ค่าไฟฟ้าและก๊าซของครัวเรือนในอังกฤษมีแนวโน้มปรับขึ้นอีกครั้งตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันด้านค่าครองชีพในช่วงฤดูหนาว โดยตัวเลขค่าไฟรายปีสำหรับครัวเรือนทั่วไปถูกประเมินไว้ที่ 1,729 ปอนด์
บริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน 'คอร์นวอลล์ อินไซต์' (Cornwall Insight) คาดการณ์ว่าเพดานราคาพลังงานของอังกฤษที่จะบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคมนี้ อาจปรับขึ้น 4% โดยสำนักข่าวการ์เดียน (The Guardian) รายงานว่าตัวเลขดังกล่าวถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2023
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังไม่ใช่ตัวเลขที่ยืนยันแล้ว หน่วยงานกำกับดูแลพลังงานของอังกฤษ 'ออฟเจม' (Ofgem) มีกำหนดประกาศเพดานราคาสำหรับเดือนตุลาคมถึงธันวาคมภายในวันที่ 26 สิงหาคมนี้
เพดานราคาปัจจุบันสำหรับเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนอยู่ที่ 1,862 ปอนด์ต่อปี ส่วนตัวเลขคาดการณ์เดือนตุลาคมที่ 1,729 ปอนด์นั้น สะท้อนการเปลี่ยนเกณฑ์ปริมาณการใช้พลังงานของครัวเรือนตัวแทนที่ออฟเจมนำมาใช้คำนวณ หากคำนวณด้วยเกณฑ์เดิม ตัวเลขจะอยู่ที่ประมาณ 1,940.69 ปอนด์
ทั้งนี้ เพดานราคาพลังงานไม่ได้เป็นการกำหนดยอดเงินรวมที่แต่ละครัวเรือนต้องจ่ายตายตัว แต่เป็นการกำหนดเพดานราคาต่อหน่วย (kWh) ของไฟฟ้าและก๊าซ รวมถึงค่าบริการรายวันคงที่ ดังนั้นยอดเรียกเก็บจริงจึงขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ พื้นที่อยู่อาศัย และประเภทมิเตอร์ของแต่ละครัวเรือน
เบื้องหลังแรงกดดันด้านค่าไฟครั้งนี้คือความตึงเครียดในตะวันออกกลางและราคาก๊าซขายส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยออฟเจมระบุว่าการปรับขึ้นเพดานราคาช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนเป็นผลจากราคาก๊าซขายส่งที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
คอร์นวอลล์ อินไซต์ เคยประเมินไว้ในรายงานเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมว่าเพดานราคาช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมจะอยู่ที่ประมาณ 1,700 ปอนด์ต่อปี ก่อนจะปรับตัวเลขคาดการณ์ขึ้นเป็น 1,729 ปอนด์ หลังความขัดแย้งยืดเยื้อออกไปและคลื่นความร้อนในยุโรปทำให้ความต้องการใช้ก๊าซเพิ่มขึ้น
ผลของการลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ค่าไฟฟ้า 5% ก็อาจถูกจำกัดผลเช่นกัน โดยคอร์นวอลล์ อินไซต์ระบุในรายงานวันที่ 21 กรกฎาคมว่า การลด VAT ค่าไฟฟ้าอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายพลังงานรวม (ไฟฟ้าและก๊าซ) รายปีของครัวเรือนทั่วไปได้ราว 44 ปอนด์ แต่ต้นทุนขายส่งที่สูงขึ้นอาจหักล้างผลประหยัดดังกล่าวไป
เครก โลว์รีย์(Craig Lowrey) หัวหน้าที่ปรึกษาอาวุโสจากคอร์นวอลล์ อินไซต์ กล่าวว่า "ค่าไฟของเรายังคงผูกติดอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นห่างออกไปหลายพันไมล์" พร้อมระบุว่าการลดภาษีชั่วคราวอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ แต่ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติของอังกฤษ
ขณะที่เจส ราลสตัน(Jess Ralston) จากหน่วยข่าวกรองพลังงานและภูมิอากาศ (Energy and Climate Intelligence Unit) แสดงความกังวลว่าครัวเรือนอังกฤษยังคงพึ่งพาก๊าซในการทำความร้อนเป็นหลัก และชี้ว่าความผันผวนของราคาก๊าซที่ส่งผลต่อค่าไฟและค่าความร้อนอาจเพิ่มภาระให้กับครัวเรือนในช่วงฤดูหนาว
แรงกดดันด้านพลังงานยังสะท้อนอยู่ในตัวเลขเงินเฟ้อด้วย โดยไฟแนนเชียลไทมส์ (Financial Times) รายงานว่าอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคของอังกฤษในเดือนกรกฎาคมปรับขึ้นมาอยู่ที่ 2.9%
การปรับขึ้นราคาพลังงานครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงประเด็นค่าครองชีพในครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังถูกมองเป็นตัวแปรที่ส่งผลต่อทิศทางเงินเฟ้อและกำลังซื้อของอังกฤษโดยรวม ในช่วงที่ความต้องการใช้ความร้อนเพิ่มขึ้นในฤดูหนาว การเปลี่ยนแปลงของราคาก๊าซขายส่งอาจสะท้อนเข้าสู่การพิจารณาเพดานราคาได้โดยตรงมากขึ้น
สำหรับนักลงทุนในไทย ประเด็นนี้ก็ไม่ใช่แค่ข่าวภายในของอังกฤษเท่านั้น แม้ในช่วงที่การเติบโตทางเศรษฐกิจของอังกฤษไตรมาส 2 ชะลอตัว การเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคกับราคาสินทรัพย์เสี่ยงก็ยังสรุปได้ยาก
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนพลังงานและแรงกดดันด้านราคามักถูกกล่าวถึงในฐานะตัวแปรที่ส่งผลต่อตลาดผ่านช่องทางความคาดหวังอัตราดอกเบี้ยและความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง ก่อนหน้านี้สำนักข่าวเคยรายงานเรื่องการลดลงของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและปัญหาการขนส่งพลังงานในตะวันออกกลางมาแล้ว
ตัวเลขสุดท้ายของเพดานราคาเดือนตุลาคมจะได้รับการยืนยันในการประกาศของออฟเจมวันที่ 26 สิงหาคมนี้ ก่อนการประกาศดังกล่าว ตัวเลขการปรับขึ้น 4% และ 1,729 ปอนด์ ยังคงเป็นเพียงตัวเลขคาดการณ์จากคอร์นวอลล์ อินไซต์ ไม่ใช่ค่าไฟที่ยืนยันแล้ว
ความคิดเห็น 0