สภาพคล่องสเตเบิลคอยน์ที่ฝากอยู่ในกระเป๋าเงินของตลาดซื้อขายคริปโตทั่วโลกลดลงจาก 8 หมื่นล้านดอลลาร์เหลือ 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่สัดส่วนของไบแนนซ์ (Binance) กลับเพิ่มขึ้นจาก 60% เป็น 68.5% ในช่วงเวลาเดียวกัน
เมื่อวันที่ 19 (เวลาท้องถิ่น) คริปโตบรีฟิง (Crypto Briefing) รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากคริปโตเควนท์ (CryptoQuant) ว่าสภาพคล่องสเตเบิลคอยน์บนตลาดซื้อขายหายไปถึง 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ แม้ยอดคงเหลือโดยรวมจะลดลง แต่สัดส่วนของไบแนนซ์ในสภาพคล่องส่วนที่เหลืออยู่กลับ 'เพิ่มขึ้น' อย่างชัดเจน
ยอดคงเหลือสเตเบิลคอยน์บนตลาดซื้อขาย หมายถึงปริมาณสินทรัพย์ผูกค่ากับดอลลาร์ อย่างเทเธอร์ (USDT) ที่ถูกเก็บไว้ในกระเป๋าเงินของตลาดซื้อขาย ถือเป็นเงินทุนสำรองที่พร้อมใช้ในการซื้อขายทั้งตลาดสปอตและตลาดอนุพันธ์ทันที จึงถูกใช้เป็นดัชนีชี้วัดสภาพคล่องของตลาด
จุดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ การที่สภาพคล่องโดยรวมลดลง เกิดขึ้นพร้อมกับการกระจุกตัวในตลาดซื้อขายแห่งหนึ่งมากขึ้น เมื่อยอดสเตเบิลคอยน์รวมของทุกตลาดซื้อขายลดลง สินทรัพย์ผูกค่ากับดอลลาร์ที่พร้อมนำไปซื้อขายทันทีในตลาดก็ลดลงตามไปด้วย
การที่สัดส่วนของไบแนนซ์ขยายตัวขึ้น เป็นสัญญาณที่ต้องจับตาว่าสภาพคล่องกำลังกระจุกตัวอยู่ในแพลตฟอร์มเดียวมากขึ้นหรือไม่ ยิ่งยอดคงเหลือกระจุกตัวอยู่ในตลาดซื้อขายที่มีปริมาณการซื้อขายและความลึกของคำสั่งซื้อขายสูง การเปลี่ยนแปลงด้านอุปสงค์-อุปทานของแพลตฟอร์มนั้นก็ยิ่งส่งผลต่อดัชนีตลาดโดยรวมมากขึ้นเท่านั้น
คริปโตเควนท์ให้คำนิยามของตัวชี้วัด 'ทุนสำรองสเตเบิลคอยน์บนตลาดซื้อขาย' ว่าคือ 'ปริมาณสเตเบิลคอยน์ที่ถูกเก็บไว้ในกระเป๋าเงินของตลาดซื้อขาย' หากทุนสำรองนี้ลดลง หมายความว่าสินทรัพย์ผูกค่ากับดอลลาร์ที่พร้อมใช้ซื้อขายทันทีภายในตลาดซื้อขายนั้นลดลงตามไปด้วย
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานผลวิเคราะห์ที่ระบุว่าไบแนนซ์มีเงินไหลออกสุทธิจากสเตเบิลคอยน์ราว 2.2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม และยอดไหลออกสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 7 พันล้านดอลลาร์ ขณะนั้นมีการชี้ว่าการลดลงของทุนสำรองไม่ได้หมายความว่าราคาบิตคอยน์ (BTC) หรืออีเธอเรียม (ETH) จะปรับตัวลงทันที แต่ต้องพิจารณาควบคู่ไปกับปริมาณการซื้อขายและสถานะสัญญาอนุพันธ์ด้วย
เอเอ็มบีคริปโต (AMBCrypto) ก็รายงานเมื่อวันที่ 2 (เวลาท้องถิ่น) โดยอ้างอิงข้อมูลจากคริปโตเควนท์เช่นกันว่า ไบแนนซ์มีเงินไหลออกสุทธิจากสเตเบิลคอยน์ตั้งแต่ต้นปี 2026 รวมแล้วราว 7 พันล้านดอลลาร์ พร้อมระบุว่าไบแนนซ์ครองสัดส่วนเกือบ 70% ของทุนสำรองสเตเบิลคอยน์ทั้งหมดบนตลาดซื้อขาย
เมื่อพิจารณาทั้งสองตัวเลขร่วมกัน แม้ยอดคงเหลือของไบแนนซ์ในเชิงมูลค่าจะลดลง แต่สัดส่วนเชิงเปรียบเทียบยังคงอยู่ในระดับสูง เพราะเมื่อสภาพคล่องรวมของทุกตลาดซื้อขายลดลงเร็วกว่า สัดส่วนของตลาดใดตลาดหนึ่งก็ย่อมเพิ่มขึ้นได้
สำหรับนักลงทุนไทย ยอดคงเหลือสเตเบิลคอยน์ก็เป็นดัชนีอ้างอิงที่ช่วยอ่านสภาพแวดล้อมการซื้อขายในตลาดโลกได้เช่นกัน แม้จะไม่รู้สึกถึงผลกระทบโดยตรงในตลาดที่ซื้อขายด้วยเงินบาท แต่สินทรัพย์ผูกค่ากับดอลลาร์อย่างเทเธอร์ถูกใช้เป็นสกุลเงินอ้างอิงหลักในคู่เทรดของบิตคอยน์และอีเธอเรียมอย่างแพร่หลาย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลชุดนี้เพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถชี้ทิศทางราคาได้อย่างชัดเจน ยอดคงเหลือสเตเบิลคอยน์เป็นเพียงมิติหนึ่งของสภาพคล่อง ขณะที่ทิศทางตลาดที่แท้จริงต้องสะท้อนทั้งปริมาณการซื้อขายในตลาดสปอต สถานะสัญญาอนุพันธ์ และสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจมหภาคไปพร้อมกัน
ผู้เล่นในตลาดจึงจำเป็นต้องติดตามทั้งยอดสเตเบิลคอยน์รวม สัดส่วนรายตลาดซื้อขาย และทิศทางเงินไหลเข้า-ออกไปพร้อมกัน ตัวเลขที่ยืนยันได้ในขณะนี้คือ สภาพคล่องสินทรัพย์ผูกค่ากับดอลลาร์บนตลาดซื้อขายกำลังลดลง ขณะที่สัดส่วนของไบแนนซ์กลับเพิ่มสูงขึ้น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: Crypto Briefing, CryptoQuant User Guide, AMBCrypto
ความคิดเห็น 0