บิตไมน์ เดินหน้าซื้ออีเธอเรียมต่อเนื่อง ท่ามกลาง ‘ตลาดขาลง’ ของ ETH
บิตไมน์ อิมเมอร์ชัน เทคโนโลยี(BitMine Immersion Technologies) ยังคงเร่งสะสม ‘อีเธอเรียม(ETH)’ ต่อเนื่อง แม้ราคาจะอ่อนตัวหลุดแนวรับสำคัญหลายระดับ ทำให้บริษัทยังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ด้านการถือครอง ETH ในช่วงที่ตลาดกำลังเผชิญภาวะ ‘แรงขายกดดัน’ หนัก
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph บิตไมน์ได้เข้าซื้ออีเธอเรียมเพิ่มอีก 126,971 ETH ภายในสัปดาห์เดียว โดยอาศัยจังหวะที่ราคาลดลงมาแถวโซน 1,500 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ถือเป็นดีลซื้อสะสมรายสัปดาห์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของบริษัทนับตั้งแต่ต้นปี 2026
หลังการเข้าซื้อครั้งนี้ บิตไมน์มีการถือครองรวมประมาณ 5.54 ล้าน ETH หรือคิดเป็นราว 4.59% ของปริมาณอีเธอเรียมหมุนเวียนในตลาด ขณะที่บริษัทตั้ง ‘เป้า’ ภายในปีนี้ว่าจะดันสัดส่วนถือครองขึ้นไปแตะระดับ 5% ของอุปทานหมุนเวียนให้ได้
‘ความคิดเห็น’ การที่บริษัทขนาดกลาง-ใหญ่กล้าเข้าซื้อสวนกระแสในช่วงที่ตลาดถูกเทขาย อาจช่วยสร้างฐานความเชื่อมั่นระยะยาวต่ออีเธอเรียมได้บางส่วน แม้ในระยะสั้นจะยังไม่เพียงพอพลิกทิศราคาทันที แต่สะท้อนมุมมองของสถาบันว่าราคา ณ ระดับปัจจุบันเริ่มน่าลงทุนเชิงพื้นฐานมากขึ้น
ตลาดคริปโตซบเซาแรง บิตคอยน์-ริปเปิลร่วงตาม เพิ่มแรงกดดันต่อ ETH
ภาวะอ่อนตัวของ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ ไม่ได้เกิดขึ้นโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปรับฐานในตลาดคริปโตโดยรวม โดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา บิตคอยน์(BTC) ร่วงลงมากกว่า 14% ขณะที่อีเธอเรียม(ETH) อ่อนตัวมากกว่า 15% ด้านริปเปิล(XRP) ก็ปรับตัวลงกว่า 13% ส่งผลให้ ‘บรรยากาศการลงทุน’ ตึงเครียด และความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้ลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด
ในเชิงเทคนิค ราคาปัจจุบันของอีเธอเรียมอยู่บริเวณ 1,684 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล (EMA) ระยะสำคัญทั้งหมด ได้แก่ EMA 50 วันที่โซน 2,058 ดอลลาร์, EMA 100 วันที่ราว 2,189 ดอลลาร์ และ EMA 200 วันที่บริเวณ 2,441 ดอลลาร์ การที่ราคาอยู่ใต้เส้นเฉลี่ยหลักทั้งสาม เสี่ยงทำให้ทุกการดีดตัวเจอแรงขายทำกำไรและแรงเทขายจากนักลงทุนที่ติดดอย
ดัชนี RSI รายวันของ ETH อยู่ใกล้ระดับ 50 แสดงถึงภาวะ ‘ทรงตัว’ ไม่มีภาวะซื้อมากหรือน้อยเกินไปชัดเจน แต่สัญญาณ MACD ยังอยู่ในโซนลบลึก บ่งชี้ว่าโมเมนตัมฝั่งขายยังเป็นฝ่ายครองตลาด
ระยะสั้น นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าโซน 1,747 ดอลลาร์ และ 2,000 ดอลลาร์ เป็นแนวต้านสำคัญที่ราคาอีเธอเรียมต้องผ่านให้ได้เพื่อยืนยันการฟื้นตัว ขณะที่ด้านล่างบริเวณ 1,385 ดอลลาร์ถูกจับตาเป็นแนวรับถัดไป หากการเทขายยังดำเนินต่อเนื่อง
แม้ ‘การซื้อสะสมเชิงรุก’ ของบิตไมน์จะช่วยพยุงด้านอุปทานของอีเธอเรียมได้บางส่วน แต่เมื่อพิจารณาจากภาพรวมตลาดที่เต็มไปด้วย ‘แรงกดดันฝั่งขาย’ ทั้งจากบิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH) และริปเปิล(XRP) แนวโน้มในช่วงสั้นยังคงเสี่ยงต่อการผันผวนลงมากกว่าการฟื้นตัวแรง
‘ความคิดเห็น’ หากบิตไมน์และผู้เล่นสถาบันรายอื่นยังคงทยอยสะสม ETH ต่อเนื่อง อาจกลายเป็นปัจจัยรองรับราคาที่สำคัญในระยะกลางถึงยาว แต่สำหรับนักลงทุนรายย่อย การจัดการความเสี่ยงและการกำหนดจุดเข้าซื้อ-จุดตัดขาดทุนอย่างรอบคอบยังคงเป็นสิ่งจำเป็น ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังโน้มเอียงไปทางขาลงอย่างชัดเจน
ความคิดเห็น 0