Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

วาฬบิตคอยน์(BTC)เร่งสะสม 125,000 เหรียญ ด้าน ETF สหรัฐเงินไหลออกท่ามกลางเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

ตลาดบิตคอยน์(BTC) กำลังอยู่ในช่วง ‘ดึงเชือก’ ระหว่างแรงซื้อจาก ‘วาฬ’ หรือผู้ถือรายใหญ่ที่เร่งสะสมเหรียญในช่วงราคาย่อตัว กับกระแสเงินทุนจากสถาบันที่ไหลออกจากตลาด ETF พร้อมความกังวลเรื่องท่าที ‘เหยี่ยว’ ของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ต่อทิศทางดอกเบี้ย

เมื่อดูจากข้อมูลล่าสุด กระเป๋าที่ถือบิตคอยน์ตั้งแต่ 1,000 BTC ขึ้นไป มียอดถือครองรวมราว 7.17 ล้าน BTC แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่ราคาบิตคอยน์(BTC) เริ่มแผ่วบริเวณ 64,000 ดอลลาร์ กลุ่มนักลงทุนรายใหญ่เหล่านี้กลับเร่ง ‘ซื้อสะสมช่วงราคาย่อตัว’ อย่างชัดเจน

ในเดือนนี้ สัญญาณ ‘การสะสม’ ในตลาดบิตคอยน์(BTC) เด่นชัดมากขึ้น ปริมาณบิตคอยน์ที่เก็บไว้บนกระดานเทรดลดลงไปราว 80,000 BTC นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ สะท้อนแรงขายระยะสั้นที่เบาบางลง ขณะเดียวกัน ปริมาณเหรียญที่ถือในกระเป๋าระยะยาวก็เข้าใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาล โดยเฉพาะกระเป๋าที่มีพฤติกรรมถือยาวดูดซับบิตคอยน์เพิ่มไปอีกราว 125,000 BTC ในช่วงครึ่งแรกของเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียว

แม้ภาพรวมนี้จะบ่งชี้ว่าแรงขายระยะสั้นลดลง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการ ‘สะสม’ จะนำไปสู่การปรับขึ้นของราคาในทันที สัดส่วนการถือครองของวาฬเทียบกับอุปทานทั้งหมดอยู่ราว 35.8% ซึ่งยังต่ำกว่าจุดสูงสุดเมื่อเดือนธันวาคมปีก่อนอยู่พอสมควร

อีกด้านหนึ่ง กระแสเงินทุนของนักลงทุนสถาบันกลับสวนทางชัดเจน กองทุนอีทีเอฟ(ETF) บิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) แบบสปอตในสหรัฐต่างเผชิญแรงไหลออกพร้อมกัน โดยบิตคอยน์ ETF มีเงินทุนไหลออกไปราว 82 ล้านดอลลาร์ ส่วนอีเธอเรียม ETF ถูกถอนเงินอีกราว 29 ล้านดอลลาร์

กองทุนชื่อดังอย่าง IBIT ของแบล็คร็อกถูกถอนเงินออกประมาณ 31 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ ARKB ของอาร์กอินเวสต์ถูกไถ่ถอนราว 44 ล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นการลดความเสี่ยงจากสินทรัพย์ดิจิทัลของฝั่งสถาบันอย่างกว้างขวาง ด้านอีเธอเรียม ETF เองก็ไม่รอด สินค้าทุกกองทุนต่างปิดวันด้วยกระแสเงินสุทธิติดลบทั้งหมด

เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้คือท่าทีที่ ‘เหยี่ยว’ มากขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) อัตราดอกเบี้ยนโยบายถูกตรึงไว้ที่กรอบ 3.50–3.75% ก็จริง แต่ประมาณการดอกเบี้ยในอนาคตกลับขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เฟดปรับคาดการณ์ระดับดอกเบี้ยสิ้นปี 2026 จาก 3.4% เป็น 3.8% และในบรรดากรรมการ 18 คน มีครึ่งหนึ่งมองว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกภายในปีนี้ ตลาดฟิวเจอร์สสะท้อนโอกาสที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมราว 60% ทำให้ ‘ความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ย’ ที่เคยเป็นแรงหนุนสำคัญให้บิตคอยน์(BTC) ฟื้นตัว แทบจะหายไปจากสมการ

ขณะนี้ราคาบิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวแถว 63,800 ดอลลาร์ ในลักษณะไซด์เวย์ มูลค่าตลาดรวมคริปโตอยู่ราว 2.26 ล้านล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงเดิม หลังจากจบช่วงขาขึ้นต่อเนื่อง 11 วันที่เริ่มส่งสัญญาณหมดแรงกลางทาง

ท้ายที่สุด ตลาดกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างแรงสะสมจาก ‘วาฬ’ กับการไหลออกของ ‘เงินสถาบัน’ ว่าฝั่งใดจะนำทิศทางในรอบถัดไป ‘ความคิดเห็น’ ระยะสั้น ปัจจัยชี้ขาดน่าจะอยู่ที่ผลการประชุมเฟด โดยเฉพาะโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนตุลาคม และทิศทางกระแสเงินใน ETF ว่าจะสามารถพลิกกลับมาเป็นบวกได้หรือไม่ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าบิตคอยน์(BTC) จะหลุดจากโซนสะสมไปในทิศทางใดในช่วงต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1