์ หรือราว 43,965 ล้านบาท

หัวใจของกองทุนนี้คือการออก ‘หุ้นออนเชน(OnChain Shares)’ ที่เชื่อมต่อกับบล็อกเชนสาธารณะผ่าน ‘ระบบแบบมีการอนุญาต’ โดยมี เซคิวริตาไทซ์ ทรานส์เฟอร์ เอเยนต์(Securitize Transfer Agent) ทำหน้าที่ดูแลบันทึกการถือครองอย่างเป็นทางการ ด้านที่อยู่กระเป๋าเงินและข้อมูลยืนยันตัวตนของนักลงทุนจะถูกผูกกับระบบนอกเชน เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำกับดูแล อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยว่าระยะแรกจะรองรับเครือข่ายบล็อกเชนใดบ้าง

บล랙ร็อกยังระบุด้วยว่าจะนำ ‘หุ้นออนเชน’ ไปใช้กับกองทุนเดิมอย่าง ‘BlackRock USD Institutional Digital Liquidity Fund’ ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารราว 7,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.02 ล้านล้านบาท โดยกองทุนนี้จะบันทึกกรรมสิทธิ์บนเครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) มาตรฐาน ERC-20 และให้ธนาคาร BNYเมลลอน(BNY Mellon) ทำหน้าที่เป็นตัวกลางรับโอน

โครงสร้างดังกล่าวใช้บล็อกเชนเป็น ‘ทะเบียนผู้ถือหุ้นอย่างเป็นทางการ’ โดยเชื่อมข้อมูลออนเชนเข้ากับระบบยืนยันตัวตนนอกเชน เกิดเป็นโมเดล ‘ไฮบริด’ ระหว่างโครงสร้างพื้นฐานการเงินแบบเดิมกับเทคโนโลยีบล็อกเชน ทำให้ยังรักษากรอบกำกับดูแลเดิมไว้ได้ ขณะเดียวกันก็เพิ่มความโปร่งใสและความเร็วในการโอนย้ายสินทรัพย์

ตลาด ‘โทเคนไนซ์’ กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นธีมหลักของสินทรัพย์ดิจิทัล โดยโทเคนไนซ์คือการแปลงสินทรัพย์ดั้งเดิม เช่น กองทุน พันธบัตร หุ้น ให้กลายเป็นโทเคนบนบล็อกเชน จุดเด่นอยู่ที่การชำระราคาได้รวดเร็ว ซื้อขายได้เกือบตลอด 24 ชั่วโมง และตรวจสอบได้โปร่งใสผ่านข้อมูลออนเชน

ข้อมูลจาก rwa.xyz ระบุว่าตลาดสินทรัพย์จริงบนบล็อกเชน หรือ ‘RWA โทเคนไนซ์’ มีขนาดเติบโตมากกว่า 200% ในช่วงปีที่ผ่านมา แตะระดับกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 4.39 แสนล้านบาท ขณะที่รายงานร่วมของบอสตันคอนซัลติ้งกรุ๊ป และ ‘ริปเปิล(XRP)’ ประเมินว่าตลาดนี้อาจขยายตัวไปถึง 18.9 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2033

แลร์รี ฟิงก์(Larry Fink) ซีอีโอบล랙ร็อก เคยย้ำหลายครั้งว่าการ ‘โทเคนไนซ์’ คือหัวใจของการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานการเงินระดับโลก บล랙ร็อกเองก็เริ่มลงมือจริงจังตั้งแต่ปี 2024 ด้วยการออกกองทุนตลาดเงินแบบโทเคนไนซ์ ‘BUIDL’ ร่วมกับเซคิวริตาไทซ์ ซึ่งขยายขนาดสินทรัพย์ขึ้นมาถึงราว 2,500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.66 แสนล้านบาท และถูกใช้เป็นหลักประกันในตลาดคริปโตมากขึ้นเรื่อยๆ

‘ความคิดเห็น’ การยื่นแบบต่อ SEC ต่อเนื่องรอบล่าสุดสะท้อนว่าบล랙ร็อกจากการทดลองเชิงแนวคิด กำลังก้าวสู่การพาณิชย์เต็มรูปแบบใน ‘โทเคนไนซ์ไฟแนนซ์’ ช่องว่างระหว่างโลกการเงินดั้งเดิมและบล็อกเชนกำลังแคบลงอย่างรวดเร็ว และมีโอกาสสูงที่เม็ดเงินจากสถาบันจะหลั่งไหลเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้นในระยะต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1