แอลบี อินเวสต์เมนต์ (LB Investment) กำลังเร่งเครื่องจัดตั้ง 'กองทุนรอง' (Secondary Fund) ลำดับที่สาม มูลค่าเป้าหมายกว่า 200,000 ล้านวอน หลังได้รับคำมั่นเงินลงทุนจากกองทุนบำนาญรายใหญ่สองแห่งเพิ่มเติม
เมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) สำนักข่าว Yonhap Infomax รายงานว่า มูลนิธิบำนาญสมัชชาใหญ่คริสตจักรเพรสไบทีเรียนแห่งเกาหลี (Presbyterian Church of Korea General Assembly Pension Foundation) ได้คัดเลือกบริษัทจัดการเงินทุนทางเลือกสำหรับครึ่งปีหลังของปี 2026 จำนวน 3 แห่ง เมื่อวันที่ 11 ที่ผ่านมา โดยในกลุ่มเวนเจอร์แคปิตอล แอลบี อินเวสต์เมนต์และไอเอ็มเอ็ม อินเวสต์เมนต์ (IMM Investment) ได้รับสิทธิ์เป็นผู้จัดการกองทุน
วงเงินลงทุนที่แอลบี อินเวสต์เมนต์อาจได้รับจากมูลนิธิบำนาญแห่งนี้อยู่ที่ 'สูงสุด 20,000 ล้านวอน' ซึ่งจะถูกนำไปใส่ในกองทุนรองใหม่ที่กำลังจัดตั้ง
ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายน แอลบี อินเวสต์เมนต์ได้รับเลือกเป็นผู้จัดการกองทุนในกลุ่มขนาดกลางของ 'กองทุนรองสนับสนุนตลาดการถอนทุนปี 2026' ของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเกาหลี (KDB) และในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยังได้รับเลือกเป็นผู้จัดการกองทุนบลายด์ (Blind Fund) ของกองทุนบำนาญครูโรงเรียนเอกชนเกาหลี (Korea Teachers' Pension) ทำให้ได้รับเงินลงทุนเพิ่มอีก 20,000 ล้านวอน
บริษัทวางแผนใช้เงินทุนจากทั้งสามแหล่งนี้เป็นฐานในการระดมทุนให้ได้กองทุนขนาดกว่า 200,000 ล้านวอน และเมื่อรวมเงินจากมูลนิธิบำนาญสมัชชาใหญ่เข้าไปด้วย ฐานการระดมทุนก็ยิ่งขยายกว้างขึ้น
'กองทุนรอง' คือกองทุนที่เข้าซื้อหุ้นนอกตลาดหรือสัดส่วนการถือหน่วยลงทุนจากผู้ถือหุ้นเดิม โดยทำหน้าที่เป็นช่องทางถอนทุนระหว่างทางให้กับนักลงทุนเดิม ในกรณีที่ต้องรอเวลานานกว่าจะถึงจังหวะเข้าตลาดหลักทรัพย์หรือควบรวมกิจการ
ต่างจากการลงทุนในหุ้นเพิ่มทุนใหม่ที่เงินไหลเข้าสู่บริษัทโดยตรง เงินจากการซื้อขายหุ้นเดิมจะจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมที่ขายสัดส่วนออกมา เนื่องจากหุ้นนอกตลาดซื้อขายในตลาดเปิดได้ยาก การซื้อขายแบบกองทุนรองจึงถือเป็นกลไกสำคัญส่วนหนึ่งของตลาดการถอนทุน
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยนำเสนอโครงสร้างธุรกรรมกองทุนรองที่อดีตและปัจจุบันพนักงาน OpenAI แปลงหุ้นที่ถือครองเป็นเงินสดผ่านวิธีเทนเดอร์ออฟเฟอร์ มาแล้ว และกองทุนใหม่ของแอลบี อินเวสต์เมนต์ก็เลือกตลาดกองทุนรองที่ช่วยสนับสนุนการถอนทุนของนักลงทุนเดิมเป็นพื้นที่ลงทุนหลักเช่นกัน
แอลบี อินเวสต์เมนต์เคยจัดตั้ง 'กองทุนแอลบี อินโนเวชั่นโกรท' มูลค่า 124,500 ล้านวอนในปี 2019 และตามมาด้วย 'กองทุนแอลบี อินโนเวชั่นโกรท 2' มูลค่า 280,300 ล้านวอนในเดือนธันวาคม ปี 2022
ทั้งสองกองทุนมีแช ดูซอก (Chae Du-seok) รองประธานแอลบี อินเวสต์เมนต์ เป็นผู้จัดการกองทุนหลัก ส่วนกองทุนที่สามนี้ถือเป็นครั้งแรกที่โอ ซึงยุน (Oh Seung-yun) กรรมการบริหารแอลบี อินเวสต์เมนต์ จะขึ้นมารับหน้าที่ผู้จัดการกองทุนหลัก
โอ ซึงยุนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาสัตวศาสตร์และปริญญาโทสาขาชีวสารสนเทศจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ก่อนเข้าร่วมแอลบี อินเวสต์เมนต์ เคยทำงานที่พีแอนด์จี (P&G) และซัมโฮกรีนอินเวสต์เมนต์ และได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการในปี 2021 ก่อนขึ้นเป็นกรรมการบริหารในปี 2024
ที่แอลบี อินเวสต์เมนต์ โอ ซึงยุนเป็นผู้นำการลงทุนด้านไบโอและเฮลธ์แคร์ และมีส่วนร่วมในพอร์ตการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนจากการเข้าตลาดหลักทรัพย์และการถอนทุน เช่น ลิฟส์เมด (Livsmed) และคิวโรเซลล์ (Curocell)
Yonhap Infomax รายงานเมื่อวันที่ 12 ว่า กองทุนใหม่นี้คาดว่าจะยังคงใช้กลยุทธ์แบบ 'ไฮบริด' เช่นเดียวกับกองทุนที่ 1 และ 2 นั่นคือไม่ได้ซื้อเฉพาะหุ้นเดิมเท่านั้น แต่ยังผสมผสานการลงทุนในหุ้นเพิ่มทุนใหม่เข้าไปด้วย
กลยุทธ์ไฮบริดเป็นโครงสร้างที่ตอบโจทย์ความต้องการถอนทุนของผู้ถือหุ้นเดิม พร้อมกับจัดหาเงินทุนใหม่ให้กับบริษัทเป้าหมายไปในตัว อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการลงทุนระหว่างหุ้นเดิมกับหุ้นเพิ่มทุนใหม่ และรายละเอียดวิธีบริหารกองทุนจะถูกกำหนดให้ชัดเจนหลังจากจัดตั้งกองทุนเสร็จสิ้น
ขนาดกองทุนสุดท้ายและโครงสร้างผู้ร่วมลงทุนจะยืนยันได้ก็ต่อเมื่อกระบวนการระดมทุนเสร็จสิ้น โดยแอลบี อินเวสต์เมนต์มีแผนเดินหน้าจัดตั้งกองทุนรองลำดับที่สามต่อไป บนฐานเงินทุนจากธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเกาหลี กองทุนบำนาญครูโรงเรียนเอกชนเกาหลี และมูลนิธิบำนาญสมัชชาใหญ่คริสตจักรเพรสไบทีเรียนแห่งเกาหลี
ความคิดเห็น 0