บิตคอยน์(BTC) กำลังเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างโซนความต้องการซื้อที่ระดับ 63,000 ดอลลาร์ กับโซนแนวต้านที่ระดับ 69,000 ดอลลาร์ ก่อนที่สหรัฐฯ จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกรกฎาคม ตัวเลขเงินเฟ้อที่กำลังจะประกาศอาจเปลี่ยนมุมมองของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ย ขณะที่ราคาบิตคอยน์ยังคงแกว่งตัวอยู่ระหว่างสองแนวราคาสำคัญที่ประเมินจากข้อมูลออนเชน
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (U.S. Bureau of Labor Statistics) มีกำหนดเปิดเผยดัชนี CPI เดือนกรกฎาคมในวันที่ 12 เวลา 19.30 น. (เวลาไทย) ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์กำลังจับตารอตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชุดนี้อยู่
เมื่อวันที่ 11 บิตคอยน์ซื้อขายอยู่ที่ระดับประมาณ 64,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Economic Times รายงานเมื่อวันที่ 10 ว่าราคาบิตคอยน์อยู่ที่ 65,242 ดอลลาร์ ทั้งนี้ ราคาอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละเอ็กซ์เชนจ์และช่วงเวลาที่เก็บข้อมูล
Glassnode ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมว่า ราคาต้นทุนเฉลี่ยของกลุ่มผู้ถือครองระยะสั้นอยู่ที่ราว 69,000 ดอลลาร์ พร้อมวิเคราะห์ว่านี่คือระดับราคาที่ผู้ซื้อกลุ่มล่าสุดใกล้จะ ‘คืนทุน’ และอาจเป็นจุดที่มีแรงขายออกมา
ต่ำกว่าราคาปัจจุบันลงมา พบว่าความต้องการซื้อกระจุกตัวอยู่ที่ระดับราว 63,000 ดอลลาร์เป็นหลัก ก่อนหน้านี้ในโซน 62,000-65,000 ดอลลาร์ ก็เคยเกิดการเคลื่อนย้ายปริมาณบิตคอยน์และแรงขายที่ถูกดูดซับไปแล้วเช่นกัน
โซนความต้องการซื้อแบบออนเชนเป็นดัชนีที่ประเมินระดับราคาที่มีปริมาณเหรียญกระจุกตัว โดยอ้างอิงจากธุรกรรมและราคาที่ได้มาซึ่งถูกบันทึกไว้บนบล็อกเชน แม้จะไม่ใช่คำสั่งซื้อขายจริงที่วางอยู่ในกระดานเทรด แต่ก็ถูกใช้เพื่อประเมินโครงสร้างกำไรขาดทุนของผู้ถือครองและจุดที่แรงขายอาจเพิ่มขึ้น
ระดับ 63,000 ดอลลาร์ถือเป็น ‘กำแพงดีมานด์’ จากการซื้อขายที่กระจุกตัวในช่วงหลัง ส่วนระดับ 69,000 ดอลลาร์ใกล้เคียงกับ ‘เส้นคืนทุน’ ของกลุ่มผู้ถือครองระยะสั้น ทั้งสองระดับเป็นโซนที่ประเมินจากแบบจำลองซึ่งสะท้อนความเป็นไปได้ของแนวรับและแนวต้าน ไม่ได้หมายถึงสัญญาณซื้อหรือขายแต่อย่างใด
ในรายงานฉบับเดียวกัน Glassnode ยังระบุว่ากระแสเงินทุนของ ETF พลิกกลับมาเป็นบวก และต้นทุนการป้องกันความเสี่ยง (hedging) ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ระบุว่าแรงซื้อในช่วงนั้นยังไม่สามารถทะลุแนวต้านด้านบนได้อย่างสมบูรณ์
รายงาน Market Pulse ของ Glassnode เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ระบุว่าบิตคอยน์ดีดตัวกลับมาอยู่ในช่วง 64,000-65,100 ดอลลาร์ แต่ยังไม่หลุดพ้นจากภาวะ ‘ไซด์เวย์’ กล่าวคือ โครงสร้างราคาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมยังคงดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงช่วงก่อนการประกาศ CPI ในครั้งนี้
กระแสเงินทุนยังคงเป็นแรงหนุนของตลาด Spot โดย Economic Times รายงานว่า ETF บิตคอยน์และอีเธอเรียม(ETH) แบบ Spot ของสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิราว 1,100 ล้านดอลลาร์ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา
ในทางกลับกัน กิจกรรมบนเชนและโพซิชันในตลาดอนุพันธ์กลับสะท้อนภาวะ ‘รอดูสถานการณ์’ มากกว่าจะเป็นสัญญาณกลับตัวของเทรนด์ที่ชัดเจน เมื่อทั้งเงินไหลเข้าสุทธิของ ETF และแนวต้านด้านบนยังคงปรากฏพร้อมกัน สัญญาณด้านอุปสงค์-อุปทานจึงยังไม่ไปในทิศทางเดียวกัน
ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ ดัชนี CPI เดือนมิถุนายนลดลง 0.4% เมื่อเทียบเดือนก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบปีก่อนหน้า ส่วนดัชนี Core CPI ที่ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานทรงตัวเมื่อเทียบเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบปีก่อนหน้า
MarketWatch รายงานว่า ตัวเลขคาดการณ์ของตลาดสำหรับ CPI เดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 3.4% สำหรับ Headline CPI และ 2.5% สำหรับ Core CPI ทั้งนี้ ตัวเลขทั้งสองเป็นเพียง ‘ค่าคาดการณ์’ ก่อนการประกาศจริง ไม่ใช่อัตราเงินเฟ้อที่ยืนยันแล้ว
CPI เป็นดัชนีที่สะท้อนทิศทางราคาสินค้าและบริการในสหรัฐฯ ซึ่งสามารถส่งผลต่อมุมมองของตลาดที่มีต่อทิศทางดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์ สินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์มักมีความผันผวนสูงขึ้นเมื่อมุมมองด้านดอกเบี้ยและสภาพคล่องเปลี่ยนแปลงไป
ตลาดจะจับตาดูว่า หลังการประกาศ CPI บิตคอยน์จะยังคงยืนอยู่เหนือโซนความต้องการซื้อที่ 63,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่ และจะสามารถทะลุผ่านระดับต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือครองระยะสั้นที่ 69,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่ โดย CPI เดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยในวันที่ 12 เวลา 19.30 น. (เวลาไทย)
ความคิดเห็น 0