Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ตลาดน้ำมันพุ่งรับตะวันออกกลางเดือด ขณะบิตคอยน์(BTC) พลิกสัมพันธ์ลบ หลัง WTI ทะยานกว่า 75%

ตลาดน้ำมันพุ่งรับตะวันออกกลางเดือด ขณะบิตคอยน์(BTC) พลิกสัมพันธ์ลบ หลัง WTI ทะยานกว่า 75% / Tokenpost

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุอีกครั้ง กำลังทำให้ ‘ตลาดน้ำมัน’ กลายเป็นตัวแปรสำคัญของตลาดการเงินโลกอีกครั้ง หลังราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนท์พุ่งขึ้นมากกว่า 75% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ความสัมพันธ์กับบิตคอยน์(BTC) และตลาดหุ้นสหรัฐพลิกเป็นลบอย่างชัดเจน สะท้อนว่าเมื่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น สินทรัพย์ที่ตอบสนองแรงที่สุดยังคงเป็นน้ำมัน ตามรายงานของ ไคโก รีเสิร์ช(Kaiko Research)

รายงานของ โธมัส พร็อบสต์(Thomas Probst) จาก ไคโก รีเสิร์ช ระบุว่า แนวโน้มดังกล่าวชัดเจนขึ้นในปี 2026 หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางเร่งตัวอีกระลอก โดยราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนท์เริ่มต้นปีแถว 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนขยับขึ้นไปอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ในช่วงล่าสุด อีกทั้งยังเคลื่อนไหวในกรอบกว้างระหว่าง 80-115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสะท้อนถึงความผันผวนสูงจากข่าวเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทาน ความเป็นไปได้ของการปะทะทางทหาร และความหวังเรื่องการหยุดยิง

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 เมษายน (เวลาท้องถิ่น) หลังประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ส่งผลให้พรีเมียมความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สะท้อนอยู่ในราคาน้ำมันลดลงอย่างรวดเร็ว และทำให้ WTI ร่วงลงราว 18% ภายในไม่กี่ชั่วโมง เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าราคาน้ำมันสามารถถูกประเมินใหม่อย่างรวดเร็วจากพาดหัวข่าวด้านการเมืองและการทหาร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียว โดย ไคโก รีเสิร์ช มองว่าโครงสร้างแบบนี้ทำให้น้ำมันเป็นสินทรัพย์ที่ ‘ไวต่อข่าว’ มากกว่าสินค้าโภคภัณฑ์อื่น

ในฝั่งสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ภาพรวมไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ก๊าซธรรมชาติยังไม่แสดงแนวโน้มที่ชัดเจน แม้จะมีการฟื้นตัวบางส่วนในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมหลังจากอ่อนตัวลงก่อนหน้า แต่โดยรวมยังแกว่งตัวไม่สม่ำเสมอ ขณะที่ทองแดงปรับตัวแข็งแกร่งกว่าจากปัจจัยหนุนด้านอุปทานและอุปสงค์ ราคาเพิ่มขึ้นจากราว 5.3 ดอลลาร์ไปอยู่เหนือ 6.3 ดอลลาร์ โดยมีแรงสนับสนุนจากปัญหาอุปทานในเปรู และความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากโครงข่ายไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และศูนย์ข้อมูล AI

อย่างไรก็ดี ศูนย์กลางของรอบนี้ยังคงเป็น ‘ตลาดน้ำมัน’ โดยข้อมูลของไคโกระบุว่า ความผันผวนแบบ 30 วันของ WTI และเบรนท์เคยพุ่งทะลุ 100% ในช่วงเดือนเมษายน และล่าสุดยังอยู่แถว 85% ซึ่งถือว่าสูงผิดปกติ เมื่อเทียบกับบิตคอยน์(BTC) ที่ความผันผวนลดลงมาอยู่ราว 22% ขณะที่ทองแดงและดัชนี S&P 500(SPX) อยู่ที่ประมาณ 25% และ 12% ตามลำดับ ภาพนี้ชี้ว่าแหล่งกำเนิดความผันผวนหลักของตลาดไม่ได้อยู่ที่สินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม แต่กระจุกอยู่ในภาคพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันดิบ

ในด้านผลตอบแทน WTI เป็นสินทรัพย์ที่โดดเด่นที่สุดในปี 2026 ด้วยการปรับขึ้นมากกว่า 75% ทิ้งห่างสินทรัพย์หลักอื่นอย่างชัดเจน ขณะที่ทองแดงและ SPX เพิ่มขึ้นในอัตราที่จำกัดกว่า ส่วนบิตคอยน์(BTC) กลับให้ผลตอบแทนติดลบในช่วงเวลาที่ศึกษา รายงานจึงประเมินว่า บิตคอยน์ยังไม่สามารถทำหน้าที่เป็น ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ ได้จริงในภาวะความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์รอบนี้ เพราะแทนที่จะเคลื่อนไหวสวนความไม่แน่นอน ราคากลับเดินไปคนละทางกับน้ำมัน

การเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ยิ่งตอกย้ำภาพดังกล่าว หลังจาก WTI และบิตคอยน์(BTC) เคยมีความสัมพันธ์เป็นบวกจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ แต่ในเดือนมีนาคมได้พลิกเป็นลบ และลดลงไปแตะราว -0.5 ในเดือนพฤษภาคม ส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง WTI และ SPX ก็เคลื่อนไหวคล้ายกัน แต่ลดลงแรงกว่าไปอยู่ใกล้ -0.7 นั่นหมายความว่าในช่วงที่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น น้ำมันปรับตัวขึ้นแรง ขณะที่หุ้นและคริปโตเผชิญแรงกดดัน ก่อนที่สินทรัพย์เสี่ยงจะค่อย ๆ ฟื้นเมื่อราคาน้ำมันเริ่มนิ่งลง

หากมองในเชิงประวัติศาสตร์ รูปแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตน้ำมันปี 1973 การปฏิวัติอิหร่านในปี 1979 หรือสงครามอ่าวในปี 1990 ต่างเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นในระยะสั้นอย่างรุนแรง เมื่อพิจารณาถึงบทบาทของตะวันออกกลางในห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันครั้งนี้จึงไม่ใช่เหตุการณ์นอกกรอบ แต่เป็นกลไกปกติที่เกิดขึ้นเมื่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์สะท้อนเข้าสู่ราคาพลังงาน โดยรายงานระบุว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของรอบนี้เกิดขึ้นช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ หลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นครั้งแรก

ในมุมของโครงสร้างตลาด ไคโกยังระบุว่า ดัชนีอ้างอิงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ของบริษัทสามารถคำนวณราคาแบบเรียลไทม์ทุกวินาทีสำหรับสินทรัพย์หลักรวมถึงน้ำมันดิบ แม้นอกเวลาทำการปกติของตลาดซื้อขาย พร้อมระบุว่าระบบดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรฐาน BMR และให้ความโปร่งใสในระดับที่นักลงทุนสถาบันต้องการ ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นในช่วงที่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของ ‘ตลาดน้ำมัน’ ขยายตัวรวดเร็ว

ความคิดเห็น จากข้อมูลทั้งหมด ภาพที่ชัดเจนคือความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้กดดันเฉพาะภาคพลังงานอีกต่อไป แต่กำลังจัดระเบียบใหม่ให้กับการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์หลายประเภท ทั้งสินค้าโภคภัณฑ์ บิตคอยน์(BTC) และตลาดหุ้น น้ำมันจึงยังเป็น ‘บารอมิเตอร์’ หลักของแรงกระแทกครั้งนี้ ทั้งในมิติของราคาที่พุ่งแรง ความผันผวนที่สูงผิดปกติ และความสัมพันธ์เชิงลบกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ขณะที่ทองแดงได้อานิสงส์จากภาวะอุปทานตึงตัวและอุปสงค์ระยะยาว ส่วนก๊าซธรรมชาติยังคงแกว่งตัวไร้ทิศทางชัดเจน แต่สำหรับตอนนี้ WTI และเบรนท์ยังเป็นสินทรัพย์ที่เปิดรับความตึงเครียดในตะวันออกกลางโดยตรงมากที่สุด และทำให้ ‘ตลาดน้ำมัน’ กลับมายืนอยู่แนวหน้าของความเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อีกครั้ง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1