บริษัทหลักทรัพย์ในเกาหลีใต้ออกตั๋วเงินระยะสั้น (CP) และตราสารหนี้ระยะสั้นแบบไร้ใบตราสารรวมมูลค่ากว่า 10,358,500 ล้านวอนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่สัปดาห์นี้มีตั๋วเงินและตราสารหนี้ครบกำหนดชำระรวม 5,207,600 ล้านวอน
ตามสถิติการออก CP และตราสารหนี้ระยะสั้นของสำนักข่าวยอนฮับ อินโฟแม็กซ์ (Yonhap Infomax) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 4 กันยายน บริษัทหลักทรัพย์ 21 แห่งออก CP และตราสารหนี้ระยะสั้นรวมกัน 10,358,500 ล้านวอน เพิ่มขึ้น 642,000 ล้านวอนจากสัปดาห์ก่อนหน้า (24-28 สิงหาคม) ที่บริษัทหลักทรัพย์ 22 แห่งออกรวม 9,716,500 ล้านวอน
เมื่อแยกตามบริษัท บริษัทหลักทรัพย์ฮานาออกมากที่สุดที่ 4,150,000 ล้านวอน ตามด้วยบริษัทหลักทรัพย์ดีบีที่ 1,010,000 ล้านวอน และบริษัทหลักทรัพย์เกาหลีอินเวสต์เมนต์ที่ 750,000 ล้านวอน รวมยอดออกของทั้งสามบริษัทอยู่ที่ 5,910,000 ล้านวอน คิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของยอดออกทั้งหมดในสัปดาห์ที่ผ่านมา
สัปดาห์นี้ (7-11 กันยายน) บริษัทหลักทรัพย์ 26 แห่งมี CP และตราสารหนี้ระยะสั้นครบกำหนดชำระรวม 5,207,600 ล้านวอน โดยบริษัทหลักทรัพย์ฮานามียอดครบกำหนดมากที่สุดที่ 1,085,000 ล้านวอน ตามด้วยบริษัทหลักทรัพย์เอ็นเอชที่ 850,000 ล้านวอน
สัปดาห์ที่ผ่านมายอดครบกำหนดชำระสูงกว่ายอดออกใหม่ ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 4 กันยายน บริษัทหลักทรัพย์ 25 แห่งมี CP และตราสารหนี้ระยะสั้นครบกำหนดรวม 11,660,800 ล้านวอน มากกว่ายอดออกในช่วงเวลาเดียวกันถึง 1,302,300 ล้านวอน
CP คือตั๋วเงินที่บริษัทออกเพื่อระดมทุนระยะสั้น ส่วนตราสารหนี้ระยะสั้นแบบไร้ใบตราสารเป็นตราสารหนี้ระยะสั้นที่ออกผ่านระบบทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่มีใบตราสารจริง
เนื่องจากตราสารทั้งสองประเภทมีอายุครบกำหนดสั้น จึงถูกใช้เป็น 'ตัวชี้วัด' สภาพคล่องระยะสั้นและภาระการรีไฟแนนซ์ของบริษัทหลักทรัพย์ หากยอดออกเพิ่มขึ้นหมายถึงมีการระดมทุนใหม่มากขึ้น ส่วนหากยอดครบกำหนดสูงหมายถึงบริษัทต้องชำระคืนหรือรีไฟแนนซ์เงินทุนเดิมมากขึ้นตามไปด้วย
ตัวเลขล่าสุดนี้ชี้ว่ายอดออก CP และตราสารหนี้ระยะสั้นของบริษัทหลักทรัพย์เกาหลีตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมกลับขึ้นมาอยู่ในระดับ 10 ล้านล้านวอนอีกครั้ง หลังจากช่วงวันที่ 17-21 สิงหาคม มียอดออกอยู่ที่ 6,934,500 ล้านวอน และช่วงวันที่ 10-14 สิงหาคม อยู่ที่ 7,655,100 ล้านวอน
อีกจุดที่น่าสนใจคือทั้งยอดออกและยอดครบกำหนดชำระกระจุกตัวอยู่ที่บริษัทหลักทรัพย์ฮานาเป็นหลัก โดยฮานาครองอันดับ 1 ทั้งด้านยอดออกในสัปดาห์ที่ผ่านมาและยอดครบกำหนดชำระในสัปดาห์นี้
ตลาดเงินระยะสั้นจึงต้องจับตาดูว่ายอดครบกำหนดชำระ 5,207,600 ล้านวอนในสัปดาห์นี้ (7-11 กันยายน) จะสามารถรีไฟแนนซ์ด้วยการออกตราสารชุดใหม่ได้มากน้อยเพียงใด
ความคิดเห็น 0