บิทเก็ต (Bitget) เปิดตัวโซลูชันสภาพคล่องสำหรับการซื้อขายส่วนต่างราคา (CFD) เจาะกลุ่มสถาบัน โดยออกแบบมารองรับคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่และความถี่สูงโดยเฉพาะ จุดเด่นอยู่ที่ระบบส่งคำสั่งตรง (STP) แบบ 100% ที่เชื่อมกับพูลสภาพคล่องภายนอก พร้อมการรวบรวมข้อมูลความลึกของตลาดหลายระดับ
สำนักข่าว Odaily รายงานเมื่อวันที่ 11 (เวลาท้องถิ่น) ว่าบิทเก็ตเปิดตัวโซลูชันสภาพคล่อง CFD ระดับสถาบันอย่างเป็นทางการ โดยเจาะกลุ่มทีมเทรดเชิงปริมาณ (Quant) สถาบันที่เทรดด้วยเงินทุนตัวเอง กองทุน โบรกเกอร์ และนักเทรดมืออาชีพที่มีเงินทุนสูง ระบบนี้รองรับการเทรดเชิงปริมาณความถี่สูง การเก็งกำไรระหว่างตลาดสปอตกับฟิวเจอร์ส และการใช้งานโปรแกรมเทรดอัตโนมัติ (EA)
โซลูชันนี้เน้นการประมวลผลคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่ให้รวดเร็ว พร้อมลด 'สลิปเพจ' และผลกระทบต่อราคาตลาดให้น้อยที่สุด ถือเป็นการตอบสนองความต้องการของสถาบันเทรดมืออาชีพที่มีต่อประสิทธิภาพการจับคู่คำสั่ง สภาพคล่อง และความหน่วงเวลาที่ต่ำ ซึ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
CFD คือสัญญาอนุพันธ์ที่ไม่ต้องถือครองสินทรัพย์อ้างอิงโดยตรง แต่ชำระส่วนต่างระหว่างราคาเข้าและราคาปิดสถานะ สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง แต่หากใช้เลเวอเรจ ทั้งกำไรและขาดทุนก็จะขยายตัวตามความผันผวนของราคาเช่นกัน
หัวใจของระบบคือโครงสร้าง STP แบบ 100% ที่ส่งคำสั่งซื้อขายไปยังผู้ให้บริการสภาพคล่องภายนอกโดยตรง แทนที่จะให้แพลตฟอร์มเป็นคู่สัญญาเอง โซลูชันของบิทเก็ตส่งคำสั่งของลูกค้าไปยังพูลสภาพคล่องภายนอกโดยตรงผ่านระบบ STP นี้
ในโครงสร้าง STP แพลตฟอร์มจะไม่ทำหน้าที่เป็นคู่สัญญาการซื้อขาย แต่จะไปหาราคาจับคู่จากพูลสภาพคล่องภายนอกที่เชื่อมต่อไว้แทน อย่างไรก็ตาม แม้จะใช้พูลภายนอก ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคำสั่งจะถูกประมวลผลด้วยราคาและความเร็วเดียวกันเสมอไป
บิทเก็ตรวบรวมข้อมูลความลึกของตลาดหลายระดับจากธนาคารระดับโลกชั้นนำและผู้ดูแลสภาพคล่องที่ไม่ใช่ธนาคาร แทนที่จะกระจุกคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่ไว้ที่ราคาเดียว ระบบจะเชื่อมโยงคำสั่งไปยังหลายระดับราคาและหลายแหล่งสภาพคล่องพร้อมกัน เพื่อลดสลิปเพจและผลกระทบต่อตลาด
สลิปเพจ หมายถึงส่วนต่างระหว่างราคาที่คาดไว้ตอนส่งคำสั่งกับราคาที่จับคู่ได้จริง ซึ่งช่องว่างนี้อาจกว้างขึ้นได้หากขนาดคำสั่งใหญ่กว่าปริมาณที่รอในตลาด หรือเมื่อความผันผวนของราคาสูงขึ้น
เซิร์ฟเวอร์เทรดของบิทเก็ตตั้งอยู่ในศูนย์ข้อมูลการเงินสำคัญ ได้แก่ LD4 ที่กรุงลอนดอน และ TY3 ที่กรุงโตเกียว โดยใช้สายเชื่อมต่อเฉพาะและใยแก้วนำแสงเพื่อรองรับการจับคู่คำสั่งในระดับต่ำกว่ามิลลิวินาที
นอกจากนี้ยังมี FIX API หรือส่วนต่อประสานโปรแกรมตามมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการเงิน สำหรับลูกค้าสถาบันโดยเฉพาะ ทำให้ลูกค้าสามารถเชื่อมระบบเทรดเดิม เครื่องมือเชื่อมต่อ (bridge) และแพลตฟอร์มรวบรวมสภาพคล่องของตนเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานส่งคำสั่งและจับคู่ของบิทเก็ตได้โดยตรง
FIX คือมาตรฐานการสื่อสารที่ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลคำสั่งซื้อขายและผลการจับคู่ระหว่างระบบเทรดของสถาบันในรูปแบบเดียวกัน สถาบันที่มีระบบจัดการคำสั่งซื้อขาย (OMS) ของตัวเองจึงสามารถเชื่อมคำสั่งเทรดและผลการจับคู่ได้โดยไม่ต้องป้อนข้อมูลซ้ำด้วยมือ
การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนความเคลื่อนไหวของบิทเก็ตที่ต้องการวางโครงสร้างให้มีทั้งผลิตภัณฑ์ CFD สำหรับลูกค้ารายย่อยและโครงสร้างพื้นฐานการเทรดหลังบ้านสำหรับสถาบันควบคู่กันไป ก่อนหน้านี้บิทเก็ตนำระบบอัตรามาร์จิ้นแบบขั้นบันไดมาใช้กับผลิตภัณฑ์ CFD ไปแล้ว
ในด้านการบริหารเงินทุน บิทเก็ตแยกสินทรัพย์ของลูกค้าออกจากเงินทุนดำเนินงานของแพลตฟอร์มอย่างชัดเจน โดยระบุว่าใช้บัญชีดูแลสินทรัพย์อิสระ กระบวนการตรวจสอบด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการตรวจสอบบัญชีโดยบุคคลที่สาม เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารสินทรัพย์
สำหรับลูกค้าสถาบัน นอกจากความเร็วในการประมวลผลคำสั่งแล้ว ยังต้องพิจารณาราคาที่จับคู่ได้จริง ผลกระทบต่อตลาด และความเสถียรของการเชื่อมต่อระบบไปพร้อมกันด้วย เนื่องจากราคาจับคู่จริงและความเร็วในการประมวลผลอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความผันผวนของตลาด สภาพคล่อง และขนาดของคำสั่งซื้อขายในแต่ละครั้ง
ความคิดเห็น 0