สหภาพแรงงานคาเคาแบงก์ (Kakao Bank) ประกาศหยุดงานทั่วองค์กรเต็มรูปแบบเป็นเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม ถึง 4 กันยายน ขยายระดับความขัดแย้งระหว่างสหภาพกับฝ่ายบริหารจากที่เคยเป็นการหยุดงานวันเดียวสลับกับมาตรการทำงานตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด มาเป็นการหยุดงานต่อเนื่องระยะยาวเป็นครั้งแรก
สาขาคาเคาแห่งสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเคมี สิ่งทอ และอาหารแห่งชาติ (National Chemical, Textile and Food Industry Trade Union) เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 ว่าสมาชิกสหภาพทั้งหมดของคาเคาแบงก์จะเข้าร่วมการหยุดงานครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่สาขาคาเคาตัดสินใจหยุดงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานเช่นนี้
ก่อนหน้านี้สหภาพหยุดงานวันเดียวครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ก่อนจะดำเนินมาตรการทำงานตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและหยุดงานเพิ่มอีกหนึ่งวัน แต่เมื่อการหยุดงานและมาตรการกดดันที่ผ่านมายังไม่สามารถหาจุดร่วมในประเด็นสำคัญได้ สหภาพจึงตัดสินใจยกระดับการต่อสู้ขึ้นอีกขั้น
ประเด็นหลักของความขัดแย้งคือค่าจ้างและระบบผลตอบแทนตามผลงาน สหภาพระบุว่าฝ่ายบริษัทยังไม่เสนอข้อตกลงที่สมาชิกยอมรับได้ และจุดยืนในประเด็นสำคัญยังห่างกันอยู่มาก
ซอ ซึงอุก (Seo Seung-wook) ประธานสาขาคาเคาแห่งสหภาพแรงงาน กล่าวว่า “บริษัทมีเวลาและโอกาสเพียงพอในการแก้ไขปัญหา แต่กลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเกิดขึ้น” พร้อมระบุว่า “เราจึงตัดสินใจหยุดงานทั่วองค์กรตามความต้องการของสมาชิก” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าสหภาพมองว่าข้อเสนอของบริษัทยังตอบโจทย์ความคาดหวังของสมาชิกไม่เพียงพอ
การหยุดงานครั้งนี้มีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อการให้บริการมากกว่าการหยุดงานวันเดียวที่ผ่านมา ในการหยุดงานครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม บริการทางการเงินหลักยังดำเนินไปได้โดยไม่มีปัญหาใหญ่ แต่ครั้งนี้ระยะเวลาหยุดงานยาวขึ้นเป็น 5 วัน และมีสมาชิกสหภาพเข้าร่วมทั้งหมด
สหภาพระบุว่า หากเกิดปัญหาขาดแคลนกำลังคนต่อเนื่อง อาจทำให้การให้คำปรึกษาลูกค้า การจัดการข้อร้องเรียน การพิจารณาสินเชื่อ และงานที่ต้องดำเนินการด้วยมือล่าช้าออกไป และหากเกิดระบบขัดข้องหรือเหตุฉุกเฉินขึ้นในช่วงดังกล่าว ก็มีความเสี่ยงที่จะขาดกำลังคนรับมือ
คาเคาแบงก์เป็นธนาคารดิจิทัลที่ให้บริการทางการเงินผ่านช่องทางมือถือเป็นหลัก เมื่อสัดส่วนงานผ่านแอปพลิเคชันมีมากกว่าสาขาให้บริการแบบออฟไลน์ ระบบการให้คำปรึกษา การพิจารณาอนุมัติ และการรับมือเหตุขัดข้องจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของความมั่นคงในการให้บริการช่วงหยุดงาน
โดยทั่วไปธนาคารดิจิทัลจะพึ่งพาการให้บริการแบบไม่ต้องพบหน้ามากกว่าเคาน์เตอร์สาขา เมื่อจุดสัมผัสลูกค้าส่วนใหญ่กระจุกอยู่ที่แอปพลิเคชันและช่องทางให้คำปรึกษา การจัดสรรกำลังคนและระบบรับมือเหตุขัดข้องจึงเป็นตัวกำหนดความต่อเนื่องของบริการ
การหยุดงานทั่วองค์กรครั้งนี้เป็นความต่อเนื่องจากมาตรการทำงานตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าสหภาพคาเคาแบงก์เริ่มมาตรการปฏิเสธการทำงานกลางคืน การทำงานล่วงเวลา และวันหยุดที่เกินเฉลี่ย 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
เรื่องนี้ยังมีความเชื่อมโยงกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยเช่นกัน โดยคอยน์วัน (Coinone) ยังคงมีความร่วมมือด้านบัญชียืนยันตัวตนจริงสำหรับฝากถอนเงินกับคาเคาแบงก์อยู่ในปัจจุบัน TokenPost เคยรายงานว่าคอยน์วันและคาเคาแบงก์ตกลงต่ออายุความร่วมมือบัญชีฝากถอนเงินวอนเกาหลีใต้ออกไปอีก 1 ปี ส่วนผลกระทบของการหยุดงานครั้งนี้ต่อบริการฝากถอนเงินวอนของผู้ใช้คอยน์วัน ยังต้องติดตามข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป
ตัวแทนของคาเคาแบงก์กล่าวว่า “เราจะดำเนินระบบรับมือเพื่อไม่ให้ลูกค้าได้รับความไม่สะดวก และจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้บริการอย่างมั่นคง” พร้อมเสริมว่า “เราจะเจรจากับสหภาพแรงงานต่อไปเพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างราบรื่น” คำกล่าวนี้สะท้อนจุดยืนของบริษัทที่จะรักษาเสถียรภาพบริการควบคู่ไปกับการเจรจาต่อเนื่อง
หากเป็นไปตามกำหนดการ การหยุดงานจะดำเนินไปตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม ถึง 4 กันยายน ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถหาจุดร่วมเรื่องค่าจ้างและระบบผลตอบแทนตามผลงานได้
ความคิดเห็น 0