ทราเจกทอรี (Trajectory) สตาร์ทอัพด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดมทุนได้ 40 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าบริษัทหลังการระดมทุนครั้งนี้ขยับขึ้นแตะ 300 ล้านดอลลาร์
ทราเจกทอรีประกาศความสำเร็จในการระดมทุนเมื่อวันที่ 11 (เวลาท้องถิ่น) โดยมีเซควอยา แคปิตอล เข้าร่วมลงทุนด้วย ส่วนรายละเอียดของรอบการระดมทุนและนักลงทุนรายอื่นยังไม่ถูกเปิดเผย ดิ อินฟอร์เมชัน (The Information) รายงาน
บริษัทก่อตั้งโดยกลุ่มนักวิจัยที่เคยทำงานให้กับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่างกูเกิล(GOOGL) และแอปเปิล(AAPL) โดยธุรกิจหลักคือการ 'ปรับแต่ง' โมเดล AI โอเพนซอร์สให้เข้ากับความต้องการเฉพาะของแต่ละองค์กร พร้อมพัฒนา 'agent harness' หรือระบบเครื่องมือซอฟต์แวร์ที่ทำให้ AI เอเจนต์ทำงานได้จริงในภาคธุรกิจ
agent harness หมายถึงระบบปฏิบัติการที่ช่วยให้โมเดล AI สามารถเรียกใช้เครื่องมือภายนอกและดำเนินงานจนสำเร็จ ไม่ใช่แค่ประสิทธิภาพของตัวโมเดลเพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมซอฟต์แวร์พื้นฐานที่บริหารจัดการขั้นตอนการทำงาน การเชื่อมต่อเครื่องมือ และผลลัพธ์ที่ได้ด้วย
AI เอเจนต์แตกต่างจากแชทบอททั่วไปที่ตอบคำถามอย่างเดียว เพราะสามารถดำเนินงานได้หลายขั้นตอนเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ปัจจุบันเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องยังมีแนวทางอื่นที่กำลังพัฒนาควบคู่กัน เช่น การจัดการเป้าหมายและสถานะงานข้ามหลายเซสชันไว้ในเลเยอร์แยกต่างหาก
ทราเจกทอรีระบุว่าองค์กรที่นำ AI เอเจนต์มาใช้งานมักเผชิญความท้าทายหลักสามด้าน ได้แก่ △การเพิ่มประสิทธิภาพของโมเดล △ความน่าเชื่อถือของการทำงาน และ △การปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมการทำงานของแต่ละองค์กร โดยบริษัทวางตำแหน่งตัวเองด้วยการให้บริการทั้งโมเดลที่ปรับแต่งเฉพาะทางและระบบรองรับการทำงานควบคู่กัน
เมื่อค่าใช้จ่ายในการใช้งานโมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบปิด (closed LLM) สูงขึ้นเรื่อยๆ ความต้องการของภาคธุรกิจในการปรับแต่งหรือ 'ไฟน์จูน' โมเดลโอเพนซอร์สให้เหมาะกับงานของตนเองก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยทั่วไปการไฟน์จูนหมายถึงการฝึกโมเดลที่มีอยู่แล้วเพิ่มเติมด้วยข้อมูลและเป้าหมายเฉพาะ
แม้การใช้โมเดลโอเพนซอร์สจะช่วยให้องค์กรปรับแต่งโมเดลตามการใช้งานได้ แต่การนำไปใช้งานจริงยังต้องมีระบบรองรับการทำงานที่สมบูรณ์ด้วย เนื่องจากขั้นตอนการเรียกใช้เครื่องมือและการดำเนินงานยังต้องแก้ปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอและความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์
ยิ่งขอบเขตการทำงานของ AI เอเจนต์กว้างขึ้นเท่าไหร่ เทคโนโลยีที่ควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงและการสื่อสารกับภายนอกก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น ก่อนหน้านี้ เบร็กซ์ (Brex) ได้เปิดตัว พร็อกซีโอเพนซอร์สที่ควบคุมการอนุญาตหรือปิดกั้นคำขอ HTTP และ HTTPS ของ AI เอเจนต์ไปยังภายนอก
การระดมทุนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าเม็ดเงินลงทุนไม่ได้ไหลเข้าเฉพาะการพัฒนาโมเดล AI เท่านั้น แต่ยังกระจายไปสู่ซอฟต์แวร์พื้นฐานที่ช่วยปรับแต่งโมเดลและรองรับการทำงานของ AI เอเจนต์ในภาคธุรกิจด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างการลงทุนครั้งนี้กับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลหรือโทเคนที่เกี่ยวข้องกับ AI แต่อย่างใด
ความคิดเห็น 0