Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

GAO กดดัน FDIC เข้มกำกับบล็อกเชน–สเตเบิลคอยน์ ชี้เสี่ยงสูง จ่อยกเครื่องกฎคริปโตสหรัฐ

สำนักตรวจบัญชีของรัฐบาลสหรัฐ(GAO) ออกโรงกดดันให้ ‘บล็อกเชน’ และ ‘สเตเบิลคอยน์’ ถูกกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดมากขึ้น โดยเรียกร้องให้สำนักงานประกันเงินฝากของรัฐบาลกลางสหรัฐ(FDIC) เร่งประสานงานกับหน่วยงานกำกับอื่นๆ เพื่อรับมือความเสี่ยงจากเทคโนโลยีบล็อกเชนที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในตลาดการเงินดิจิทัล

เมื่อวันที่ 9 (เวลาท้องถิ่น) GAO เปิดเผยจดหมายที่ส่งถึง ทรา비스 ฮิลล์ ประธาน FDIC เมื่อวันที่ 8 ระบุว่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว หน่วยงานได้จัดให้เทคโนโลยีบล็อกเชนอยู่ในกลุ่ม ‘ประเด็นแนะนำเร่งด่วน’ และขึ้นบัญชีเป็น ‘รายการความเสี่ยงสูง’ โดยเตือนว่าหน่วยงานกำกับยังประสบปัญหาในการติดตามและกำกับผลิตภัณฑ์การเงินที่ใช้บล็อกเชน รวมถึงการประเมินความเสี่ยงที่ตามมาอย่างรอบด้าน

ตามกฎหมาย ‘GENIUS Act’ ที่ผ่านเมื่อปีที่แล้ว FDIC ถูกกำหนดบทบาทให้เป็นผู้กำกับดูแลหลักของบริษัทออกสเตเบิลคอยน์ที่เป็นบริษัทย่อยของธนาคารภายใต้การกำกับของตน ขณะเดียวกัน ในวุฒิสภาสหรัฐก็กำลังถกเถียงร่างกฎหมายใหม่ ซึ่งจะกำหนดกรอบว่า หน่วยงานรัฐบาลกลางควรดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในภาพรวมอย่างไร ทำให้มีโอกาสสูงที่โครงสร้างกำกับดูแลคริปโตของสหรัฐจะถูก ‘ยกเครื่องใหม่’ ครั้งใหญ่

จากรายงานปี 2023 GAO ชี้ว่า หน่วยงานกำกับด้านการเงินของสหรัฐยังไม่มี ‘กลไกความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง’ เพื่อจัดการกับความเสี่ยงจากบล็อกเชน ทั้งที่ในช่วงเวลาเดียวกัน ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างชัดเจน GAO ระบุว่า การสร้างกลไกดังกล่าวจะช่วยให้ FDIC และหน่วยงานอื่นๆ สามารถ ‘ระบุ’ ความเสี่ยงร่วมกันได้เร็วขึ้น และจัดทำมาตรการตอบโต้ได้อย่างทันท่วงที

นอกจากเรื่องบล็อกเชน GAO ยังเสนอให้ FDIC ปรับวิธีมอบหมายงานผู้ตรวจสอบธนาคาร ด้วยการนำระบบ ‘หมุนเวียนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ’ มาใช้ หลังจากการตรวจสอบในปี 2024 พบว่า ปัจจุบันไม่มีข้อกำหนดให้เจ้าหน้าที่กำกับต้องสลับไปตรวจธนาคารอื่น ซึ่งอาจกระทบต่อความเป็นอิสระในการกำกับและทำให้ผลการตรวจสอบเอนเอียงได้ GAO เห็นว่า การหมุนเวียนผู้ตรวจสอบจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียความเป็นกลางในการกำกับดูแล

GAO ยังย้อนถึงเหตุล้มของธนาคารรายสำคัญในปี 2023 ได้แก่ ซิลิคอนแวลลีย์แบงก์(Silicon Valley Bank), ซิลเวอร์เกตแบงก์(Silvergate Bank) และซิกเนเจอร์แบงก์(Signature Bank) ซึ่งล้วนมีความเชื่อมโยงกับภาคคริปโตอย่างมาก พร้อมตั้งคำถามว่า หน่วยงานกำกับจัดการกับ ‘สัญญาณเตือน’ จากสถาบันเหล่านี้ได้ทันท่วงทีหรือไม่ ช่วงเวลาดังกล่าวยังตรงกับการล่มสลายของเอ็กซ์เชนจ์ FTX ที่ทำให้ตลาดคริปโตทรุดตัวลงอย่างหนัก และส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังระบบธนาคารสหรัฐ

ในมุมมองของ GAO ความเคลื่อนไหวครั้งนี้กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญว่า หน่วยงานกำกับของสหรัฐจะสามารถ ‘อัปเกรด’ กรอบการดูแลให้ทันต่อจังหวะเติบโตของ ‘เทคโนโลยีบล็อกเชน’ และ ‘สเตเบิลคอยน์’ ได้เร็วแค่ไหน ยิ่งสินทรัพย์ดิจิทัลถูกผลักดันเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลักมากขึ้น ตลาดก็มีโอกาสขยายตัวและสร้างนวัตกรรมการเงินใหม่ๆ แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากยังขาดกลไก *การประสานงานข้ามหน่วยงาน* อย่างเป็นระบบ ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างชุดใหม่อาจก่อตัวขึ้นในตลาดการเงินสหรัฐโดยที่ผู้กำกับดูแลตามไม่ทัน

"ความคิดเห็น"

การผลักดันให้บล็อกเชนถูกจัดเป็นความเสี่ยงระดับสูงและการบีบให้ FDIC เร่งสร้างกลไกความร่วมมือ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐเริ่มมองเทคโนโลยีบล็อกเชนและผลิตภัณฑ์อย่างสเตเบิลคอยน์ไม่ใช่แค่ ‘นวัตกรรม’ แต่เป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน’ ที่ต้องมีกติกาและสายตรวจที่เท่าทัน หากกรอบกำกับใหม่เดินหน้าเร็วและชัดเจน อาจเป็นทั้ง ‘แรงหนุน’ และ ‘แรงคัดกรอง’ ให้โปรเจกต์คริปโตที่แข็งแรงเท่านั้นที่จะอยู่รอดในตลาดสหรัฐระยะยาว

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1