เฟด(ธนาคารกลางสหรัฐ, Federal Reserve)เตรียมเปิดเผยบันทึกการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(FOMC)ประจำเดือนกรกฎาคม ในเวลาประมาณ 01.00 น. ตามเวลาประเทศไทย วันที่ 20 สิงหาคมนี้ ประเด็นที่ตลาดจับตาคือเหตุผลเบื้องหลังผลโหวต 9 ต่อ 3 เสียงที่ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75%
เฟดระบุในกำหนดการอย่างเป็นทางการว่าจะเปิดเผยบันทึกการประชุมวันที่ 28-29 กรกฎาคม ในเวลา 14.00 น. ตามเวลาสหรัฐฝั่งตะวันออกของวันที่ 19 สิงหาคม ซึ่งตรงกับเวลาไทยราวตี 1 ของวันที่ 20 สิงหาคม
ในการประชุมเดือนกรกฎาคม เฟดมีมติคงกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 9 เสียง ไม่เห็นด้วย 3 เสียง
เบธ แฮมแมค(Beth Hammack) ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์, นีล คาชคารี(Neel Kashkari) ประธานเฟดสาขามินนีแอโพลิส และลอรี โลแกน(Lorie Logan) ประธานเฟดสาขาดัลลัส คือ 3 เสียงที่ไม่เห็นด้วย โดยทั้งสามต้องการปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25 เปอร์เซ็นต์พอยต์ บันทึกการประชุมฉบับนี้จะเป็นเอกสารทางการฉบับแรกที่เผยให้เห็นว่าทั้งสามใช้มุมมองด้านเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบใดในการเสนอให้ขึ้นดอกเบี้ย
FOMC คือคณะกรรมการที่ทำหน้าที่กำหนดนโยบายการเงินของเฟด มีอำนาจตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบายและทิศทางการบริหารงบดุล พร้อมสื่อสารเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจต่อตลาดผ่านแถลงการณ์และบันทึกการประชุม
แถลงการณ์เดือนกรกฎาคมระบุว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าเงินเฟ้อยังอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% และยังมีความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงแรงกระแทกด้านอุปทานในบางภาคส่วน เช่น พลังงาน
ตลาดให้ความสนใจว่าถ้อยแถลงดังกล่าวสะท้อนความกังวลเรื่องการคุมเข้มนโยบายมากน้อยเพียงใด แม้ผลการตัดสินใจคงดอกเบี้ยจะเปิดเผยไปแล้ว แต่บันทึกการประชุมคือเอกสารที่จะยืนยันขอบเขตของการถกเถียงภายในและเหตุผลของฝ่ายที่โหวตค้าน ซึ่งไม่ปรากฏในแถลงการณ์ฉบับย่อ
ความเคลื่อนไหวในตลาดพันธบัตรก็เพิ่มน้ำหนักให้กับบันทึกการประชุมฉบับนี้เช่นกัน มาร์เก็ตวอทช์(MarketWatch)รายงานว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี พุ่งขึ้นแตะ 5.327% เมื่อวันอังคาร(เวลาท้องถิ่น) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2007 ก่อนจะลดลงมาอยู่ที่ 5.285% ในเช้าวันที่ 19 สิงหาคม
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ก็ปรับขึ้นแตะ 4.747% ระหว่างวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2025 ก่อนจะผ่อนคลายลงมาอยู่ที่ 4.701% แม้อัตราดอกเบี้ยระยะยาวจะพุ่งขึ้นแล้วปรับตัวลงบางส่วน แต่ระดับผลตอบแทนที่ยังสูงอยู่นี้ก็ยังคงเป็นภาระต่ออัตราคิดลดในตลาด
จากรายงานของโทเคนโพสต์(TokenPost)ก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับ 5.33% กดดันตลาดฟิวเจอร์สสหรัฐ หลังจากนั้นตลาดก็จับตาทั้งอุปสงค์-อุปทานของพันธบัตรระยะยาวและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อไปพร้อมกัน โดยมาร์เก็ตวอทช์ระบุว่าสาเหตุของแรงเทขายพันธบัตรระยะยาวมาจากเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ รวมถึงความกังวลเรื่องการระดมทุนที่เพิ่มขึ้นของภาครัฐและกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่
โดยทั่วไปอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวจะเคลื่อนไหวสวนทางกับราคาพันธบัตร เมื่ออัตราผลตอบแทนปรับขึ้น มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดในอนาคตจะลดลง และแรงกดดันด้านมูลค่าของหุ้นเติบโตรวมถึงสินทรัพย์เสี่ยงก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ในตลาดคริปโต ทิศทางดอกเบี้ยก็ถือเป็นตัวแปรทางอ้อมเช่นกัน สินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์(BTC)อาจเผชิญกับกระแสเงินทุนที่ผันผวนตามการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม บันทึกการประชุมฉบับนี้จัดทำขึ้นจากข้อมูล ณ ช่วงเวลาของการประชุมเดือนกรกฎาคม จึงยากที่จะตีความว่าเป็นมุมมองนโยบายใหม่ที่รวมตัวเลขการจ้างงานและเงินเฟ้อที่ประกาศออกมาภายหลังไว้ด้วย
บันทึกการประชุมฉบับนี้ถูกประเมินว่าเป็นเอกสารที่แสดงขอบเขตการถกเถียงภายในมากกว่าจะเป็นตัวชี้วัดทิศทางดอกเบี้ยโดยตรง ไม่ใช่ปัจจัยที่จะชี้ทิศทางราคาสินทรัพย์ได้อย่างชัดเจน แต่เป็นจุดอ้างอิงสำหรับทบทวนการคาดการณ์ดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนการประชุมเดือนกันยายน
การประชุม FOMC ครั้งถัดไปจะจัดขึ้นวันที่ 15-16 กันยายน และตามกำหนดการของเฟด การประชุมเดือนกันยายนจะมีการเปิดเผยประมาณการเศรษฐกิจสรุป(Summary of Economic Projections, SEP)ควบคู่ไปด้วย
ความคิดเห็น 0