พาแลนเทียร์ เทคโนโลยีส์ (Palantir Technologies, PLTR) พุ่งขึ้นสูงสุดถึง 49.9% จากจุดต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ ขณะที่มูลค่าสัญญา ‘โอเพนอินเทอเรสต์’ (Open Interest) ของสัญญาอนุพันธ์ที่อ้างอิงราคาหุ้นตัวนี้เพิ่มขึ้นถึง 277% ภายใน 24 ชั่วโมง กระเป๋าเงินขนาดใหญ่รายหนึ่งที่เพิ่งปิดสถานะ ‘ชอร์ต’ มูลค่า 23.6 ล้านดอลลาร์ พลิกมาเปิดสถานะ ‘ลอง’ ภายในเวลาเพียง 1 วินาที
TradingBeats (เดิมชื่อ Hyperinsight) เปิดเผยเมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) ว่าราคาหุ้นพาแลนเทียร์(PLTR) ปรับตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ที่ 119.71 ดอลลาร์ ไปแตะระดับสูงสุดที่ 179.42 ดอลลาร์ โดยราคา ณ เวลาที่รายงานอยู่ที่ 172.39 ดอลลาร์
การปรับตัวขึ้นครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากที่พาแลนเทียร์เคยพุ่งขึ้นในการซื้อขายช่วงก่อนตลาดเปิด หลังบริษัทประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่งเกินคาด ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นหลังการประกาศผลประกอบการดังกล่าวได้ลามไปสู่การซื้อขายสัญญาอนุพันธ์และการขยายสถานะของนักลงทุนตามมา
ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา จำนวนสัญญาที่เปิดอยู่ (Open Interest) ของสัญญาอนุพันธ์ที่อ้างอิงพาแลนเทียร์เพิ่มขึ้นราว 278.7% ส่วนมูลค่าของสัญญาที่เปิดอยู่เพิ่มขึ้นจาก 10.88 ล้านดอลลาร์ เป็น 41.05 ล้านดอลลาร์
คิดเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นราว 30.17 ล้านดอลลาร์ หรืออัตราเพิ่มขึ้นราว 277% ขณะที่มูลค่าการซื้อขายในช่วงเวลาเดียวกันอยู่ที่ราว 93.75 ล้านดอลลาร์
‘โอเพนอินเทอเรสต์’ หมายถึงขนาดของสัญญาอนุพันธ์ที่ยังไม่ถูกปิดสถานะ การเพิ่มขึ้นของตัวเลขนี้บ่งชี้ว่ามีเงินทุนและสถานะใหม่ไหลเข้าสู่ตลาด แต่เนื่องจากครอบคลุมทั้งฝั่ง ‘ลอง’ และ ‘ชอร์ต’ จึงไม่สามารถใช้เป็นตัวชี้วัดทิศทางราคาได้เพียงลำพัง
ก่อนหน้านี้ มูลค่าสัญญาที่เปิดอยู่ของพาแลนเทียร์เคยปรับตัวลดลงจาก 40.88 ล้านดอลลาร์ เหลือ 21.15 ล้านดอลลาร์ หรือลดลง 48.3% แต่ล่าสุดมูลค่าดังกล่าวกลับมาเพิ่มขึ้นเป็น 41.05 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าขนาดสถานะในตลาดขยายตัวขึ้นอีกครั้งภายในระยะเวลาอันสั้น
ศูนย์กลางของความเคลื่อนไหวครั้งนี้คือกระเป๋าเงินขนาดใหญ่ที่ขึ้นต้นด้วย 0x4e23 ซึ่งปิดสถานะ ‘ชอร์ต’ มูลค่า 23.6 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะเปิดสถานะ ‘ลอง’ ในทิศทางตรงกันข้ามภายในเวลาเพียง 1 วินาทีถัดมา
ปัจจุบันกระเป๋าเงินดังกล่าวถือสถานะ ‘ลอง’ ด้วยสัญญาที่อ้างอิงพาแลนเทียร์จำนวน 92,400 สัญญา โดยใช้มาร์จิ้นแบบ ‘แยกสถานะ’ (Isolated Margin) และเลเวอเรจ 10 เท่า มูลค่าสถานะรวมอยู่ที่ราว 15.924 ล้านดอลลาร์ ราคาเข้าซื้อเฉลี่ยอยู่ที่ 175.25 ดอลลาร์
มาร์จิ้นแบบแยกสถานะคือรูปแบบที่กันความเสี่ยงการถูกบังคับปิดสถานะไว้เฉพาะเงินประกันที่จัดสรรให้สถานะนั้นๆ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยิ่งใช้เลเวอเรจสูงเท่าใด หากราคาเคลื่อนไหวสวนทางกับทิศทางที่เข้าซื้อ ความผันผวนของกำไรขาดทุนเทียบกับเงินประกันและความเสี่ยงถูกบังคับปิดสถานะก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
สถานะเดียวของกระเป๋าเงินนี้คิดเป็นสัดส่วนราว 38.8% ของจำนวนสัญญาที่เปิดอยู่ทั้งหมดของพาแลนเทียร์ กล่าวคือ ผู้ถือสถานะ ‘ชอร์ต’ รายใหญ่เดิมได้กลายมาเป็นหนึ่งในผู้ถือสถานะ ‘ลอง’ ที่มีความเข้มข้นมากที่สุดในตลาดภายในเวลาอันสั้น
สถานะใหม่นี้ขาดทุนทางบัญชีอยู่ราว 264,000 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นผลตอบแทนราวลบ 16.3% ราคาที่จะถูกบังคับปิดสถานะอยู่ที่ 165.99 ดอลลาร์ ห่างจากราคา ณ เวลาที่รายงานราว 3.7%
อัตราค่าธรรมเนียม ‘ฟันดิง’ (Funding Rate) รายชั่วโมงอยู่ที่ราวบวก 0.000625% ซึ่งหมายความว่าผู้ถือสถานะ ‘ลอง’ เป็นฝ่ายต้องจ่ายค่าธรรมเนียมนี้ หากราคายังคงอยู่ต่ำกว่าราคาเข้าซื้อเฉลี่ยที่ 175.25 ดอลลาร์ ผู้ถือสถานะจะต้องแบกรับทั้งผลขาดทุนทางบัญชีและค่าธรรมเนียมฟันดิงไปพร้อมกัน
ข้อมูลประวัติการซื้อขายที่เปิดเผยต่อสาธารณะระบุว่ากระเป๋าเงินนี้มีกำไรสะสมอยู่ที่ 17.7 ล้านดอลลาร์ โดยมีรูปแบบการซื้อขายคือเข้าสถานะตามทิศทางแนวโน้มราคาในหลายสินทรัพย์ กำหนดราคาบังคับปิดสถานะให้ใกล้เคียงกับราคาปัจจุบัน พร้อมกับพลิกทิศทางสถานะอย่างรวดเร็วเพื่อจำกัดผลขาดทุน
การพลิกสถานะและการเพิ่มขึ้นของสัญญาที่เปิดอยู่จากกระเป๋าเงินเดียวนี้ สะท้อนเพียงการขยายตัวของผู้เข้าร่วมตลาดเท่านั้น ยังไม่ใช่สัญญาณที่ยืนยันทิศทางราคาของพาแลนเทียร์แต่อย่างใด
ความคิดเห็น 0