ตลาดอนุพันธ์คริปโตเคอร์เรนซีมียอดสถานะที่ถูก 'บังคับปิด' หรือลิควิเดตรวม 361 ล้านดอลลาร์ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยฝั่ง Short ซึ่งเดิมพันว่าราคาจะลดลงถูกปิดสถานะไปกว่า 200 ล้านดอลลาร์ มากกว่าฝั่ง Long ที่เดิมพันขาขึ้น
ข้อมูลจาก CoinGlass ระบุว่า ณ เวลา 16.16 น. ของวันที่ 24 ตามเวลาเกาหลีใต้ มีนักเทรดที่ถูกบังคับปิดสถานะรวมทั้งสิ้น 83,465 ราย แบ่งเป็นยอดปิดสถานะฝั่ง Long 157 ล้านดอลลาร์ และฝั่ง Short 204 ล้านดอลลาร์
การลิควิเดตคือกระบวนการที่ตลาดแลกเปลี่ยนบังคับปิดสถานะของนักเทรดที่ใช้เลเวอเรจ เมื่อหลักประกันลดต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้ การที่ยอดปิดสถานะฝั่ง Short สูงกว่าฝั่ง Long ในรอบ 24 ชั่วโมงนี้ สะท้อนว่าการดีดตัวของราคาหรือความผันผวนที่เพิ่มขึ้นกดดันฝั่งที่เดิมพันขาลงมากกว่า
เมื่อแยกตามสินทรัพย์ ยอดลิควิเดตของบิตคอยน์(BTC) อยู่ที่ประมาณ 125 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นฝั่ง Long 39,326,500 ดอลลาร์ และฝั่ง Short 85,549,400 ดอลลาร์
ด้านอีเธอเรียม(ETH) มียอดลิควิเดตรวมประมาณ 89,186,700 ดอลลาร์ แบ่งเป็นฝั่ง Long 21,720,600 ดอลลาร์ และฝั่ง Short 67,461,000 ดอลลาร์
การปิดสถานะเดี่ยวที่มีมูลค่าสูงสุดเกิดขึ้นในคู่เทรด ETHUSDT บนไบแนนซ์(Binance) คิดเป็นมูลค่า 6,860,200 ดอลลาร์ การที่ยอดปิดสถานะเดี่ยวสูงสุดมาจากคู่เทรดของ ETH ไม่ใช่ BTC สะท้อนว่าแรงกดดันจากการใช้เลเวอเรจในตลาดฟิวเจอร์สของอัลท์คอยน์รายใหญ่ก็สูงไม่แพ้กัน
ยอดลิควิเดตในตลาดอนุพันธ์แตกต่างจากปริมาณการซื้อขายทั่วไป โดยเป็นตัวชี้วัดขนาดความเสียหายที่เกิดขึ้นเมื่อสถานะที่ใช้เลเวอเรจเคลื่อนไหวสวนทางกับทิศทางตลาด ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่ามียอดลิควิเดตรวม 195.59 ล้านดอลลาร์ในรอบ 24 ชั่วโมง
ตัวเลขล่าสุดนี้ยังไม่สามารถใช้ชี้ทิศทางราคาระยะสั้นได้อย่างชัดเจน แม้สถานะทั้ง Long และ Short จะถูกปิดพร้อมกัน แต่สัดส่วนฝั่ง Short ที่มากกว่าสะท้อนว่าความผันผวนของราคาในรอบ 24 ชั่วโมงนี้ส่งผลกระทบต่อฝั่งเดิมพันขาลงก่อน ส่วนผลกระทบต่อตลาดในระยะถัดไปยังต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาในตลาด Spot และ Open Interest ในตลาดฟิวเจอร์สต่อไป
ความคิดเห็น 0