อัยการเนเธอร์แลนด์ขายสินทรัพย์คริปโตที่ยึดมาจาก Knaken แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ได้เงินรวม 2.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ศาลรอตเตอร์ดัม(Rotterdam)ใช้เหตุผลว่าเงินลูกค้าขาดหายไปราว 7 ล้านยูโรเป็นหลักฐานสำคัญในการสั่งล้มละลาย ทำให้ยอดเงินที่ลูกค้าจะได้คืนจริงและวิธีเคลียร์บัญชียังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อ
Bitcoin.com News รายงานเมื่อวันที่ 18 (เวลาท้องถิ่น) ว่าอัยการขายสินทรัพย์คริปโตที่ยึดได้เป็นเงิน 2.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ เอกสารที่อัยการเนเธอร์แลนด์และศาลรอตเตอร์ดัมเผยแพร่เองไม่ได้ระบุยอดขายนี้แยกไว้ต่างหาก ตัวเลขดังกล่าวจึงอ้างอิงจากรายงานของ Bitcoin.com News เพียงแหล่งเดียว
อัยการเนเธอร์แลนด์ยื่นคำร้องต่อศาลรอตเตอร์ดัมขอให้สั่งพิทักษ์ทรัพย์บริษัท Knaken Cryptohandel B.V. และมูลนิธิ Stichting Knaken Payments เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน โดยระบุว่า Knaken ให้บริการแลกเปลี่ยนและเก็บรักษาคริปโตแก่ลูกค้าโดยไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับตลาดการเงินเนเธอร์แลนด์ (AFM) และได้ระงับการจ่ายเงินคืนให้ลูกค้าไปแล้ว
ศาลรอตเตอร์ดัมมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ทั้งสองนิติบุคคลเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม โดยอ้างอิงข้อกล่าวหาของอัยการว่าเงินลูกค้าขาดหายไปประมาณ 7 ล้านยูโร และลูกค้าไม่สามารถเข้าถึงบัญชีหรือยอดเงินของตัวเองได้ จนยากจะประเมินสถานะทางกฎหมายของตนเอง
ศาลแต่งตั้งทนายความซี.เอฟ.ดับเบิลยู.เอ. ฮัมม์ (C.F.W.A. Hamm) เป็นผู้พิทักษ์ทรัพย์ ทำหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สินและความสัมพันธ์ด้านหนี้สินของบริษัทที่ล้มละลาย พร้อมดูแลกระบวนการเคลียร์บัญชีลูกค้า
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้คือการปิดให้บริการอย่างกะทันหันช่วงต้นเดือนมิถุนายน DutchNews รายงานว่า Knaken ปิดเว็บไซต์และแอปซื้อขายทันที ทำให้ลูกค้าเข้าถึงคริปโตที่ตนถืออยู่ไม่ได้
Knaken ชี้แจงว่ายังไม่ได้รับใบอนุญาตจาก AFM ตามกรอบกฎระเบียบตลาดสินทรัพย์คริปโตของสหภาพยุโรป (MiCA) และอยู่ระหว่างดำเนินการปิดกิจการ ทั้งนี้ DutchNews ระบุว่าโบรกเกอร์คริปโตที่ให้บริการลูกค้าในเนเธอร์แลนด์ต้องมีใบอนุญาต AFM ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2025 เป็นต้นไป
อัยการเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน และยึดอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลดิจิทัลรวมถึงทรัพย์สินของบริษัท โดยไม่มีการจับกุมบุคคลใด อัยการระบุว่าการยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์เป็นกระบวนการทางแพ่งเพื่อประโยชน์สาธารณะในการเคลียร์บัญชี ส่วนการสอบสวนคดีอาญาที่หน่วยงาน FIOD ดำเนินอยู่เป็นคนละทีมกัน
เงินจากการขายทรัพย์สินที่ถูกยึดไม่ได้แปลว่าจะกลายเป็นเงินคืนลูกค้าในทันที อัยการเนเธอร์แลนด์เคยชี้แจงว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดสามารถนำออกขายได้หากมีความเสี่ยงว่ามูลค่าจะลดลง และเงินที่ได้จากการขายก็ยังคงอยู่ในสถานะถูกอายัดต่อไปได้เช่นกัน
ตัวเลขจำนวนลูกค้าและเงินลงทุนยังไม่ตรงกันในแต่ละแหล่งข่าว Bitcoin.com News รายงานว่าผู้พิทักษ์ทรัพย์ระบุว่ามีลูกค้าประมาณ 6,300 ราย และเงินลงทุนรวมอยู่ที่ 11.6-13.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่สื่อท้องถิ่นเนเธอร์แลนด์รายงานว่าหน่วยงานทางการประเมินว่ามีผู้ได้รับผลกระทบราว 30,000 ราย
จำนวนลูกค้าและมูลค่าความเสียหายจึงยังไม่ได้ข้อสรุปเป็นตัวเลขเดียว และขนาดความเสียหายที่แท้จริงต้องรอการยืนยันอีกครั้งในกระบวนการพิทักษ์ทรัพย์
ฝั่ง Knaken โต้แย้งว่าการล้มละลายไม่ใช่วิธีเคลียร์บัญชีที่ดีที่สุด ตามเอกสารของศาล Knaken อ้างว่าผลประโยชน์ของลูกค้าได้รับการคุ้มครองอยู่แล้วผ่านการยึดทรัพย์ในคดีอาญา การหยุดให้บริการทั่วไป และโครงสร้างการดูแลทรัพย์สินแยกส่วน พร้อมระบุว่าจะจัดสรรทรัพย์สินที่มีอยู่ผ่านการตรวจสอบอิสระและโพรโทคอลการจ่ายเงิน
ศาลไม่ยอมรับข้อโต้แย้งนี้ โดยให้เหตุผลว่าลูกค้าเข้าถึงบัญชีไม่ได้ ข้อมูลไม่เพียงพอ และเงินขาดหายไปเป็นจำนวนมาก แม้บริษัทจะอ้างว่ามีกระบวนการเคลียร์บัญชีของตัวเอง แต่การที่ลูกค้าขาดข้อมูลสำหรับประเมินยอดเงินและสถานะทางกฎหมายของตนเองกลายเป็นเหตุผลหลักที่ศาลใช้ตัดสินให้ล้มละลาย
ฝั่งลูกค้าเองก็เตรียมรวมตัวกันผ่านกลุ่ม Knaken Collectief ซึ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน โดยเก็บค่าเข้าร่วม 17.50 ยูโรต่อคน ทางกลุ่มระบุว่าค่าเข้าร่วมนี้ไม่ได้หมายความว่าจะมีตัวแทนทางกฎหมายหรือรับประกันว่าจะได้เงินคืน แต่จะขอเจรจากับผู้พิทักษ์ทรัพย์ต่อไปหลังศาลสั่งล้มละลายแล้ว
กรณีของ Knaken สะท้อนขั้นตอนที่ผู้ใช้แพลตฟอร์มคริปโตในต่างประเทศต้องเผชิญหลังบริการถูกระงับกะทันหัน ส่วนจะได้เงินคืนจริงเท่าไรและเมื่อไรนั้น ขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้พิทักษ์ทรัพย์ ลำดับสิทธิของเจ้าหนี้ และกระบวนการยึดทรัพย์ในคดีอาญาที่ยังดำเนินอยู่
ความคิดเห็น 0