ปีเตอร์ แบรนด์(Peter Brandt) นักวิเคราะห์ตลาดมากประสบการณ์ เตือนความเสี่ยงของ *ริปเปิล(XRP)* โดยระบุว่ากราฟล่าสุดของ XRP กำลังแสดงรูปแบบ ‘หัวไหล่’ (Head and Shoulders) ซึ่งมักเป็นสัญญาณในเชิงลบ บ่งชี้ว่าโอกาสที่ราคาจะร่วงลงต่อมีสูง หากรูปแบบนี้ยังคงอยู่ XRP อาจปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดของเดือนพฤศจิกายนปีก่อนที่ 1.07 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,560 บาท) และเพื่อหลุดจากแนวโน้มขาลงจะต้องสามารถฝ่าแนวต้านที่ 3 ดอลลาร์ (ประมาณ 4,380 บาท) ให้ได้
ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา XRP ยังไม่แสดงทิศทางที่ชัดเจน ราคายังคงเหวี่ยงไปมาระหว่าง 2.1–2.3 ดอลลาร์ โดยแม้จะมีการรีบาวด์รอบเล็ก ๆ แต่ภาพรวมยังจัดว่าอยู่ใน ‘ภาวะหมี’ ตามความเห็นของหลายฝ่าย แบรนด์กล่าวว่า “XRP ต้องทะลุ 3 ดอลลาร์ จึงจะสามารถกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นได้ ถ้ายังไม่ผ่าน ราคาก็จะถูกกดดันต่อไป”
จากโพสต์ในทวิตเตอร์ของเขา ระบุว่าไหล่ซ้ายของกราฟมาจากช่วงต้นเดือนธันวาคม 2024 หลังชัยชนะของ *ประธานาธิบดีทรัมป์* ซึ่ง XRP แตะระดับสูงสุดที่ 2.9 ดอลลาร์ โดยจุดเริ่มต้นของการดีดตัวก่อนหน้านั้นอยู่ราว 0.5 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน หลังจากแตะ 3.4 ดอลลาร์ ราคาเริ่มอ่อนตัวลงเนื่องจากแรงขาย แต่พลิกกลับขึ้นอีกครั้งเมื่อทรัมป์ประกาศจะบรรจุ XRP ไว้ในทุนสำรองสินทรัพย์ดิจิทัลของรัฐบาลสหรัฐ ทำให้ราคาแตะ 3 ดอลลาร์ ซึ่งแบรนด์ตีความว่าเป็น ‘ไหล่ขวา’
แบรนด์ยังชี้ว่าช่วง 1.9–2.0 ดอลลาร์ คือแนวรับที่สำคัญหรือ ‘เนกไลน์’ หากราคา XRP หลุดระดับนี้ลงมา จะกระตุ้นแรงขายอย่างรุนแรง ปัจจุบัน XRP ซื้อขายที่ราว 2.16 ดอลลาร์ ลดลงกว่า 6% ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา หากปรับลดอีก 12% จะทดสอบแนว 1.9 ดอลลาร์ ซึ่งถ้าหลุดลงได้ ราคามีสิทธิ์ไหลลงไปแตะระดับ 1 ดอลลาร์อีกครั้ง
อีกปัจจัยหนึ่งที่กดดัน XRP คือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ที่เริ่มแสดงผล อย่างการเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% เมื่อวันที่ 3 เมษายน ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิตและเพิ่มภาวะเงินเฟ้อ ส่วนหนึ่งยังรวมถึงความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของ *ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)* ที่เริ่มลดลง จากข้อมูลของ CME FedWatch ความน่าจะเป็นที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายนลดจาก 67.3% เหลือเพียง 55.7% สถานการณ์นี้อาจจำกัดสภาพคล่องของสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า หาก XRP สามารถยืนเหนือ 3 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง อาจเป็นการยืนยันสิ้นสุดแนวโน้มขาลงและเข้าสู่ระยะฟื้นตัว แต่ความเป็นไปได้ยังอยู่ในความไม่แน่นอน เนื่องจากรูปแบบกราฟยังสะท้อน "*แรงกดดันด้านลบ*" อย่างหนัก โดยแนวรับที่ 1.9 ดอลลาร์จะมีบทบาทสำคัญในการกำหนด ‘แนวโน้มกลางถึงยาว’ ของ XRP ว่าจะเดินหน้าไปในทิศทางใดต่อจากนี้
ความคิดเห็น 0