โคอินเบส(COIN) เปิดตัวเครื่องมือใหม่ให้ ‘เอไอเอเจนต์’ จัดการ ‘เทรดคริปโต-จ่ายเงิน’ แทนผู้ใช้แบบอัตโนมัติ ท่ามกลางกระแสความสนใจด้านปัญญาประดิษฐ์(AI) ที่กำลังกลับมาร้อนแรง โดยถูกมองว่าเป็นความพยายามของอุตสาหกรรมคริปโตในการชิงฐาน ‘การเทรดอัตโนมัติ’ และ ‘การชำระเงินระหว่างเครื่องกับเครื่อง’ ตั้งแต่เนิ่น ๆ
ตามรายงานของ *โคอินเทเลกราฟ* เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) โคอินเบสเปิดตัวเครื่องมือใหม่ชื่อ ‘โคอินเบส ฟอร์ เอเจนต์ส(Coinbase for Agents)’ ซึ่งเปิดทางให้โมเดล AI อย่างแชตจีพีที(ChatGPT) และโคลด(Claude) เชื่อมต่อเข้ากับบัญชีเทรดของผู้ใช้บนกระดานเทรดโคอินเบส จากนั้นสามารถรับคำสั่งให้ส่งคำสั่งซื้อขาย หรือดำเนินกลยุทธ์การลงทุนที่ผู้ใช้กำหนดไว้ล่วงหน้าได้
ควบคู่กันนี้ โคอินเบสยังเปิดตัวโปรโตคอลชำระเงินด้วย AI ชื่อ ‘x402’ ที่ออกแบบมาเพื่อให้เอไอเอเจนต์สามารถชำระค่าบริการข้อมูลและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ได้เองโดยตรง ช่วยให้เอไอเอเจนต์สามารถรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นต่อการวางกลยุทธ์การลงทุนได้โดยไม่ต้องมีมนุษย์คอยกดอนุมัติทุกขั้นตอน นอกจากนี้บริษัทยังระบุว่าได้รองรับ ‘โมเดล คอนเท็กซ์ โปรโตคอล’(Model Context Protocol: MCP) และเครื่องมือ ‘คอมมานด์ไลน์’ สำหรับนักพัฒนา เพื่อให้ง่ายต่อการเชื่อมต่อกับระบบภายนอกและบริการอื่น ๆ
โคอินเบสยังเปิดตัว ‘โคอินเบส แอดไวเซอร์(Coinbase Advisor)’ ที่ฝังอยู่ภายในแอป โดยแนะนำตัวว่าเป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่จดทะเบียนกับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า(CFTC) สามารถให้คำแนะนำด้านการเทรดคริปโตและการจัดการพอร์ต ผู้ใช้สามารถมอบหมายงานอย่างการจัดสรรสินทรัพย์ การเข้าร่วมโปรแกรมรับรางวัล หรือการตั้งซื้อสะสมรายงวด ให้ระบบดำเนินการต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องคอยเข้ามายืนยันทุกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ‘ความคิดเห็น’ ของนักวิจัยบางส่วนมองว่า ผลลัพธ์จากเอไอเอเจนต์ยังไม่ตรงกับความคาดหวังของตลาด รายงานวิจัยที่เผยแพร่เมื่อเดือนที่แล้วระบุว่า ผู้ใช้ที่พึ่งพาเอไอเอเจนต์ในการลงทุนกลับเผชิญผลขาดทุนในภาพรวม และในหลายกรณีเอไอเอเจนต์ก็ยังทำงานไม่ถึงขั้น ‘อัตโนมัติเต็มรูปแบบ’ ทีมวิจัยจากแพนเทรา แคปิตอล(Pantera Capital) และมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด(Stanford University) สำรวจข้อมูลผู้ถือโทเคนกว่า 925,000 ราย พบว่าแม้ ‘กระทรวงการคลังของเอเจนต์’ จะมีกำไรตามบัญชีราว 30 ล้านดอลลาร์ แต่ผู้ถือโทเคนกลับขาดทุนรวมประมาณ 191.7 ล้านดอลลาร์
โคอินเบสมองว่าความเคลื่อนไหวรอบนี้จะช่วยเร่งให้ ‘เอไอเอเจนต์’ กลายเป็นตัวกลางที่สามารถโต้ตอบกับบริการออนไลน์หลากหลายประเภท และเดินหน้าทำ ‘การชำระเงินจริง’ ได้เองโดยตรง ก่อนหน้านี้ เซอร์เคิล(Circle), ครอสส์มินต์(Crossmint) และผู้เล่นรายอื่นก็ทยอยเปิดตัวกระเป๋าสตางค์และเครื่องมือชำระเงินสำหรับเอไอเอเจนต์อย่างต่อเนื่อง ด้านคีรอก(Keyrock) รายงานในเอกสารวิจัยเมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้ว่า เอไอเอเจนต์ได้ดำเนินธุรกรรมไปแล้ว 176 ล้านรายการ และชำระเงินรวมประมาณ 73 ล้านดอลลาร์ ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2025 ถึงเมษายน 2026
ในมุมมองของตลาด ‘ความคิดเห็น’ ที่เด่นชัดคือ เอไอเอเจนต์อาจกลายเป็นแหล่งดีมานด์ใหม่สำหรับการชำระเงินและการเทรดคริปโตในระยะยาว แต่ในระยะสั้นยังต้องจับตาการพิสูจน์ทั้งในมิติ ‘ความเป็นอิสระจริง ๆ’ ของระบบ และ ‘ความสามารถทำกำไร’ ให้ผู้ใช้ได้อย่างยั่งยืน การเดินหมากของโคอินเบสในครั้งนี้สะท้อนว่า ‘เอไอจ่ายเงิน’ และ ‘เทรดอัตโนมัติ’ กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิแข่งขันใหม่ของอุตสาหกรรมคริปโต โดยมีเอไอเอเจนต์เป็นตัวเชื่อมสำคัญระหว่างโลกการเงินดิจิทัลกับระบบอัตโนมัติในอนาคต
ความคิดเห็น 0