Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ช่องว่าง 8 หมื่นล้านดอลลาร์ MSTR-BTC ตัวเลขทางการชี้เหลือ 944 ล้านดอลลาร์

เกิดข้อถกเถียงอีกครั้งเรื่องช่องว่างมูลค่าระหว่างสแตรทีจี(Strategy·MSTR) กับบิตคอยน์(BTC) ที่มีการอ้างว่าสูงถึง 80,000 ล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขทางการล่าสุดที่บริษัทเปิดเผยเองกลับต่างออกไปมาก โดยส่วนต่างระหว่างมูลค่ากิจการ(Enterprise Value) กับมูลค่าบิตคอยน์ที่ถือครองอยู่ที่ประมาณ 944 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

เมื่อวันที่ 18 (เวลาท้องถิ่น) ยูทูเดย์(U.Today) รายงานว่า เจมส์ ชานอส(James Chanos) ผู้ก่อตั้งคินิคอส แอสโซซิเอทส์(Kynikos Associates) มองว่าความสัมพันธ์ด้านมูลค่าระหว่างสแตรทีจีกับบิตคอยน์ถูกบิดเบือนไป ประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าราคาบิตคอยน์ลดลงหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าหุ้น MSTR ซื้อขายกันในราคาสูงกว่ามูลค่าบิตคอยน์ที่ถือครองอยู่มากน้อยเพียงใด

ตัวเลขทางการของสแตรทีจี ณ วันที่ 30 มิถุนายนถึง 1 กรกฎาคม 2026 ระบุราคาหุ้น MSTR ที่ 86.93 ดอลลาร์ มูลค่าตลาด(Market Cap) 32.34 พันล้านดอลลาร์ มูลค่ากิจการ(Enterprise Value) 51.969 พันล้านดอลลาร์ และมูลค่าบิตคอยน์ที่ถือครอง 51.025 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลชุดเดียวกัน บริษัทถือบิตคอยน์อยู่ 847,363 เหรียญ คำนวณจากราคาบิตคอยน์ที่ 60,217 ดอลลาร์ ส่วนค่า mNAV อยู่ที่ 1.02

เมื่อนำตัวเลขเหล่านี้มาเทียบกันตรง ๆ ส่วนต่างระหว่างมูลค่ากิจการกับมูลค่าบิตคอยน์ที่ถือครองอยู่ที่ประมาณ 944 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ห่างไกลจากตัวเลข 80,000 ล้านดอลลาร์ที่ถูกพูดถึง นอกจากนี้สแตรทีจียังเปิดเผยหนี้สิน 6.754 พันล้านดอลลาร์ หุ้นบุริมสิทธิ(Preferred Stock) 15.461 พันล้านดอลลาร์ และเงินสำรองสกุลดอลลาร์ 2.55 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้การคำนวณซับซ้อนขึ้นไปอีก

เอกสาร 8-K ที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 สะท้อนแนวโน้มเดียวกัน โดยสแตรทีจีระบุว่าระหว่างวันที่ 29 มิถุนายนถึง 5 กรกฎาคม 2026 บริษัทขายบิตคอยน์ออกไป 3,588 เหรียญ และ ณ เวลา 05.00 น. (เวลาเกาหลี) ของวันที่ 6 กรกฎาคม เหลือถือครองอยู่ 843,775 เหรียญ พร้อมเงินสำรองสกุลดอลลาร์ 2.55 พันล้านดอลลาร์

บริษัทชี้แจงว่านำเงินจากการขายไปใช้จ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิและเติมเงินสำรองสกุลดอลลาร์ให้เต็ม สะท้อนว่าสแตรทีจีไม่ใช่แค่บริษัทที่ถือครองบิตคอยน์เฉย ๆ แต่เป็นบริษัทมหาชนที่บริหารทั้งบิตคอยน์ หนี้สิน หุ้นบุริมสิทธิ และสินทรัพย์คล้ายเงินสดไปพร้อมกัน

ประเด็นเดิมของชานอสสรุปได้ว่า “ขาย MSTR ซื้อ BTC” โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 เขาตั้งคำถามเรื่องพรีเมียมราคาหุ้นเทียบกับมูลค่าบิตคอยน์ที่สแตรทีจีถือครอง พร้อมวิจารณ์คำอธิบายของไมเคิล เซย์เลอร์(Michael Saylor) ผู้ร่วมก่อตั้งสแตรทีจี ว่าเป็น “financial gibberish”

รายงานช่วงเดือนมิถุนายน 2025 ระบุว่าขณะนั้นสแตรทีจีถือบิตคอยน์อยู่ 582,000 เหรียญ คิดเป็นมูลค่า 62.27 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าตลาดของบริษัทอยู่ที่ 108 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.74 เท่าของมูลค่าบิตคอยน์ที่ถือครอง

หลังจากนั้นพรีเมียมดังกล่าวก็ลดลงเรื่อย ๆ โดยบลูมเบิร์ก(Bloomberg) รายงานเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ว่าชานอสปิดสถานะเทรดคู่(Pair Trade) นี้ไปแล้ว เนื่องจากพรีเมียมหดตัวลง ซึ่งสะท้อนภาพการบีบตัวของพรีเมียมช่วงพีคในอดีต มากกว่าจะหมายความว่าช่องว่างระดับ 80,000 ล้านดอลลาร์ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน

mNAV เป็นตัวชี้วัดที่เปรียบเทียบมูลค่ากิจการกับมูลค่าสินทรัพย์ที่ถือครอง ผลลัพธ์ว่าบริษัทมีพรีเมียมหรือไม่อาจต่างกันไปตามวิธีคำนวณ ไม่ว่าจะใช้มูลค่าตลาด มูลค่ากิจการ หรือฐานหุ้นแบบเจือจาง(Diluted) บางรายงานช่วงเดือนมิถุนายน 2026 ระบุว่าค่า mNAV แบบ Enterprise ของสแตรทีจีลดลงต่ำกว่าระดับพาริตี้ แต่แดชบอร์ดทางการของบริษัทช่วงเดือนกรกฎาคม 2026 กลับแสดงค่า mNAV อยู่ที่ 1.02

จุดที่นักลงทุนไทยควรจับตาอยู่ตรงนี้เอง สแตรทีจีเป็นบริษัทมหาชนที่ถือบิตคอยน์จำนวนมาก แต่ราคาหุ้นไม่ได้ถูกอธิบายได้ด้วยจำนวนบิตคอยน์ที่ถือครองเพียงอย่างเดียว เมื่อพิจารณา การถือครองบิตคอยน์ 843,775 เหรียญและการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ทางการเงินของสแตรทีจี จะเห็นว่าประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่จำนวนบิตคอยน์ แต่อยู่ที่โครงสร้างเงินทุนที่ใช้ถือครองบิตคอยน์เหล่านั้นด้วย

ฝั่งที่มองว่าพรีเมียมยังมีเหตุผลรองรับก็ยังมีอยู่ นักลงทุนบางส่วนเห็นว่าสแตรทีจีสามารถใช้บิตคอยน์เป็นเครื่องมือระดมทุนหรือจัดสรรสินทรัพย์ได้ จึงมองว่าพรีเมียมระดับหนึ่งเป็นเรื่องที่อธิบายได้ ตรงข้ามกับฝั่งชานอสที่มองว่าโครงสร้างที่พึ่งพาผู้ซื้อรายใหม่และการรักษาพรีเมียมไว้อาจสั่นคลอนได้ในอนาคต

สุดท้ายแล้ว ประเด็นนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข “ช่องว่างการเก็งกำไร 80,000 ล้านดอลลาร์” แต่อยู่ที่คำถามว่าจะมองสแตรทีจีเป็นเครื่องมือลงทุนทางเลือกแทนบิตคอยน์โดยตรง หรือควรมองแยกเป็นมูลค่ากิจการที่ผสมรวมทั้งหนี้สินและหุ้นบุริมสิทธิเข้าไปด้วย ตัวเลขทางการล่าสุดสะท้อนความแตกต่างของวิธีคำนวณพรีเมียมมากกว่าจะบ่งชี้ช่องว่างมูลค่าขนาดใหญ่

ข้อมูลทางการล่าสุดที่ยืนยันได้ ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2026 ตามเวลาเกาหลีใต้ คือตัวเลขของบริษัทเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 และการเปิดเผยยอดถือครองเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ส่วนคำถามที่ว่าชานอสยังคงถือสถานะเดิมอยู่หรือไม่ในเดือนสิงหาคม 2026 นั้น ยังไม่มีการยืนยันแยกต่างหาก

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1