เรดสโตน(RedStone) เริ่มป้อนข้อมูลมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) รายวันแบบออนเชนให้กับกองทุนโทเคไนซ์ HINC ในเครือนิวเบอร์เกอร์ เบอร์แมน(Neuberger Berman) กรณีนี้สะท้อนว่ากองทุนโทเคไนซ์ที่จะนำไปใช้เป็นหลักประกันหรือกลไกชำระบัญชีในดีไฟ (DeFi) ไม่ได้ต้องการแค่ 'ฟีดราคา' เท่านั้น แต่ต้องมีการตรวจสอบมูลค่ากองทุนที่คำนวณได้ด้วย
ตามรายงานของคริปโตบรีฟฟิ่ง(Crypto Briefing) ข้อมูล NAV ของ HINC ถูกส่งไปยัง 4 เครือข่าย ได้แก่ อีเธอเรียม(ETH) อวาแลนช์(AVAX) โซลานา(SOL) และซุย(SUI) อย่างไรก็ตาม ชื่อกองทุนอย่างเป็นทางการของ HINC และการเชื่อมโยงกับสัญลักษณ์ซื้อขายยังไม่ได้รับการยืนยันแยกต่างหากบนหน้าเว็บทางการของเรดสโตนและซีเคียวริไทซ์(Securitize)
NAV คือมูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่ได้จากการนำสินทรัพย์ของกองทุนหักด้วยหนี้สิน ในโลกการเงินดั้งเดิม ตัวเลขนี้ใช้เป็นเกณฑ์ซื้อขายหน่วยลงทุนและวัดผลตอบแทน ส่วนในกองทุนโทเคไนซ์ NAV กลายเป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการประเมินหลักประกันออนเชน การชำระบัญชี และการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน
กองทุนโทเคไนซ์คือโครงสร้างที่นำหน่วยลงทุนหรือสิทธิรับผลตอบแทนของกองทุนเดิมมาบันทึกไว้บนบล็อกเชน แม้สินทรัพย์จะแสดงผลบนเชน แต่ทรัพย์สินที่บริหารจริง หนี้สิน และเงื่อนไขการรับซื้อคืนส่วนใหญ่ยังอยู่ในโครงสร้างทางกฎหมายนอกเชน (off-chain) ทำให้ที่มาและวิธีตรวจสอบข้อมูล NAV กลายเป็นเรื่องสำคัญ
เรดสโตนระบุผ่านบล็อกทางการว่าได้ออกแบบระบบ 'TSSO' (Trusted Single Source Oracle) ร่วมกับซีเคียวริไทซ์ เพื่อใช้กับกองทุนโทเคไนซ์ สินเชื่อเอกชน (private credit) และสินทรัพย์อ้างอิงพันธบัตรรัฐบาล ต่างจากออราเคิลทั่วไปที่คำนวณราคาเฉลี่ยจากหลายแหล่ง ระบบนี้นำค่าที่คำนวณโดยผู้รับผิดชอบรายเดียว เช่น ผู้จัดการกองทุน มาผูกกับลายเซ็น การประทับเวลา และแฮช เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้บนเชน
โครงสร้างนี้ต่างจากคริปโตที่ราคาซื้อขายเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายตลาด เพราะ NAV ของกองทุนสินเชื่อเอกชนหรือกองทุนอ้างอิงพันธบัตรรัฐบาลมักคำนวณโดยบริษัทจัดการหรือผู้ดูแลกองทุนตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ ดังนั้นบนเชน ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ 'ค่าเฉลี่ยจากหลายราคา' แต่เป็น 'ความสมบูรณ์ของค่าที่คำนวณอย่างเป็นทางการ'
เรดสโตนระบุว่าปัจจุบันได้ป้อนฟีด NAV ให้กองทุนโทเคไนซ์หลายแห่งแล้ว ทั้ง BUIDL ของแบล็คร็อค(BlackRock) ACRED ของอพอลโล(Apollo) VBILL ของแวนเอ็ค(VanEck) SCOPE ของแฮมิลตัน เลน(Hamilton Lane) และ STAC ของซีเคียวริไทซ์ กรณีเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า เมื่อกองทุนโทเคไนซ์ไม่ได้เป็นแค่สินทรัพย์ที่เก็บรักษา แต่เชื่อมกับหลักประกันและโครงสร้างชำระเงินในดีไฟ ชั้นข้อมูล (data layer) จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
ซีเคียวริไทซ์เปิดเผยบนเว็บไซต์ทางการว่า มีสินทรัพย์โทเคไนซ์รวมกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ บัญชีนักลงทุนมากกว่า 580,000 บัญชี และรองรับมากกว่า 15 เครือข่าย บริษัทยังระบุว่าหุ้นสามัญของบริษัทเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ภายใต้สัญลักษณ์ SECZ ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา
เรื่องนี้เชื่อมโยงกับการที่ซุยและซีเคียวริไทซ์เริ่มเชื่อมต่อกองทุนโทเคไนซ์เข้าด้วยกันก่อนหน้านี้ ซึ่งรายงานดังกล่าวก็ระบุเช่นกันว่า ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของ HINC ทั้งขนาดสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร เงื่อนไขคุณสมบัตินักลงทุน โครงสร้างการออกหน่วยลงทุน และผู้ดูแลทรัพย์สิน
การใช้งานกองทุนออนเชนในวงกว้างยังปรากฏในกลุ่มสินทรัพย์อ้างอิงพันธบัตรรัฐบาลด้วยเช่นกัน ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่ากองทุนกระทรวงการคลังของเจนัส เฮนเดอร์สัน(Janus Henderson) กำลังขยายบทบาทเป็นเครื่องมือหลักประกันออนเชนและบริหารเงินทุนของสถาบัน
อีกจุดที่ต้องระวังในการรายงานข่าวคือการใช้สัญลักษณ์ HINC เพราะเอกสารของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ระบุว่า HINC เป็นสัญลักษณ์ของกองทุนฮาร์ตฟอร์ด ไฮยิลด์ อีทีเอฟ(Hartford High Yield ETF) ด้วยเช่นกัน
เมื่อสัญลักษณ์เดียวกันซ้อนทับกับผลิตภัณฑ์อื่น การเจาะจงว่า HINC เป็นสัญลักษณ์เฉพาะตัวจึงมีความเสี่ยง ทางที่ปลอดภัยกว่าคือจำกัดความหมายไว้ที่ 'กองทุนโทเคไนซ์ในเครือนิวเบอร์เกอร์ เบอร์แมน' เท่านั้น จนกว่าจะมีการเปิดเผยชื่อกองทุนอย่างเป็นทางการและโครงสร้างทางกฎหมายเพิ่มเติมจากเอกสารสาธารณะ
การป้อนข้อมูล NAV แบบออนเชนของกองทุนโทเคไนซ์ ไม่ได้หมายความว่าราคาจะปรับขึ้นหรือเปิดให้นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงได้ ข้อจำกัดในการโอน คุณสมบัตินักลงทุนที่เข้าเงื่อนไข โครงสร้างการรับซื้อคืน และขอบเขตการกำกับดูแล ล้วนต้องสอดคล้องกันจึงจะกำหนดขอบเขตการใช้งานจริงได้
สำหรับนักลงทุนทั่วไป ประเด็นสำคัญไม่ใช่การเข้าถึงผลิตภัณฑ์แต่ละตัว แต่คือโครงสร้างข้อมูลของสินทรัพย์โทเคไนซ์ แม้หน่วยลงทุนของกองทุนจะแสดงอยู่บนเชน แต่หากผู้รับผิดชอบคำนวณ NAV ขั้นตอนตรวจสอบ และเงื่อนไขการรับซื้อคืนยังไม่ชัดเจน การนำไปใช้เป็นหลักประกันหรือเครื่องมือชำระเงินก็ยังมีข้อจำกัดอยู่
การป้อนข้อมูลครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าบทบาทของออราเคิลในตลาดกองทุนโทเคไนซ์กำลังขยายจาก 'การส่งราคา' ไปสู่ 'การตรวจสอบมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ' ส่วนกองทุน HINC จะออกภายใต้ชื่อและโครงสร้างทางกฎหมายแบบใดกันแน่ ยังต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมต่อไป
ความคิดเห็น 0