ดัชนีราคาค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล(PCE) เดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับขึ้น 0.13% จากเดือนก่อนหน้า ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส(WTI) ดีดตัวกลับมาอยู่ที่ระดับ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กลายเป็นปัจจัยกดดันเชิงมหภาคที่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซี รวมถึงบิตคอยน์(BTC) ต้องจับตาอีกครั้ง ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะตัดสินใจเรื่องทิศทางอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป
Korea Economic Daily (한국경제) รายงานโดยอ้างอิงบทวิเคราะห์ของโคเรีย อินเวสต์เมนต์ แอนด์ ซีเคียวริตี้ส์ (Korea Investment & Securities) ว่าดัชนี PCE เดือนกรกฎาคม ทั้งดัชนีรวม(headline) และดัชนีพื้นฐาน(core) มีแนวโน้มปรับขึ้น 0.13% และ 0.21% ตามลำดับเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่ตัวเลขเดือนมิถุนายนอยู่ที่ -0.11% และ 0.13% ตามลำดับ
มุน ดาอุน(Moon Da-woon) นักวิเคราะห์จากโคเรีย อินเวสต์เมนต์ แอนด์ ซีเคียวริตี้ส์ ประเมินตัวเลขดังกล่าวโดยอ้างอิงดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต(PPI) เดือนกรกฎาคม และชี้ว่าแม้ตัวเลข CPI เดือนกรกฎาคมจะออกมา 'ต่ำ' กว่าที่ตลาดคาดการณ์ แต่หากดัชนี PCE ออกมาสูงกว่าคาด ก็อาจทำให้การถกเถียงเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดกลับมามีน้ำหนักอีกครั้ง
ดัชนี PCE สะท้อนการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคชาวอเมริกันใช้จ่ายจริง โดยเฟดให้ความสำคัญกับดัชนีนี้ 'มากกว่า' CPI และกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อระยะยาวไว้ที่ 2% โดยอ้างอิงจากดัชนี PCE เช่นกัน
สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ(BEA) มีกำหนดเปิดเผยข้อมูลรายได้และรายจ่ายส่วนบุคคลเดือนกรกฎาคม ในวันที่ 26 สิงหาคม เวลา 21.30 น. ตามเวลาประเทศเกาหลีใต้ กำหนดการประกาศ PCE เดือนกรกฎาคมนี้ถูกจับตาในฐานะประเด็นที่ตลาดคริปโทต้องติดตามต่อเนื่องมาก่อนแล้ว
ตัวเลขชุดนี้ถือเป็นข้อมูลที่ตลาดจับตาเป็นพิเศษ เพราะเป็นการยืนยันทิศทางเงินเฟ้อต่อจาก CPI และ PPI ที่ประกาศไปก่อนหน้า หาก CPI และ PPI สะท้อนการเปลี่ยนแปลงราคาในระดับผู้บริโภคและผู้ผลิต ดัชนี PCE ก็สะท้อนโครงสร้างการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคจริง ซึ่งเฟดใช้ประกอบการตัดสินใจด้านนโยบายการเงิน
สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางเงินเฟ้อ โดยประธานาธิบดีทรัมป์(Donald Trump) โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเจรจาหรือหารือใดๆ กับอิหร่าน และไม่มีกำหนดการเจรจาในอนาคตอันใกล้
ก่อนหน้านี้เกิดเหตุเรือถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ(Hormuz Strait) ส่งผลให้ความไม่แน่นอนด้านเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบยังคงอยู่ เนื่องจากช่องแคบดังกล่าวเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบสำคัญของโลก หากความไม่มั่นคงด้านการเดินเรือเพิ่มขึ้น ก็อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและความคาดหวังด้านเงินเฟ้อไปพร้อมกัน
Korea Economic Daily รายงานว่าราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส(WTI) ดีดตัวกลับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากราคาน้ำมันยังคงทรงตัวในระดับสูงต่อไป แรงกดดันด้านเงินเฟ้อผ่านราคาพลังงานก็อาจกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
แรงกดดันจากราคาน้ำมันในตะวันออกกลางและท่าทีรอดูสถานการณ์ของเฟด เคยเป็นตัวแปรสำคัญในการถกประเด็นเงินเฟ้อครั้งก่อนหน้านี้เช่นกัน ซึ่งในขณะนั้นเฟดก็จับตาทั้งอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงและความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันไปพร้อมกัน
มุน ดาอุน กล่าวว่า “หากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงยืดเยื้อ และราคาน้ำมันทรงตัวอยู่ในระดับปัจจุบัน อัตราเงินเฟ้อก็มีแนวโน้มจะดีดตัวขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปลายปี” คำกล่าวนี้ชี้ให้เห็นว่าทิศทางราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ย อาจเคลื่อนไหวไปใน 'ทิศทางเดียวกัน'
สำหรับตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ความคาดหวังต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยถือเป็นตัวแปรโดยตรง โดยบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) มักเคลื่อนไหวตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพคล่องดอลลาร์ ความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง และทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกับนโยบายการเงินของเฟด
อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปทิศทางราคาของเหรียญใดเหรียญหนึ่งจากข้อมูลชุดนี้เพียงอย่างเดียว กำหนดการที่ชัดเจนในขณะนี้คือการประกาศตัวเลข PCE เดือนกรกฎาคม โดยตลาดจะจับตาสถานการณ์ตะวันออกกลาง ราคาน้ำมัน รายงานการประชุมเฟด และดัชนีเงินเฟ้อไปพร้อมกันจนกว่าจะถึงวันประกาศ
ความคิดเห็น 0