บริษัทสตาร์ทอัพ B3IQ เปิดตัวโมเดล 'เช่าก่อนเป็นเจ้าของ' (rent-to-own) สำหรับนักวิจัยมหาวิทยาลัยที่ต้องการเช่าหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) เฉพาะทางแล้วค่อยรับโอนกรรมสิทธิ์ในภายหลัง เซิร์ฟเวอร์เอ็นวิเดีย(NVDA) H200 NVL หนึ่งเครื่องมีราคารวม 54,516 ดอลลาร์
ฟอร์จูน(Fortune) รายงานเมื่อวันที่ 11 ว่า B3IQ สตาร์ทอัพจากนิวยอร์กได้ลูกค้าเป็นนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยดาร์ทเมาท์ และมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (NYU) แล้ว ธุรกิจนี้เจาะกลุ่มนักวิจัยที่ไม่อยากพึ่งพาคลาวด์ภายนอก โดยเสนอทรัพยากรประมวลผล AI เฉพาะทางพร้อมสิทธิ์ควบคุมข้อมูลเต็มรูปแบบ
B3IQ เปิดเผยว่าเงินดาวน์สำหรับเซิร์ฟเวอร์ H200 NVL อยู่ที่ 30% ของราคารวม หรือ 16,355 ดอลลาร์ ลูกค้าจะผ่อนชำระค่าใช้งานไปพร้อมกับการใช้อุปกรณ์ ก่อนรับโอนกรรมสิทธิ์เมื่อชำระครบ
อุปกรณ์สามารถติดตั้งที่พื้นที่ของลูกค้าโดยตรง หรือฝากไว้ที่ศูนย์ข้อมูลของ B3IQ ในเมืองยูจีน รัฐออริกอน สหรัฐฯ ค่าโฮสติ้งพื้นฐานอยู่ที่ 240 ดอลลาร์ต่อเดือน และใช้เวลาส่งมอบสินค้าประมาณ 6-8 สัปดาห์
กรณีศึกษาที่บริษัทเปิดเผย มีทั้งนักวิจัยจาก NYU ที่ใช้ข้อมูลการอพยพจากพื้นที่สงครามมาสร้างแบบจำลองสถานการณ์ และงานวิจัยที่จำลองการเจรจาทางการทูตระหว่างประเทศ สะท้อนความต้องการของทีมวิจัยที่อยากควบคุมทั้งตำแหน่งจัดเก็บข้อมูลและสิทธิ์เข้าถึงอุปกรณ์ด้วยตัวเอง
ในความเป็นจริง มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีทรัพยากรคอมพิวติ้งประสิทธิภาพสูง (HPC) และ GPU ของตัวเองอยู่แล้ว โดย HPC หมายถึงโครงสร้างพื้นฐานที่กระจายงานประมวลผลขนาดใหญ่ไปยังทรัพยากรคอมพิวติ้งหลายชุด
ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ระบบ Marlowe ให้ทรัพยากรวิจัยที่เร่งความเร็วด้วย GPU แก่หัวหน้าโครงการวิจัยระดับอาจารย์ แต่ต้องยื่นคำขอแยกต่างหากและมีระดับการเข้าถึงกำหนดไว้ ส่วนมหาวิทยาลัยดาร์ทเมาท์มีคลัสเตอร์ Discovery ที่เปิดให้ใช้ทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงิน พร้อมทรัพยากร GPU
เอ็นวายยู แลงโกน เฮลธ์ (NYU Langone Health) ก็มีศูนย์ HPC ที่รวม GPU ไว้ให้นักวิจัยใช้งานเช่นกัน แต่ถึงจะมีทรัพยากรประมวลผลอยู่ภายในมหาวิทยาลัยแล้ว นักวิจัยก็ยังต้องผ่านขั้นตอนขออนุมัติบัญชีผู้ใช้ จัดคิวงาน และปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยข้อมูลของคลัสเตอร์ที่ใช้งานร่วมกัน
การมีอุปกรณ์เฉพาะทางเป็นของตัวเองช่วยให้ทีมวิจัยใช้ GPU ได้ในเวลาที่ต้องการ และวางแผนงบประมาณระยะยาวได้ง่ายขึ้น สำหรับงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลอ่อนไหว เช่น การแพทย์ กลาโหม หรือสังคมศาสตร์ การประมวลผลข้อมูลในพื้นที่ของตัวเองโดยไม่ต้องส่งออกไปยังคลาวด์ภายนอก ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการ
ความต้องการลักษณะนี้อาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในรั้วมหาวิทยาลัย องค์กรที่ต้องดูแลข้อมูลอ่อนไหว เช่น เอ็กซ์เชนจ์ ผู้ให้บริการคัสโตดี ทีมวิเคราะห์ออนเชน หรือฝ่ายกำกับดูแล ก็อาจพิจารณาใช้ AI แบบอินเทอร์นอลหรือออนพรีมิสเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม 'ความเป็นส่วนตัว' ที่ B3IQ ชูจุดขาย ไม่ได้หมายความว่ารายละเอียดงานทั้งหมดจะถูกปิดบัง เอกสาร FAQ ของบริษัทระบุว่าข้อมูลระหว่างการส่งผ่านถูกเข้ารหัส และ control plane ไม่ได้เก็บบันทึกพรอมต์หรือผลลัพธ์ของคำขอที่ผ่านการ routing
แต่เมื่องานจริงถูกประมวลผลที่โหนด ผู้ดูแลโหนดสามารถเห็นพรอมต์และผลลัพธ์แบบข้อความธรรมดาได้ B3IQ ระบุชัดเจนว่าไม่ควรมองระบบ routing inference ในปัจจุบันว่าเป็นสภาพแวดล้อมลับที่ได้รับการปกป้องจากผู้ดูแลโหนด
การประมวลผลแบบลับที่ผ่านการตรวจสอบ (confidential compute) และเทคโนโลยีสภาพแวดล้อมการทำงานที่เชื่อถือได้ (TEE) ก็ยังไม่ถูกนำมาใช้จริง โดย TEE คือเทคโนโลยีที่ประมวลผลข้อมูลในพื้นที่แยกต่างหากภายในโปรเซสเซอร์ เพื่อจำกัดการเข้าถึงจากภายนอก รวมถึงจากผู้ดูแลระบบเองด้วย
ผลิตภัณฑ์นี้ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ความเสถียรในเชิงพาณิชย์ B3IQ ระบุในเอกสารทางการว่าบริการนี้ยังอยู่ในสถานะ 'ไพลอต' (pilot) ฟังก์ชันเกตเวย์แบบโฮสต์และระบบชำระเงินทำงานได้เพื่อจุดประสงค์ทดสอบเท่านั้น ขณะที่เครือข่ายโดยรวมยังอยู่ระหว่างการพัฒนาให้สมบูรณ์
B3IQ ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ไว้ที่ 50 ล้านดอลลาร์ มีพนักงานราว 30 คน และระดมทุนสะสมไปแล้ว 21 ล้านดอลลาร์ โดยมีแพนเทอรา และคอยน์เบส เวนเจอร์ส ถูกระบุว่าเป็นนักลงทุน ตัวเลขด้านการบริหารเหล่านี้เป็นข้อมูลที่บริษัทชี้แจงเอง และฟอร์จูนเป็นผู้รายงาน
ความคิดเห็น 0