Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

อีเธอเรียม(ETH) ถูกขายกดราคา แต่กระสุนสเตเบิลคอยน์บนไบนานซ์พุ่ง 289% หนุนโอกาสรีบาวด์แรงหลัง FOMC

อีเธอเรียม(ETH) ยังคงแกว่งตัวในทิศทางอ่อนลงบริเวณ 1,750 ดอลลาร์ (ราว 2.69 ล้านบาท) อย่างต่อเนื่อง ด้านกราฟราคายังส่งสัญญาณ ‘แรงขาย’ เด่นชัด แต่ในฝั่ง *นอกกระดานเทรด* กำลังเกิดการสะสม ‘เงินทุนรอซื้อ’ ขนาดใหญ่ผ่านสเตเบิลคอยน์ ส่งผลให้โอกาส ‘รีบาวด์’ ของอีเธอเรียม(ETH) เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ข้อมูลกระแสเงินบนกระดานเทรดชั้นนำระบุว่า ปริมาณ *สเตเบิลคอยน์* ไหลเข้า ‘ไบนานซ์’ เฉลี่ยต่อวันในช่วง 7 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ราว 138 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,122 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึง 289% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 3 เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า *เม็ดเงินที่พร้อมเข้าซื้อทันที* กำลังถูกกักตุนรอจังหวะเข้าตลาดอย่างเร่งตัว

ขณะเดียวกัน ปริมาณอีเธอเรียม(ETH) ที่ถูกเก็บไว้บนกระดานเทรดกลับปรับตัว ‘ลดลง’ อย่างต่อเนื่อง หมายความว่าซัพพลายที่พร้อมเทขายในตลาดสpot หดตัวลงเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับ ‘กระสุนสเตเบิลคอยน์’ ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ในมุมมองเชิง *อุปสงค์–อุปทาน* โครงสร้างเริ่มเอียงไปทาง ‘แรงซื้อสะสม’ มากกว่าแรงขาย

อย่างไรก็ตาม หลังจากท่าทีเชิง ‘เหยี่ยว’ ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) นักลงทุนส่วนใหญ่ยังเลือกเล่นแบบระมัดระวัง แทนที่จะไล่ซื้อคริปโตโดยตรง หลายรายจึงโยกพอร์ตมาไว้ในสเตเบิลคอยน์ รอดูทิศทาง *ก่อน* ตัดสินใจกดปุ่มเข้าซื้อจริง

ในเชิงเทคนิค อีเธอเรียม(ETH) ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบไซด์เวย์ระยะสั้นราว 1,730–1,920 ดอลลาร์ โดยราคาปัจจุบันยืนอยู่แถวโซนล่างของกรอบนี้ อินดิเคเตอร์หลายตัวบ่งชี้โมเมนตัมระยะสั้นยังเป็น ‘ขาลง’ โดยแนวรับสำคัญจะอยู่บริเวณ 1,740 ดอลลาร์ และ 1,700 ดอลลาร์ หากระดับดังกล่าวถูกทะลุลงอย่างชัดเจน ความเสี่ยงที่ราคาจะเร่งลงต่อมีโอกาสเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ด้านบน แนวต้านสำคัญของอีเธอเรียม(ETH) กระจุกตัวอยู่ที่ราว 1,830 ดอลลาร์ และ 1,900 ดอลลาร์ โดยเฉพาะโซน ‘1,900 ดอลลาร์’ ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะหากสามารถเบรกผ่านขึ้นไปได้อย่างชัดเจน มีโอกาสเปิดทางให้ราคากลับขึ้นไปทดสอบโซน 2,200 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง *เงื่อนไขสำคัญ* คือ ต้องมีเงินสเตเบิลคอยน์ที่กองรออยู่บนกระดานเทรดถูกแปลงกลับมาเป็นคำสั่งซื้อจริงในปริมาณมากพอ

นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า แรงกดดันจากแนวโน้มดอกเบี้ยของ Fed ถูก ‘สะท้อนในราคาไปแล้วพอสมควร’ หากเม็ดเงินรอซื้อเพียงส่วนหนึ่งไหลกลับเข้าตลาด ก็เพียงพอจะช่วยผลักดันให้อีเธอเรียม(ETH) กลับขึ้นไปยืนเหนือ 1,800 ดอลลาร์ และต่อเนื่องไปสู่การทดสอบแนวต้าน 1,900 ดอลลาร์ได้

ตัวแปรระยะสั้นที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือ ‘ผลการประชุมและแถลงการณ์’ จากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) เพราะในภาวะที่สัดส่วนสินทรัพย์ฝั่งสเตเบิลคอยน์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน หากตลาดได้รับสัญญาณชัดเจนด้านทิศทางดอกเบี้ย ไม่ว่าจะขึ้น หรือลด ความผันผวนของราคาอีเธอเรียม(ETH) ก็อาจ ‘ขยายตัวรวดเร็วและรุนแรง’ จากการที่เม็ดเงินรอซื้อและรอขายจำนวนมากตัดสินใจเคลื่อนพร้อมกัน

ในหมู่นักลงทุนบางกลุ่ม การเคลื่อนย้ายเม็ดเงินเข้าสเตเบิลคอยน์ในรอบนี้จึงไม่ได้ถูกตีความว่าเป็น ‘การหนีออกจากตลาด’ แต่เป็นการเลื่อนจังหวะเข้าซื้อออกไปอีกเล็กน้อยมากกว่า หรือพูดง่ายๆ คือ *ความคาดหวังขาขึ้นยังอยู่ แต่ทุกคนกำลังรอจังหวะเข้าที่คมที่สุด*

ควบคู่ไปกับการจับตาอีเธอเรียม(ETH) นักลงทุนอีกส่วนหนึ่งเริ่มมองหาโอกาสจากโปรเจกต์ระยะเริ่มต้นที่อาจให้ *อัพไซด์* สูงกว่า เนื่องจากหากอีเธอเรียม(ETH) ต้องกลับไปทดสอบจุดสูงสุดใหม่ในปี 2025 ราคาจะต้องฟื้นตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากระดับปัจจุบัน ทำให้สินทรัพย์คริปโตที่อยู่ในเฟส ‘เริ่มต้น’ ถูกมองว่าอาจมีช่องว่างผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่า

หนึ่งในโปรเจกต์ที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือ ‘บิตคอยน์ ไฮเปอร์(Bitcoin Hyper)’ เลเยอร์2 บนเครือข่ายบิตคอยน์ที่ผสาน ‘โซลานา เวอร์ชวลแมชชีน(SVM)’ เข้ามา เพื่อรองรับการประมวลผลสมาร์ตคอนแทรกต์ความเร็วสูง ปัจจุบันโปรเจกต์นี้ระดมทุนผ่านรอบพรีเซลล์ไปแล้วราว 32.8 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 504 ล้านบาท) โดยราคาของโทเคนอยู่บริเวณ 0.0136 ดอลลาร์ต่อเหรียญ

โปรเจกต์บิตคอยน์ ไฮเปอร์ชูจุดเด่นหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ‘ความเร็วการประมวลผลระดับสูง’, ‘บริดจ์ข้ามเชนแบบกระจายศูนย์’ และ ‘ความปลอดภัยของเครือข่าย’ ที่ยังอิงกับความแข็งแกร่งของบิตคอยน์ เป้าหมายคือการแก้ปัญหาข้อจำกัดด้าน *สเกลลิ่ง* ของบิตคอยน์เดิม โดยไม่ลดทอนมาตรฐานด้านความปลอดภัยลง

ท้ายที่สุด อีเธอเรียม(ETH) อาจถูกแรงกดดันจากปัจจัย ‘มหภาค’ เช่น ดอกเบี้ยสหรัฐฯ และทิศทางดอลลาร์กดทับในระยะสั้น แต่ในเชิง ‘สภาพคล่องภายในตลาดคริปโต’ สัญญาณชี้ชัดว่าตลาดกำลังสะสมพลังเพื่อการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ เมื่อถึงจังหวะที่ทิศทางชัดเจน ไม่ว่าขึ้นหรือลง ความผันผวนของอีเธอเรียม(ETH) มีแนวโน้มจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว ตามกระสุนสเตเบิลคอยน์ที่รออยู่ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย

"ความคิดเห็น" นักลงทุนระยะกลางถึงยาวอาจใช้ช่วง ‘ความไม่ชัดเจน’ นี้ในการทยอยสะสมแทนการไล่ราคา ขณะเดียวกันก็ควรเฝ้าดูข้อมูลกระแสสเตเบิลคอยน์และการเคลื่อนไหวของ Fed อย่างใกล้ชิด เพราะนั่นคือกุญแจสำคัญในการเปิดทางให้ทิศทางรอบใหม่ของอีเธอเรียม(ETH) เริ่มต้นขึ้น

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1