กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดร่างเกณฑ์ใบอนุญาตสำหรับผู้ออก 'stablecoin เพื่อการชำระเงิน' (payment stablecoin) และผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมกำหนดเงื่อนไขการเข้าถึงตลาดสหรัฐฯ ให้ชัดเจนขึ้น ตามร่างฉบับนี้ ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2028 เป็นต้นไป stablecoin เพื่อการชำระเงินที่ไม่ได้รับใบอนุญาตจะไม่สามารถเสนอขายหรือขายให้บุคคลในสหรัฐฯ ได้อีก
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เผยแพร่ร่างกฎเมื่อวันที่ 17 (เวลาท้องถิ่น) เพื่อบังคับใช้มาตรา 3 ของกฎหมาย GENIUS Act โดยเอกสารที่เผยแพร่ใน Federal Register มีเลขที่ TREAS-DO-2026-0496 และหมายเลข RIN 1505-AC95 เปิดรับความคิดเห็นสาธารณะถึงวันที่ 19 ตุลาคม
ใจความสำคัญของร่างฉบับนี้คือการกำหนดขอบเขตคำว่า 'ออก' 'เสนอ' และ 'ขาย' stablecoin เพื่อการชำระเงิน กระทรวงการคลังระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2027 ผู้ที่ต้องการออก stablecoin เพื่อการชำระเงินในสหรัฐฯ ต้องได้รับใบอนุญาตระดับรัฐบาลกลางหรือระดับมลรัฐ
ส่วนข้อจำกัดสำหรับผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2028 นับจากวันนั้น ผู้ประกอบการในสหรัฐฯ จะไม่สามารถเสนอหรือขาย stablecoin เพื่อการชำระเงินที่ไม่มีใบอนุญาตให้บุคคลในสหรัฐฯ ได้
ผู้ออก stablecoin จากต่างประเทศก็หนีเงื่อนไขนี้ไม่พ้น ผู้ออกต่างชาติต้องมีความสามารถทางเทคนิคในการปฏิบัติตามคำสั่งทางกฎหมาย และต้องผ่านเงื่อนไข 'ต่างตอบแทน' ระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศที่ออกเหรียญ จึงจะสามารถเสนอขายในสหรัฐฯ ได้
ร่างกฎยังระบุข้อยกเว้นไว้ด้วย การโอนโดยตรงระหว่างบุคคล การโอนบางส่วนระหว่างบัญชีของบริษัทแม่เดียวกัน และธุรกรรมผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบดูแลด้วยตนเอง (self-custody wallet) อาจไม่เข้าข่ายถูกควบคุมภายใต้กฎนี้
stablecoin เพื่อการชำระเงิน หมายถึงสินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกแบบมาให้ใช้ชำระเงินหรือชำระบัญชี และผูกมูลค่ากับสกุลเงินคงที่ ต่างจากสินทรัพย์คริปโตทั่วไปที่ซื้อขายเพื่อเก็งกำไรราคา เพราะมีลักษณะใกล้เคียงโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่เชื่อมโยงกับระบบชำระเงินดอลลาร์ สินทรัพย์สำรอง และภาระผูกพันในการไถ่ถอน ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นของการถกเถียงเรื่องกำกับดูแลครั้งนี้
กฎหมาย GENIUS Act มีผลบังคับใช้เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2025 ทำเนียบขาวระบุว่ากฎหมายฉบับนี้คือกรอบกำกับดูแลระดับรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ สำหรับ stablecoin เพื่อการชำระเงิน
ร่างของกระทรวงการคลังฉบับนี้เป็นขั้นตอนต่อเนื่องเพื่อนำกรอบใหญ่ที่กฎหมายวางไว้มาปรับใช้กับการทำธุรกิจจริง โดยแบ่งความรับผิดชอบระหว่างผู้ออกเหรียญกับผู้ให้บริการ และวางเกณฑ์การเข้าถึงตลาดของผู้ออกในประเทศกับต่างประเทศแยกจากกัน
สก็อตต์ เบสเซนต์(Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวในแถลงการณ์ของกระทรวงว่า “เราจะมอบความชัดเจนด้านกฎระเบียบที่ภาคธุรกิจต้องการ เพื่อให้เกิดนวัตกรรมและเติบโตในสหรัฐฯ” พร้อมพูดถึงสถานะเงินดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสำรองของโลก และบทบาทนำของสหรัฐฯ ในสินทรัพย์ดิจิทัล คำกล่าวนี้สะท้อนว่ากระทรวงการคลังมองร่างกฎนี้เป็นเครื่องมือรักษาความได้เปรียบของสหรัฐฯ ในสนามนี้ ไม่ใช่แค่มาตรการควบคุม
ฝั่งธนาคารมองว่าระบบใบอนุญาตระดับมลรัฐอาจกลายเป็นช่องทางขยายขอบเขตของกฎหมายเกินกว่าที่ตั้งใจไว้ สมาคมธนาคารอเมริกัน(American Bankers Association: ABA) ออกจดหมายเปิดผนึกเมื่อวันที่ 13 ระบุว่า ระบบกำกับดูแลระดับมลรัฐไม่ควรถูกตีความให้ขยายกิจกรรมของผู้ออกเหรียญเกินขอบเขตที่ GENIUS Act กำหนดไว้
ฝั่งผู้ออกเหรียญเองก็เรียกร้องให้มีมาตรฐานที่สอดคล้องกัน เซอร์เคิล(Circle) ระบุว่าการบังคับใช้ GENIUS Act ควรให้กรอบกำกับดูแลที่ 'สอดคล้องและมั่นคง' แก่ stablecoin เพื่อการชำระเงินที่อ้างอิงเงินดอลลาร์
เซอร์เคิลระบุว่าเกณฑ์การรับรองผู้ออกต่างชาติ ความสามารถในการไถ่ถอน สินทรัพย์สำรอง การบริหารความเสี่ยง และระบบกำกับดูแล ควรอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ท่าทีนี้ชี้ให้เห็นว่าผลประโยชน์ของผู้ออกเหรียญสัญชาติอเมริกัน ผู้ออกเหรียญต่างชาติ ธนาคาร และผู้ให้บริการชำระเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร อาจปะทะกันในขั้นตอนร่างถ้อยคำกฎฉบับสุดท้าย
สำหรับผู้อ่านชาวไทย ร่างกฎฉบับนี้ไม่ใช่เรื่องของผู้ออกเหรียญในสหรัฐฯ เพียงฝ่ายเดียว เพราะหากศูนย์ซื้อขาย ผู้ให้บริการชำระเงิน หรือบริษัทฟินเทคในไทยให้บริการกับบุคคลในสหรัฐฯ หรือเกี่ยวข้องกับ stablecoin ที่เชื่อมโยงกับตลาดสหรัฐฯ ก็อาจได้รับผลกระทบต่อการเลือกใช้เหรียญที่ให้บริการได้เช่นกัน
เรื่องนี้เชื่อมโยงกับรายงานก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าการขยายปริมาณพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้นเกี่ยวข้องกับประเด็นสินทรัพย์สำรองของ stablecoin และสภาพคล่องดอลลาร์ เนื่องจากผู้ออก stablecoin ต้องถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และสินทรัพย์เทียบเท่าเงินสดไว้รองรับการไถ่ถอนของลูกค้า กฎเกณฑ์การออกเหรียญจึงไม่ได้กระทบแค่ตลาดชำระเงิน แต่พันเกี่ยวกับประเด็นสภาพคล่องดอลลาร์ด้วย
ร่างของกระทรวงการคลังฉบับนี้ยังไม่ใช่กฎขั้นสุดท้าย ขั้นตอนถัดไปคือการปิดรับความคิดเห็นสาธารณะในวันที่ 19 ตุลาคม หลังจากนั้นเงื่อนไข ข้อยกเว้น และเกณฑ์การรับรองผู้ออกต่างชาติ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามผลการรับฟังความเห็น
ความคิดเห็น 0