Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เครดี(CREDI) ทดลองสินเชื่อส่วนบุคคลแบบปิดบังตัวตนบนสตาร์คเน็ต(STRK) ด้วยกรอบ STRK20

เครดี(CREDI) กำลังขยายการทดลองนำกรอบความเป็นส่วนตัว STRK20 ของสตาร์คเน็ต(STRK) มาใช้จัดการสินเชื่อส่วนบุคคลและการเงินลูกหนี้การค้าบนบล็อกเชน โดยปิดบังมูลค่าธุรกรรม คู่สัญญา และข้อมูลผู้กู้ไว้เป็นความลับ แต่ยังตรวจสอบหลักประกันและความถูกต้องของบัญชีได้ตามปกติ

Crypto Briefing รายงานว่าเครดีนำ STRK20 มาใช้ปิดบังตัวตนผู้กู้และเงื่อนไขธุรกรรม ขณะที่ยังคงให้ตรวจสอบอัตราส่วนหลักประกัน อัตราการจ่ายเงินล่วงหน้า และความถูกต้องของบัญชีได้ ด้านมูลนิธิสตาร์คเน็ต(Starknet Foundation) ก็ระบุบนหน้าบริษัทในลิงก์อิน(LinkedIn) ว่าเครดีเป็นหนึ่งในทีมที่อยู่ในกลุ่ม 'Proof of Privacy' พร้อมอธิบายว่าเป็น 'สินเชื่อส่วนบุคคลบนบล็อกเชนสำหรับสถาบัน'

หัวใจสำคัญคือแนวคิด 'การเงินที่ปิดบังข้อมูลแต่ยังตรวจสอบได้' สตาร์คเน็ตระบุในบล็อกทางการเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนว่า STRK20 คือกรอบความเป็นส่วนตัวสำหรับสินทรัพย์มาตรฐาน ERC-20 บนเครือข่ายสตาร์คเน็ต โดยรองรับยอดคงเหลือแบบปิดบัง(shielded balance) การโอนแบบไม่เปิดเผย และการสวอปแบบไม่เปิดเผย

ผู้สังเกตการณ์ภายนอกจะเห็นได้เฉพาะ 'บันทึกที่เข้ารหัส'(encrypted note) และข้อมูลเมทาดาต้าของโปรโตคอลที่จำเป็นเท่านั้น ส่วนผู้ส่ง ผู้รับ จำนวนเงิน และยอดคงเหลือแบบปิดบังที่ถูกใช้งาน ถูกออกแบบให้ไม่สามารถตรวจสอบได้จากบัญชีสาธารณะ

ในบล็อกเดียวกัน สตาร์คเน็ตอธิบายว่าการโอนแบบไม่เปิดเผยจะถูกตรวจสอบด้วยเทคโนโลยีการพิสูจน์แบบไม่เปิดเผยข้อมูล(zero-knowledge proof) ซึ่งยืนยันว่าบันทึกที่ผู้ใช้นำมาใช้มีอยู่จริง มีสิทธิ์ใช้งาน ยังไม่เคยถูกใช้ไปก่อน และค่าอินพุตกับเอาต์พุตตรงกัน ค่าธรรมเนียมสำหรับธุรกรรมแบบปิดบังถูกกำหนดไว้ที่ 4 STRK

วิธีนี้ต่างจากธุรกรรมแบบนิรนามทั่วไป เพราะ STRK20 ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ 'กุญแจดูข้อมูล'(viewing key) ที่เข้ารหัสไว้ และโครงสร้างที่เปิดเผยข้อมูลได้เฉพาะบางส่วน ทำให้สามารถตรวจสอบประวัติธุรกรรมได้เท่าที่จำเป็น นี่คือเหตุผลที่รายงานมองว่าโครงสร้างนี้เป็น 'ปิดบังแต่ตรวจสอบได้' มากกว่าจะเป็น 'นิรนามแบบสมบูรณ์'

ขอบเขตธุรกิจของเครดีใกล้เคียงกับการเงินในโลกจริงมากกว่าผลิตภัณฑ์ฝากเงินดีไฟ(DeFi)ทั่วไป เว็บไซต์ทางการของเครดีระบุว่าแพลตฟอร์มของตนเป็น 'สินเชื่อส่วนบุคคลบนบล็อกเชน' พร้อมแสดงมูลค่าเงินฝากรวม(TVL) ปัจจุบันที่ 3 ล้านดอลลาร์(ประมาณ 4.2 พันล้านวอน) สินทรัพย์ที่ผ่านการปล่อยสินเชื่อแล้วเกิน 10 ล้านดอลลาร์(ประมาณ 13.9 พันล้านวอน) และผลตอบแทนพอร์ตต่อปี(APY)เกิน 29.8% โดยระบุระยะเวลาสเตกกิ้งไว้ที่ 3-24 เดือน และอัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปีที่ 12-18%

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลที่เครดีระบุขึ้นเอง โพสต์บนลิงก์อินของเครดีก่อนหน้านี้เคยระบุว่านับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 มีใบแจ้งหนี้รวมประมาณ 5 ล้านดอลลาร์(ประมาณ 7 พันล้านวอน) และโทเคน CREDI ที่ถูกมินต์และสเตกไว้มูลค่า 2 ล้านดอลลาร์(ประมาณ 2.8 พันล้านวอน) ผู้อ่านจึงควรแยกพิจารณาช่วงเวลาและขอบเขตการคำนวณของแต่ละแหล่งข้อมูล มากกว่าจะนำตัวเลขเหล่านี้มารวมกันโดยตรง

'สินเชื่อส่วนบุคคล'(private credit) คือตลาดที่จัดหาเงินทุนให้บริษัทหรือผู้กู้นอกเหนือจากการกู้ยืมจากธนาคารหรือตลาดตราสารหนี้สาธารณะ ส่วน 'สินเชื่อส่วนบุคคลบนบล็อกเชน' คือความพยายามผสานโครงสร้างนี้เข้ากับสินทรัพย์ที่แปลงเป็นโทเคน สัญญาอัจฉริยะ และการตรวจสอบหลักประกัน เนื่องจากข้อมูลผู้กู้และเงื่อนไขธุรกรรมเป็นเรื่องอ่อนไหว ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่าจะปิดบังข้อมูลใดและเปิดให้ตรวจสอบได้แค่ไหนบนบัญชีสาธารณะ

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของสตาร์คเน็ตต่อเนื่องมาจากการอัปเดตเครือข่ายก่อนหน้านี้ สตาร์คเน็ตระบุว่าเวอร์ชัน v0.14.2 ถูกนำมาใช้บนเมนเน็ตเมื่อวันที่ 20 เมษายน และการตรวจสอบพิสูจน์ภายในโปรโตคอลได้วางรากฐานให้กับธุรกรรมแบบไม่เปิดเผยข้อมูล ทั้งนี้ TokenPost เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่า สตาร์คเน็ตขยายทิศทางกลยุทธ์ไปสู่เลเยอร์การประมวลผลที่เน้นปกป้องความเป็นส่วนตัว

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในช่วงครึ่งปีแรกก็เชื่อมโยงกับเรื่องนี้เช่นกัน STRK20 ไม่ใช่การสร้างเชนความเป็นส่วนตัวแยกต่างหากหรือมิกเซอร์(mixer) แต่เป็นกรอบที่แปลงสินทรัพย์ ERC-20 ให้เป็นยอดคงเหลือที่เข้ารหัสในระดับโปรโตคอลของสตาร์คเน็ตเอง ออกแบบมาเพื่อให้การโอนเงินแบบไม่เปิดเผยและการทำธุรกรรมกับดีไฟเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมการประมวลผลเดียวกัน

การนำไปใช้จริงในตลาดยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ข้อมูลจาก DeFiLlama ระบุว่า TVL ของภาคสินเชื่อส่วนบุคคลบนสตาร์คเน็ตอยู่ที่ 1.07 ล้านดอลลาร์(ประมาณ 1.5 พันล้านวอน) โดยมีโปรโตคอลที่แสดงอยู่เพียงตัวเดียวคือ 'Defa By InvoiceMate'

ตัวเลขนี้สะท้อนว่าระบบนิเวศสินเชื่อส่วนบุคคลบนสตาร์คเน็ตยังไม่ได้ขยายตัวเป็นวงกว้าง การผนวกรวมของเครดีจึงใกล้เคียงกับกรณีตัวอย่างที่ฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวของสตาร์คเน็ตถูกนำไปใช้ในแอปพลิเคชันการเงินจริง มากกว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ยืนยันว่ามีเงินทุนไหลเข้าจำนวนมาก

ปฏิกิริยาจากแวดวงอุตสาหกรรมก็ยังจำกัดอยู่เช่นกัน การค้นหาข้อมูลสาธารณะไม่พบกระแสที่ชัดเจนเฉพาะเกี่ยวกับเครดี ขณะที่โพสต์บนลิงก์อินของมูลนิธิสตาร์คเน็ตเกี่ยวกับ STRK20 มีการตอบรับเพียงเล็กน้อย แม้จะมีความคาดหวังต่อการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี แต่ความต้องการจริงและขนาดธุรกรรมยังต้องรอการยืนยันแยกต่างหาก

ความสำคัญของการผนวกรวมครั้งนี้อยู่ที่ความพยายามตรวจสอบความถูกต้องของหลักประกันและธุรกรรม โดยไม่เปิดเผยข้อมูลผู้กู้และเงื่อนไขธุรกรรมบนบัญชีสาธารณะโดยตรง ทั้งนี้ กลุ่ม 'Proof of Privacy' รุ่นที่ 1 ของสตาร์คเน็ตดำเนินโครงการเป็นเวลา 8 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม ถึง 14 กันยายน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1