Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

กฎหมายคลาสซิฟาย แอกต์(CLARITY Act) ติดกำแพงวุฒิสภา สหรัฐฯ ยังยึดฮาวีย์ เทสต์(Howey Test) กำกับคริปโตต่อ

‘คลาสซิฟาย แอกต์(CLARITY Act)’ กฎหมายกำกับสินทรัพย์ดิจิทัลของสภาคองเกรสสหรัฐฯ กำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ยังติด ‘กำแพงสูง’ ก่อนจะมีผลใช้บังคับจริง นักวิเคราะห์ชี้เกณฑ์จัดประเภทสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ ยังยึดตาม ‘ฮาวีย์ เทสต์(Howey Test)’ แบบเดิม โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติ ณ ตอนนี้

เมื่อวันที่ 14 (เวลาท้องถิ่น) เอลิเนอร์ เทอร์เร็ต(Eleanor Terrett) ผู้ดำเนินรายการ ‘Crypto in America’ ทางฟ็อกซ์บิซิเนส ระบุว่า โอกาสที่ ‘คลาสซิฟาย แอกต์’ จะผ่านความเห็นชอบได้ภายในวันที่ 4 กรกฎาคม “แทบเป็นไปไม่ได้” แม้สภาผู้แทนราษฎรจะลงมติผ่านร่างไปแล้วเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2025 ด้วยคะแนนเห็นชอบ 294 เสียง คัดค้าน 134 เสียง และคณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภาเห็นชอบเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2026 ด้วยคะแนน 15 ต่อ 9 แต่การบรรจุเข้าสู่วาระลงมติในที่ประชุมวุฒิสภายังไม่ถูกกำหนด

ปัจจัยหลักที่ถ่วงเวลาในวุฒิสภาคือการ ‘ควบรวมร่างกฎหมาย’ จากสองคณะกรรมาธิการ คือ คณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการการเกษตรวุฒิสภา ซึ่งต่างฝ่ายต่างผ่านร่างคนละฉบับ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อรวมเป็นร่างเดียว แต่ขั้นตอนนี้ไม่มีเส้นตายหรือกรอบเวลาที่ชัดเจน

อีกตัวแปรสำคัญคือกติกา ‘ฟิลลิบัสเตอร์’ ในวุฒิสภา การจะผ่านที่ประชุมใหญ่ได้ต้องใช้คะแนนเสียงอย่างน้อย 60 เสียง ขณะที่มีสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนให้การสนับสนุนแบบมีเงื่อนไข ตัวอย่างเช่น แองเจลา อัลโซบรูกส์(Angela Alsobrooks) ที่ลงคะแนนเห็นชอบในคณะกรรมาธิการ แต่ประกาศชัดว่าจะโหวตเห็นชอบในวาระสุดท้ายก็ต่อเมื่อมีการเพิ่ม ‘ข้อกำหนดด้านจริยธรรม’ ลงในร่างกฎหมาย

สถานการณ์นี้สะท้อนว่า ‘จำนวนเสียงสนับสนุนจริง’ ยังไม่ถูกล็อกแน่นอน อีกด้านหนึ่ง สมาคมเจ้าพนักงานกำกับหลักทรัพย์อเมริกาเหนือ(NASAA) ออกแถลงการณ์คัดค้านอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลว่าร่าง ‘คลาสซิฟาย แอกต์’ อาจ ‘ทำให้การคุ้มครองผู้ลงทุนอ่อนแอลง’ สร้างแรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้นต่อบรรดาสมาชิกวุฒิสภา

ประเด็นสำคัญคือ ต่อให้ร่างกฎหมายผ่านระดับ ‘คณะกรรมาธิการ’ แล้ว แต่ ‘สถานะทางกฎหมายของสินทรัพย์ดิจิทัล’ ก็ยังไม่เปลี่ยนจนกว่าจะผ่านทั้งสองสภาและถูกลงนามบังคับใช้ ‘คำจำแนกโทเคน’ จะเปลี่ยนได้ต่อเมื่อร่างกลายเป็นกฎหมายที่สมบูรณ์ ก่อนหน้านั้น ทุกอย่างยังต้องอิงกฎหมายเดิม

ด้วยเหตุนี้ ท่าทีด้านการบังคับใช้กฎหมายของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) จึงยัง ‘ไม่เปลี่ยนแปลง’ หน่วยงานยังคงใช้ ‘ฮาวีย์ เทสต์’ เป็นหลักในการพิจารณาว่าสินทรัพย์ดิจิทัลใดเข้าข่ายเป็นหลักทรัพย์ และใช้กรอบนี้เป็นฐานดำเนินคดีกับโครงการคริปโตและผู้ให้บริการต่างๆ ต่อไป

ในมุมมองของตลาด ‘คลาสซิฟาย แอกต์’ จึงอยู่ในสถานะที่มี ‘โมเมนตัมด้านนิติบัญญัติ’ ที่ชัดเจน แต่ยังห่างไกลจากการสร้าง ‘ผลเปลี่ยนแปลงเชิงกฎหมายอย่างฉับพลัน’ ต่อระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัล นักลงทุนและผู้ประกอบการยังต้องเตรียมรับมือกับกฎเกณฑ์แบบเดิมไปอีกระยะ ขณะที่ความคืบหน้าในการเจรจาภายในวุฒิสภาจะกลายเป็น ‘จุดหักเห’ สำคัญของภูมิทัศน์ด้านกฎระเบียบคริปโตในสหรัฐฯ ในช่วงต่อจากนี้ ‘ความคิดเห็น’ ตลาดกำลังจับตาว่า ท้ายที่สุดแล้ว กฎหมายนี้จะให้ความชัดเจน หรือยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับสินทรัพย์ดิจิทัลกันแน่

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

3 เมกะแบงก์ญี่ปุ่นผนึกออกสเตเบิลคอยน์เงินเยนปี 2027 ท้าชนตลาดดอลลาร์ในเอเชีย

ริปเปิล(Ripple) ดันเอเจนต์ AI จ่ายเงินเอง เปิดตัว ‘XRPL AI สตาร์เตอร์คิต’ ยกระดับบทบาท XRP และ RLUSD

สหรัฐคุมเข้มโมเดล AI แอนโทรปิก(Anthropic) จุดกระแสเก็งกำไรโทเคน AI กระจายศูนย์ TAO‑VVV‑NEAR พุ่งแรง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1