โซลานา(SOL) เดินหน้าบุกตลาดการเงินไทย ผ่านความร่วมมือกับ ‘ท็อสแบงก์’ อินเทอร์เน็ตธนาคารชื่อดังของเกาหลีใต้ ถือเป็นครั้งแรกที่ ‘ธนาคารดิจิทัล’ จับมือโดยตรงกับ ‘เครือข่ายบล็อกเชน’ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโอนเงินและชำระเงินทั่วโลก ทำให้ตลาดจับตาทิศทางการขยายตัวของโซลานา(SOL) ในระบบการเงินกระแสหลักอย่างใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) โซลานา ฟาวเดชัน และท็อสแบงก์ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกันสร้างอินฟราสตรักเชอร์ด้านโอนเงินและชำระเงินข้ามประเทศ ท็อสแบงก์เป็นหนึ่งใน 3 อินเทอร์เน็ตแบงก์รายใหญ่ของเกาหลีใต้ มีฐานลูกค้าราว 15 ล้านราย และให้บริการโอนเงินต่างประเทศครอบคลุมแล้ว 30 ประเทศ 7 สกุลเงินหลัก
ทั้งสองฝ่ายวางกรอบความร่วมมือไว้ 4 ด้านหลัก ได้แก่ ‘โอนเงินข้ามประเทศแบบ PoC บนโซลานา’ ‘วิจัยโมเดลการชำระเงินด้วยบล็อกเชน’ ‘สำรวจบริการการเงินด้วยสเตเบิลคอยน์และสินทรัพย์ดิจิทัล’ และ ‘เชื่อมต่อระบบกับธนาคารต่างประเทศและโครงสร้าง AML·KYC’ เพื่อรองรับกฎระเบียบสากล
ฝั่งท็อสแบงก์ โดย พัคจินฮยอน ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์ ระบุว่า เป้าหมายคือการ ‘ผสานเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ากับบริการการเงินเดิมอย่างค่อยเป็นค่อยไป’ เพื่อทำให้บริการการเงินทั่วโลก ‘เร็วขึ้นและถูกลง’ เน้นย้ำว่าทิศทางครั้งนี้คือการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานเดิม มากกว่าการขยายตัวแบบเน้น ‘คริปโตเคอเรนซี’ เป็นหลัก
จุดสำคัญของดีลนี้อยู่ที่การทดสอบแนวคิด (PoC) ที่มีโอกาสใช้งานได้จริงทันที ท็อสแบงก์มีทั้งฐานลูกค้าขนาดใหญ่และเครือข่ายโอนเงินเดิมรองรับ ทำให้โครงการมีโอกาสต่อยอดเป็นบริการจริง มากกว่าจะหยุดแค่ ‘โปรเจกต์ทดลองบนกระดาษ’
โซลานา(SOL) โดดเด่นในเรื่องความเร็วในการประมวลผลต่อวินาที และโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ต่ำมาก เมื่อเปรียบเทียบกับระบบโอนเงินระหว่างประเทศผ่านเครือข่าย ‘SWIFT’ แบบดั้งเดิม จึงมีศักยภาพลดต้นทุนและเพิ่มความเร็วธุรกรรมได้อย่างมีนัยสำคัญ ด้วยประสิทธิภาพระดับ ‘ประมวลผลได้หลายพันรายการต่อวินาที’ และค่าธรรมเนียม ‘ต่ำกว่า 1 เซนต์สหรัฐ’ ทำให้เหมาะกับการโอนเงินความถี่สูง
อย่างไรก็ตาม ส่วนของ ‘สเตเบิลคอยน์’ และบริการที่เกี่ยวข้องกับการโทเคนไนซ์สินทรัพย์คาดว่าจะถูกผลักดันแบบค่อยเป็นค่อยไป ขึ้นอยู่กับทั้งผลลัพธ์ของ PoC และทิศทางอนุมัติด้านกำกับดูแลในอนาคต ‘ความคิดเห็น’ ในตลาดมองว่า MOU นี้เป็นเพียงจุดตั้งต้น ส่วนที่จะตัดสินความสำเร็จคือการเปิดใช้เป็นบริการจริงได้หรือไม่
ในอีกมุมหนึ่ง ข้อตกลงครั้งนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับกลยุทธ์ IPO ของบริษัทแม่อย่าง ‘วีวารีพับลิกา’ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มท็อส ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมแผนเข้าจดทะเบียนในสหรัฐภายในปี 2026 โดยตั้งเป้ามูลค่าบริษัทกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.53 หมื่นล้านบาทเกาหลี) ปัจจุบันวีวารีพับลิการะดมทุนมาแล้วราว 1,200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.84 แสนล้านวอน) และเพิ่มทุนของท็อสแบงก์มาสู่ระดับราว 1.4 ล้านล้านวอน
ดีลกับโซลานา(SOL) จึงมีความหมายเชิงกลยุทธ์อย่างน้อย 3 ประการ
หนึ่ง คือการขยับภาพลักษณ์จาก ‘ฟินเทคในประเทศ’ ไปสู่ ‘แพลตฟอร์มชำระเงินระดับโลก’ โดยตรง เจาะตลาด ‘โอนเงินข้ามพรมแดน’ ที่มีมูลค่าประมาณ 320 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งช่วยเปิดโอกาสการประเมินมูลค่าบริษัทสูงกว่าฟินเทคที่โฟกัสเฉพาะตลาดในประเทศ
สอง โครงสร้าง AML·KYC ของธนาคารที่มีอยู่แล้ว ทำให้บริษัทแตกต่างจาก ‘คริปโตแพลตฟอร์มที่ไม่อยู่ภายใต้กฎกำกับที่ชัดเจน’ และตอบโจทย์นักลงทุนสถาบันที่ให้ความสำคัญกับความสอดคล้องด้านกฎระเบียบ
สาม การนำบล็อกเชนมาใช้กับการชำระเงิน ช่วยลดต้นทุนต่อการโอนหนึ่งครั้ง ทำให้สามารถขยายสเกลบริการพร้อมสร้าง ‘สตอรีด้านการเพิ่มกำไร’ ที่ชัดเจนต่อผู้ลงทุน
ฝั่งเกาหลีใต้เอง ‘นาฬิกากำกับดูแล’ ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเดินเร็วขึ้น รัฐบาลเตรียมบังคับใช้กฎควบคุมการโอนเงินต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์เสมือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2026 เป็นต้นไป ท็อสแบงก์จึงถูกมองว่ากำลังเดินหน้ากลยุทธ์ ‘สร้างโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมก่อนกฎเริ่มใช้จริง’ เพื่อไม่ให้เสียโอกาสแข่งขัน
ธนาคารกลางเกาหลีใต้ก็กำลังทดสอบ ‘CBDC และเงินฝากโทเคนไนซ์’ กับกลุ่มตัวอย่างราว 1 แสนคน บรรยากาศเชิงนโยบายจึงเริ่มเอื้ออำนวยต่อโมเดลอย่าง ‘การโอนเงินผ่านสเตเบิลคอยน์ที่มีธนาคารหนุนหลัง’ มากขึ้น และค่อยๆ กลายเป็นรูปแบบที่ตลาดมองว่า ‘ใช้งานได้จริง’ แทนที่จะเป็นแค่แนวคิดเชิงทฤษฎี
หลังข่าวความร่วมมือกับท็อสแบงก์ประกาศออกมา ราคาของโซลานา(SOL) เคลื่อนไหวแถวระดับประมาณ 74 ดอลลาร์ โดยปริมาณซื้อขายภายใน 24 ชั่วโมงเพิ่มขึ้นราว 8% อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาเดียวกันยังมีปัจจัยมหภาคอื่นๆ เช่น การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐ–อิหร่าน ที่อาจส่งผลต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ทำให้ไม่อาจยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าการปรับตัวดังกล่าวเกิดจากข่าวดีลนี้เพียงปัจจัยเดียว
ความร่วมมือระหว่างโซลานา(SOL) และท็อสแบงก์จึงถูกจับตาว่าจะก้าวข้ามจาก ‘ประกาศบนเวที’ ไปสู่ ‘การใช้งานจริงในแอปธนาคาร’ ได้เร็วแค่ไหน เพราะสำหรับตลาดแล้ว ช่วงเวลานี้ไม่ใช่จุดที่ต้องการ ‘เรื่องเล่า’ เพิ่มเติม แต่คือจังหวะที่ต้องการเห็น ‘การลงมือทำ’ อย่างเป็นรูปธรรมมากกว่า
ความคิดเห็น 0