เบส(Base) บล็อกเชนอีเธอเรียมเลเยอร์2 ของ ‘คอยน์เบส(COIN)’ เปิดตัวเครื่องมือใหม่ ‘Base MCP(Model Context Protocol)’ ที่เชื่อมต่อ ‘เอไอเอเจนต์’ เข้ากับบล็อกเชนโดยตรง ทำให้ผู้ใช้สามารถโอนคริปโต ตรวจสอบยอด และสวอปโทเคนได้จากในแชตของเอไออย่าง ‘แชตจีพีที(ChatGPT)’ และ ‘โคลด(Claude)’ โดยไม่ต้องออกจากหน้าต่างสนทนา สร้างกระแสการแข่งขันด้าน ‘เอไอเอเจนต์สำหรับการชำระเงินด้วยคริปโต’ ให้ร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) เบสประกาศเปิดตัว ‘Base MCP’ ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถสั่งให้เอไอช่วยทำงานบนบล็อกเชนได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการเช็กยอดคงเหลือ ดูประวัติธุรกรรม โอนเงินคริปโต สวอปโทเคน ไปจนถึงเรียกใช้แอปที่รองรับต่างๆ โดยปัจจุบัน เบสเชื่อมต่อกับโปรโตคอลหลักอย่าง โม포(Morpho), มูนเวล(Moonwell), ยูนิสวาป(UNISWAP), แอร์로드โรม(Aerodrome), อวนทิส(Avantis), แบงเกอร์(Bancor) และ เวอร์ชวลส์(Vertices/หรือชื่อทางการที่ใช้ในข่าวต้นทาง) เพื่อให้เอไอสามารถเข้าถึงฟังก์ชันดีไฟน์(DiFi) ได้หลากหลาย
วิธีใช้งานถูกออกแบบให้เรียบง่าย เอไอเอเจนต์จะเป็นฝ่ายเสนอแนะการดำเนินการจากในหน้าต่างแชตก่อน เช่น เสนอให้สวอปโทเคนหรือโอนคริปโต เมื่อผู้ใช้กดยืนยัน ระบบจะเปิดหน้าต่างกระเป๋า ‘Base Wallet’ แยกออกมา เพื่อให้ผู้ใช้ตรวจสอบรายละเอียดและกดอนุมัติหรือปฏิเสธด้วยตัวเอง เบสย้ำว่า เอไอเอเจนต์ ‘ไม่สามารถเข้าถึงกุญแจส่วนตัว’ ของผู้ใช้ได้โดยตรง และทุกธุรกรรมต้องผ่านการยืนยันขั้นสุดท้ายจากเจ้าของกระเป๋า นอกจากนี้ยังมีขั้นตอน ‘จำลองผลลัพธ์ของธุรกรรม’ ให้ผู้ใช้เห็นการเปลี่ยนแปลงของยอดทรัพย์สินก่อนกดส่งธุรกรรมจริงอีกด้วย
เบสผลักดันฟีเจอร์นี้เพราะมองว่า ‘การชำระเงินผ่านเอเจนต์’ จะเป็นอนาคตสำคัญของคริปโต ในมุมมองของอุตสาหกรรม เอไอโมเดลขนาดใหญ่ (LLM) มีโอกาสเชื่อมต่อกับโครงข่ายการเงินดั้งเดิมได้ยาก แต่สามารถใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อทำ ‘ไมโครเพย์เมนต์’ หรือธุรกรรมมูลค่าเล็กๆ ความถี่สูง ได้อย่างยืดหยุ่น ลินคอล์น เมอร์(Lincoln Merrill หรือชื่อตามรายงานเดิม) หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์เอไอของคอยน์เบส ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฟอร์จูน(Fortune) ว่า ‘บัญชีเบส’ แตกต่างจากกระเป๋าแยกเดี่ยวบนเทอร์มินัล เพราะสามารถทำธุรกรรม บันทึกประวัติ และติดตามพอร์ตโฟลิโอ ได้ทั้งจากในเอไอเอเจนต์และในแอป Base โดยต่อเนื่องกัน
ฟีเจอร์นี้ยังถูกออกแบบมาเพื่อเร่งการยอมรับมาตรฐานการชำระเงินผ่านเอเจนต์ ‘x402’ ซึ่งคอยน์เบสเปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 เมอร์ตั้งคำว่า MCP เป็นเหมือน ‘การแพ็กเกจสวยๆ บน API’ ที่ช่วยให้เอไอเชื่อมต่อกับบล็อกเชนได้ง่ายขึ้น และเมื่อใช้งานร่วมกับมาตรฐาน x402 ก็จะเปิดทางให้เอไอเอเจนต์สามารถทำ ‘ไมโครเพย์เมนต์ด้วยคริปโต’ ได้อย่างอัตโนมัติ เกิดเศรษฐกิจการจ่ายเงินแบบจิ๋วๆ ระดับคำสั่งหรือระดับการเรียกใช้บริการเอไอแต่ละครั้ง อย่างไรก็ตาม ตลาดนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ตามข้อมูลจาก x402scan ปริมาณการประมวลผลผ่าน x402 ในช่วง 30 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ราว 1.1 ล้านดอลลาร์ ซึ่งหากใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 1,497.40 วอน จะเท่ากับประมาณ 1,647.14 ล้านวอน หรือราว 16.47億วอน
แม้แนวคิด ‘ให้เอไอเอเจนต์ถือเงินและจ่ายเงิน’ จะดูน่าตื่นเต้น แต่ก็เต็มไปด้วยข้อกังวลด้านความปลอดภัย งานวิจัยล่าสุดจากกูเกิล(Google) ร่วมกับนักวิจัยหลายมหาวิทยาลัย แนะนำให้มองเอไอเอเจนต์เป็น ‘องค์ประกอบของระบบที่ไม่อาจเชื่อถือได้’ เนื่องจากผู้โจมตีสามารถฝังคำสั่งอันตรายไว้ในข้อความหรือข้อมูลที่เอไอรับเข้าได้ จึงจำเป็นต้องแยก ‘คำสั่ง’ และ ‘ข้อมูล’ อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ บริษัทรักษาความปลอดภัยอย่าง ซ็อกเก็ต(Socket) ยังเคยค้นพบมัลแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อลอบยึดครองเอไอผู้ช่วยเขียนโค้ดโดยเฉพาะ แสดงให้เห็นว่าเอไอเอเจนต์กำลังกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของแฮกเกอร์
‘Base MCP’ จึงเป็นตัวอย่างสำคัญของการทดลอง ‘ผสานเอไอกับคริปโต’ จากระดับแนวคิดสู่การเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินจริง’ หากระบบอนุญาตให้เอไอเอเจนต์สั่งธุรกรรมได้สะดวกขึ้น ฝั่งผู้ให้บริการก็ต้องยกระดับกระบวนการตรวจสอบความปลอดภัย และขั้นตอนยืนยันตัวตนของผู้ใช้ให้แข็งแรงมากขึ้น ‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์มองว่าความเร็วในการใช้งานจริงของเอไอเอเจนต์เพื่อการชำระเงิน อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับความลื่นไหลของประสบการณ์ผู้ใช้เพียงอย่างเดียว แต่จะขึ้นอยู่กับว่า ระบบสามารถพิสูจน์ให้ผู้ใช้เชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยและการควบคุมเงินของตัวเองได้มากแค่ไหนด้วย
ความคิดเห็น 0