Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ตลาดออปชันบิตคอยน์(BTC) เอนขาลง เสี่ยงทดสอบ 50,000 ดอลลาร์ ขณะอีเธอเรียม(ETH) เผชิญแรงผันผวนหนัก

ตลาดออปชันบิตคอยน์(BTC) เริ่มหันไปทาง ‘ป้องกันความเสี่ยงขาลง’ อย่างชัดเจนอีกครั้ง ท่ามกลางภาวะที่ราคาไม่สามารถเรียกแรงดีดกลับได้ ระดับการซื้อ ‘พุตออปชัน’ และการขาย ‘คอลออปชัน’ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมดูเป็นเชิงรับมากขึ้น และเพิ่มความกังวลว่าบิตคอยน์อาจลงไปทดสอบโซน ‘50,000 ดอลลาร์’ ได้หากแนวรับระยะสั้นพังลงมา

เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ เดอะบล็อก(The Block) อิมราน ลัคคา จาก เดริบิต อินไซต์ส์(Deribit Insights) ระบุในบทวิเคราะห์ชื่อ ‘Crypto in Freefall: Options Markets Reflect Structural Breakdown’ ว่า ตลาดออปชันไม่ได้แค่ตอบสนองต่อ ‘ความผันผวนระยะสั้น’ อีกต่อไป แต่กำลังส่งสัญญาณเตือนเชิงโครงสร้าง บิตคอยน์ที่ถอยลงมาเคลื่อนไหวแถว 60,000 ดอลลาร์ ใกล้โซนต่ำของรอบไซเคิล ทำให้หลายฝ่ายเริ่มมองว่าถ้ากราฟระยะสั้นแตกลง การเปิดทางลงสู่โซน 50,000 ดอลลาร์ก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนราว 1 ดอลลาร์ต่อ 1,518 วอน จะเท่ากับประมาณ 7.59 ล้านบาทต่อบิตคอยน์ 1 เหรียญ

จากข้อมูลของ เดริบิต(Deribit) สัญญาณเด่นสุดในตลาดออปชันบิตคอยน์ตอนนี้คือ ‘ความนิยมในพุตออปชัน’ ผู้เล่นจำนวนมากยอมจ่ายเบี้ยประกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงขาลง ขณะที่การไล่ลุ้นโอกาสปรับขึ้นผ่านคอลออปชันกลับลดน้ำหนักลง ‘สกิว(skew) ระยะสั้น’ ลดลงมาแถว -10 ขณะที่สกิวระยะยาวอยู่ราว -4 ภาพนี้สะท้อนว่า ตลาดกังวล ‘แรงขายระยะใกล้’ มากกว่าภาพ ‘พังยาว’ ในระยะไกล

อย่างไรก็ตาม การที่พุตออปชันพุ่งขึ้นไม่ได้แปลว่า ‘บิตคอยน์ต้องร่วงแรงทันที’ ตลาดออปชันถูกใช้เป็นเครื่องมือสะท้อนว่า *นักลงทุนรู้สึกว่าความเสี่ยงอยู่ฝั่งไหนมากกว่า* มากกว่าจะฟันธงทิศทางราคาแบบขาวดำ ตอนนี้น้ำหนักจึงเอนไปฝั่ง ‘ระมัดระวัง’ และ ‘ป้องกัน’ มากกว่าฝั่งมองบวกชัดเจน

อีกจุดที่ถูกชี้เป็นปัญหาคือ ‘พรีเมียมความเสี่ยงด้านความผันผวน’ หรือ VRP (Volatility Risk Premium) เดริบิตระบุว่า VRP ทรุดลงแรงไปแถว -25 หมายความว่า ‘ความผันผวนจริง’ ของราคาบิตคอยน์ เกิดขึ้นรุนแรงกว่าระดับที่ตลาดออปชันคาดไว้ผ่านราคาออปชัน ก่อนหน้า *อิมพลายด์โวลาติลิตี* (ความผันผวนโดยนัย) เคยเด้งขึ้นแรงแล้วถูกเทขายจนย่อลงมาเร็ว แต่ฝั่ง *รีอะไลซ์ด์โวลาติลิตี* (ความผันผวนที่เกิดขึ้นจริง) กลับเร่งตัวขึ้นต่อ จนทำให้ความผันผวนที่เกิดขึ้นจริงของบิตคอยน์พุ่งแตะแถว 70

สภาพแวดล้อมแบบนี้ ทำให้กลยุทธ์ ‘ขายความผันผวน’ ดูเหมือนจะน่าสนใจบนกระดาษ เพราะตลาดกำลังให้เบี้ยเสี่ยงสูง แต่ในรายงานได้เตือนชัดว่า ควรหลีกเลี่ยงโพสิชันระยะสั้นที่เสี่ยงสูง เช่น การขายออปชันอายุใกล้หมดอายุที่รับความผันผวนมากเกินไป โดยเสนอว่าโครงสร้างที่ใช้ ‘มูลค่าเวลา’ ให้เป็นประโยชน์ และช่วยลดการเปิดรับความเสี่ยงขาลงของตลาดสปอตจะเหมาะสมกว่า เช่น กลยุทธ์ ‘คอลแคล린ดาร์สเปรดฝั่งขาขึ้น’ ที่ซื้อคอลระยะยาวและขายคอลระยะสั้น เพื่อลดต้นทุนและรับมือความผันผวน

ฝั่งอีเธอเรียม(ETH) ภาพรวมก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนัก ราคาเคยไหลลงมาทดสอบโซน 1,520 ดอลลาร์ ก่อนดีดกลับ แต่แรงฟื้นไม่ยั่งยืน นักวิเคราะห์บางส่วนเตือนว่า หากระดับนี้ถูกกดทะลุลงบนกรอบ ‘รายสัปดาห์’ พื้นที่ด้านล่างอาจเปิดลงสู่โซน 1,200 ดอลลาร์ ซึ่งหากตีมูลค่าด้วยอัตราแลกเปลี่ยนใกล้เคียงกัน จะอยู่ที่ราว 231,000 บาท และ 182,000 บาทตามลำดับ

ด้านความผันผวน อีเธอเรียมยิ่งเคลื่อนไหวรุนแรงกว่า ETH มีรีอะไลซ์ด์โวลาติลิตีพุ่งขึ้นแตะราว 90 จนช่องว่างความผันผวนจริงเมื่อเทียบกับบิตคอยน์แคบลง ขณะเดียวกัน ‘สเปรดความผันผวนโดยนัย’ ระหว่าง ETH/BTC ในทุกช่วงอายุก็ถ่างออกไปแถว 15 จุด บ่งชี้ว่าตลาดยัง ‘เรียกเก็บพรีเมียมความเสี่ยง’ ฝั่งอีเธอเรียมสูงกว่าบิตคอยน์อย่างมีนัยสำคัญ อัตราส่วนราคา ETH/BTC เองก็เคยดิ่งลงแรง ก่อนจะพยายามตั้งหลักและทรงตัวบริเวณโซน 1,500 ดอลลาร์

แก่นของบทวิเคราะห์จากเดริบิตจึงไม่ใช่การสรุปว่า ‘ตลาดคริปโตพังแล้ว’ แต่คือการชี้ว่า ผู้เล่นมืออาชีพในตลาดออปชันกำลัง ‘เตรียมพร้อมรับความเป็นไปได้ของการลงรอบใหม่’ อย่างจริงจัง ถ้าบิตคอยน์ยังยืนเหนือแนวรับสำคัญได้ โมเมนต์โพสิชันเชิงป้องกันอย่างพุตออปชันอาจค่อยๆ ผ่อนลง แต่หากการรับไม่อยู่ การที่พุตออปชันถูกไล่ซื้อและคอลถูกเทขายในช่วงก่อนหน้า อาจย้อนถูกตีความเป็น ‘สัญญาณเตือนล่วงหน้า’

ท้ายที่สุด ตลาดออปชันมักจะ ‘สะท้อนความเสี่ยง’ ก่อนที่ราคาสปอตจะขยับเต็มตัว สัญญาณตอนนี้จึงเอียงไปทาง ‘ความระมัดระวัง’ มากกว่าความคึกคักเชิงบวก คำถามสำคัญสำหรับช่วงถัดไปคือ บิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) จะ ‘ป้องกันแนวรับหลัก’ ของตัวเองได้หรือไม่ เพราะนั่นอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางใหญ่ของตลาดคริปโตในระยะใกล้ต่อจากนี้อย่างมีนัยสำคัญ

"ความคิดเห็น" ภาพรวมปัจจุบันสะท้อนภาวะที่เม็ดเงินสถาบันไม่ได้หายไป แต่เลือกจัดท่าป้องกันมากขึ้น หากใครถือคริปโตระยะกลาง–ยาว การอ่านจังหวะผ่านสัญญาณออปชันอย่างสกิว, VRP และความผันผวนจริง–โดยนัย ควบคู่กับแนวรับเชิงเทคนิค อาจช่วยให้ประเมินได้ดีขึ้นว่าควรเพิ่มการป้องกันความเสี่ยง หรือรอจังหวะเมื่อสัญญาณป้องกันเริ่มคลายตัวลงจากจุดสุดโต่งในปัจจุบัน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1