บิตคอยน์(BTC) จำนวนกว่า 1,000만เหรียญกำลังอยู่ในภาวะ ‘ขาดทุน’ เมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยที่ซื้อมา ทำให้ตลาดกลับมาถกเถียงกันอีกครั้งว่ารอบนี้ใกล้ถึง ‘จุดต่ำสุด’ หรือยัง ข้อมูลออนเชนชี้ว่าปริมาณบิตคอยน์(BTC) ที่อยู่ในโซนขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนหลายฝ่ายมองว่าภาพรวมเริ่มคล้ายช่วงเปลี่ยนเทรนด์สำคัญในอดีต
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ ‘코인텔레그래프(Cointelegraph)’ นักวิเคราะห์ตลาด อาลี มาร์ติเนซ(Ali Martinez) ระบุว่า ปริมาณบิตคอยน์(BTC) ที่ถือครองอยู่ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยที่ซื้อ (‘평균 매입가 이하 보유 물량’) กำลังเข้าใกล้ระดับ “จุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์” โดยข้อมูลจากผู้ให้บริการออนเชนอย่าง ‘글래스노드(Glassnode)’ แสดงให้เห็นว่า ‘ปริมาณบิตคอยน์(BTC) ในสถานะขาดทุนรวม’ อยู่ที่ราว 10.46 ล้านเหรียญ คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของบิตคอยน์(BTC) ทั้งหมดที่สามารถหมุนเวียนได้ จากจำนวนการออกสูงสุด 21 ล้านเหรียญ
ตัวเลข ‘1,000만เหรียญในโซนขาดทุน’ นี้ ถูกพูดถึงบ่อยครั้งในฐานะระดับที่มีนัยสำคัญในวัฏจักรราคาที่ผ่านมา ทุกครั้งที่บิตคอยน์(BTC) เผชิญการปรับฐานครั้งใหญ่ ปริมาณเหรียญที่ติดดอยจนขาดทุนมักจะพุ่งขึ้นทะลุ 10 ล้านเหรียญ และหลังจากนั้นก็มักตามมาด้วยการรีบาวด์ระยะยาวอยู่หลายรอบ รอบนี้ก็เช่นกัน ราคาบิตคอยน์(BTC) ร่วงลงแรงจากจุดสูงสุด ทำให้เหรียญที่เคยอยู่ในโซนกำไรหดตัวลงต่อเนื่อง ขณะที่เหรียญในโซนขาดทุนขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ในตลาดสปอต บิตคอยน์(BTC) ล่าสุดซื้อขายกันแถวระดับประมาณ 63,242 ดอลลาร์ โดยตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ราคาปรับตัวลงมามากกว่า 40% สถานการณ์นี้ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ตกอยู่ในภาวะ ‘ขาดทุนตามบัญชี’ หรือ ‘평가손실’ ส่งผลให้บางมุมมองเชื่อว่าแรงขายอาจเริ่มอ่อนลง เนื่องจากผู้ที่ขาดทุนหนักแล้วมักมีแนวโน้มจะ ‘ถือรอ’ แทนที่จะขายทิ้งในช่วงราคาลงลึก ความยืดหยุ่นของผู้ถือระยะยาวอาจช่วยลดแรงเทขายแบบตื่นตระหนกได้ในระดับหนึ่ง
ด้านจิตวิทยาตลาดก็สะท้อนบรรยากาศ ‘ซบเซา’ ชัดเจน ข้อมูล ‘กำไร–ขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ (NUPL)’ ของ 글래스노드 ระบุว่า ตัวชี้วัดนี้ล่าสุดลดลงเข้าสู่โซน ‘ความหวัง–ความกลัว (희망-공포)’ แปลว่านักลงทุนจำนวนมากเริ่มไม่มั่นใจและมีมุมมองเชิงลบต่อทิศทางตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ NUPL เข้าสู่โซนนี้ไม่ได้หมายความว่า ‘จุดต่ำสุด’ จะเกิดขึ้นทันที ในอดีตเคยมีหลายช่วงที่ตลาดยังเหวี่ยงต่อไปอีกพักใหญ่ ก่อนจะค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นจากระดับดังกล่าว
ท้ายที่สุด ข้อมูลรอบนี้สะท้อนว่า ‘บิตคอยน์(BTC)’ อาจกำลังเข้าใกล้ช่วง ‘จุดเปลี่ยน’ อีกครั้ง การที่เหรียญจำนวนมากหล่นสู่โซนขาดทุนถือเป็นสัญญาณหนึ่งที่น่าจับตา แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าตลาดได้ทำ ‘จุดต่ำสุด’ ไปแล้ว ‘ความคิดเห็น’ ของผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ยังย้ำว่าต้องรอดูว่า ทั้งตัวชี้วัดออนเชนและภาวะอารมณ์นักลงทุนจะไหลไปสู่จุดสุดโต่งพร้อมกันหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้น่าจะเป็น ‘กุญแจสำคัญ’ ในการกำหนดทิศทางของบิตคอยน์(BTC) ในช่วงถัดไป
ความคิดเห็น 0