โครงการ 'AI ทุกคน'(Everyone's AI) ของรัฐบาลเกาหลีใต้กำลังก้าวข้ามการแข่งขันด้านประสิทธิภาพแชทบอท ไปสู่การเชื่อมต่อบริการภาครัฐและแพลตฟอร์มชีวิตประจำวันให้ใช้งานได้จริง ขณะที่ AI ต่างชาติขยายขอบเขตจากการค้นหาไปสู่การจอง การซื้อ และการชำระเงิน ทำให้การเชื่อมต่อกับระบบราชการและระบบยืนยันตัวตนของเกาหลีกลายเป็นจุดสร้างความแตกต่างสำคัญ
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(MSIT) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ได้จัดการประชุมร่วมกับผู้ประกอบการโครงการ 'AI ทุกคน' ที่ศูนย์สื่อมวลชนเกาหลี กรุงโซล พร้อมเปิดเผยแผนพัฒนาของกลุ่มบริษัทเอสเค เทเลคอม(SK Telecom), เคที(KT) และคาเคา(Kakao) ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม กระทรวงฯ ได้คัดเลือกทั้งสามกลุ่มบริษัทเป็นผู้ดำเนินโครงการ และประกาศว่าจะสนับสนุนชิปประมวลผลกราฟิก(GPU) รุ่น B200 ของเอ็นวิเดีย(NVIDIA) จำนวน 512 ตัวภายในปีนี้
'AI ทุกคน' เป็นโครงการของรัฐบาลที่ให้บริการแชทบอทอเนกประสงค์และเอเจนต์ AI ภาครัฐแก่ประชาชน โดยใช้โมเดล AI สัญชาติเกาหลีเป็นฐาน หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การตอบคำถามเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงฟังก์ชันการทำงานจริง เช่น การค้นหาข้อมูล การยื่นคำร้อง การจอง และการชำระเงิน
รัฐบาลมีแผนลงนามความร่วมมือกับผู้ประกอบการทั้งสามรายภายในเดือนกันยายนนี้ ก่อนเปิดให้บริการเบต้าช่วงประมาณเดือนตุลาคมเพื่อทดสอบฟังก์ชันและประสบการณ์ผู้ใช้ และตั้งเป้าเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแก่ประชาชนทั่วประเทศภายในเดือนธันวาคมนี้
อย่างไรก็ตาม แนวคิด 'AI ที่ลงมือทำงานได้จริง' ไม่ได้เป็นจุดเด่นเฉพาะของผู้ประกอบการเกาหลีอีกต่อไป เพราะบริษัทระดับโลกอย่างโอเพนเอไอ(OpenAI) และกูเกิล(Google) ก็เร่งเปิดตัวฟังก์ชันเอเจนต์ AI ที่ทำงานได้จริง ทั้งการจอง การซื้อ และการชำระเงิน นอกเหนือจากการค้นหาบนเว็บเช่นกัน
สนามแข่งขันแรกที่รัฐบาลและทั้งสามกลุ่มบริษัทมองเห็นตรงกันคือบริการภาครัฐ เนื่องจากรัฐบาลสามารถประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและบริการสาธารณะได้ จึงถือเป็นพื้นที่ที่ผู้ประกอบการในประเทศทำฟังก์ชันให้สอดคล้องกับขั้นตอนราชการเกาหลีได้ง่ายกว่า AI ต่างชาติ
เอสเค เทเลคอมกำลังเตรียมเชื่อมต่อแพลตฟอร์ม 'รัฐบาล24'(Gov24) กับบริการยืนยันตัวตนผ่านมือถือ PASS เพื่อรองรับการออกเอกสารราชการ เช่น ทะเบียนบ้าน รวม 83 ประเภท ส่วนเคทีนำเสนอบริการที่แจ้งเตือนผู้ใช้ล่วงหน้าเมื่อใกล้ถึงช่วงเวลาที่มีสิทธิ์รับเงินบำนาญพื้นฐาน พร้อมเชื่อมโยงไปสู่การยื่นคำร้องได้ทันที
ด้านคาเคาวางแผนให้ผู้ใช้เข้าถึงบริการ 'รัฐบาล24' และ 'AI เลขาประชาชน' ผ่านแอปคาเคาทอล์ก(KakaoTalk) ได้โดยตรง เป็นแนวทางดึงบริการภาครัฐเข้าสู่แพลตฟอร์มชีวิตประจำวันที่มีอยู่แล้ว แทนที่จะสร้างแอปแยกต่างหาก
แบ คยองฮุน(Bae Kyung-hoon) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวในการประชุมว่า “หากไม่สามารถสร้างความแตกต่างที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับบริการ AI ต่างชาติได้ ผมมองว่าโครงการ AI ทุกคนจะล้มเหลว” สะท้อนว่าความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของโมเดลเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การผสานเข้ากับเส้นทางการใช้ชีวิตและติดต่อราชการจริงของผู้ใช้ชาวเกาหลี
จอง แจฮอน(Jung Jae-heon) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอสเค เทเลคอม กล่าวว่า “หากเป็นโมเดลที่คนเกาหลีต้องใช้งาน ก็ต้องให้บริการที่เข้าใจภาษา วิถีชีวิต และความต้องการของเราอย่างแท้จริง” พร้อมย้ำว่า “ความจำเป็นของ AI อธิปไตย(Sovereign AI) เน้นย้ำมากแค่ไหนก็ไม่เกินไป” เป็นการชูจุดแข็งด้านความเข้าใจบริบทการยืนยันตัวตน ราชการ และการใช้ชีวิตของผู้ใช้ชาวเกาหลี มากกว่าเพียงฟังก์ชันการทำงาน
การเชื่อมต่อกับบริการภาคเอกชนก็เป็นแกนสำคัญเช่นกัน คาเคาชูจุดแข็งจากฐานผู้ใช้แอปคาเคาทอล์กที่มีอยู่ราว 49 ล้านคน โดยวางแผนเชื่อมโยงบริการหางาน การเงิน และสุขภาพ-การแพทย์ ให้ใช้งานได้ในแอปเดียวโดยไม่ต้องติดตั้งแอปเพิ่ม
จอง ชินอา(Jung Shin-a) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคาเคา ย้ำว่าผู้ใช้สามารถเริ่มใช้บริการได้จากจุดที่คุ้นเคยอยู่แล้ว โดยไม่ต้องติดตั้งบริการใหม่หรือเรียนรู้วิธีใช้งานใหม่ ทั้งนี้ กลุ่มพันธมิตรของคาเคายังมีแอลจี ยูพลัส(LG Uplus) สถาบันวิจัย AI ของแอลจี(LG AI Research) แอลจี อิเล็กทรอนิกส์(LG Electronics) และแอลจี ซีเอ็นเอส(LG CNS) ร่วมด้วย เป็นโครงสร้างที่ผสานศักยภาพด้านข้อความ การสื่อสาร เครื่องใช้ไฟฟ้า และโมเดล AI เข้าด้วยกัน
เคทีนำเสนอแนวคิดผสานบริการการศึกษา ช้อปปิ้ง อสังหาริมทรัพย์ และการเงินเข้ากับเอเจนต์ AI โดยเชื่อมโยงบริการการศึกษาของอีบีเอส(EBS) ช้อปปิ้งของดานาวา(Danawa) และมูซินซา(Musinsa) อสังหาริมทรัพย์ของจิกแบง(Zigbang) และบริการการเงินของบีซีการ์ด(BC Card) เพื่อเสนอข้อมูลและทางแก้ปัญหาที่เหมาะกับสถานการณ์ผู้ใช้ ก่อนที่ผู้ใช้จะต้องค้นหาเอง
พัก ยุนยอง(Park Yun-young) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเคที กล่าวว่า “แทนที่ลูกค้าจะต้องค้นหาข้อมูลด้วยตัวเองทั้งหมด เราจะใช้ข้อมูลชีวิตจริงที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของแต่ละคน เพื่อมอบทางแก้ปัญหาผ่านเอเจนต์ AI ครอบคลุมทั้งภาครัฐ การเงิน การศึกษา ช้อปปิ้ง และอสังหาริมทรัพย์” สะท้อนทิศทางที่ 'AI ทุกคน' ถูกออกแบบให้เป็นประตูสู่บริการชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงเครื่องมือถาม-ตอบ
ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้คัดเลือกกลุ่มบริษัทเอสเค เทเลคอม คาเคา และเคที เป็นผู้ดำเนินโครงการ 'AI ทุกคน' พร้อมประกาศเป้าหมายให้บริการแชทบอท AI อเนกประสงค์และเอเจนต์ AI ภาครัฐแก่ประชาชนทั่วประเทศภายในปีนี้
ประเด็นที่ยังต้องติดตามคือขอบเขตการทำงานจริง เนื่องจากการให้ AI ดำเนินการบริการภาครัฐ การเงิน และการแพทย์โดยตรง จำเป็นต้องอาศัยระบบยืนยันตัวตน การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ และขั้นตอนการชำระเงินที่เชื่อมโยงกันอย่างรัดกุม โดยรัฐบาลและทั้งสามกลุ่มบริษัทมีแผนทดสอบฟังก์ชันและประสบการณ์ผู้ใช้ผ่านบริการเบต้าช่วงประมาณเดือนตุลาคม ก่อนผลักดันเปิดตัวอย่างเป็นทางการแก่ประชาชนทั่วประเทศภายในเดือนธันวาคมนี้
ความคิดเห็น 0