กลุ่มการเงินรายใหญ่ของเกาหลีใต้เพิ่งปิดการสำรวจความต้องการซื้อหุ้นกู้ไฮบริด (신종자본증권) ด้วยยอดจองซื้อที่สูงกว่าวงเงินที่ตั้งไว้เกือบสองเท่า สะท้อนว่าแม้ความต้องการซื้อจากนักลงทุนรายย่อยจะซบเซาลง แต่เงินทุนจากสหกรณ์กลางและบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกลับไหลเข้าสู่ตราสารทุนคุณภาพดีอย่างต่อเนื่อง
จากการรวบรวมข้อมูลของวงการธนาคารเพื่อการลงทุน (IB) เมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) พบว่า ชินฮันไฟแนนเชียลกรุ๊ป(Shinhan Financial Group, 055550) ได้รับคำสั่งซื้อรวม 584,000 ล้านวอน จากการสำรวจความต้องการซื้อของนักลงทุนสถาบันเมื่อวันที่ 4 ที่ผ่านมา สำหรับแผนออกหุ้นกู้ไฮบริดมูลค่า 270,000 ล้านวอน ซึ่งคิดเป็นยอดจองซื้อมากกว่าสองเท่าของวงเงินที่ตั้งไว้
ชินฮันไฟแนนเชียลกรุ๊ปเปิดทางให้เพิ่มวงเงินออกหุ้นกู้ได้สูงสุดถึง 400,000 ล้านวอน ตามผลการสำรวจความต้องการซื้อ โดยวงเงินตั้งต้น 270,000 ล้านวอน กำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ 4.75% และแม้จะเพิ่มวงเงินเป็น 400,000 ล้านวอน ก็ยังสามารถระบายหุ้นกู้ได้ในระดับอัตราดอกเบี้ยประมาณ 4.80%
วูรีไฟแนนเชียลกรุ๊ป(Woori Financial Group, 316140) และเคบีไฟแนนเชียลกรุ๊ป(KB Financial Group, 105560) มีแนวโน้มคล้ายกัน โดยวูรีไฟแนนเชียลกรุ๊ปเปิดจองซื้อวงเงิน 270,000 ล้านวอน แต่ได้รับคำสั่งซื้อถึง 574,000 ล้านวอน จึงตัดสินใจเพิ่มวงเงินออกเป็น 400,000 ล้านวอน พร้อมกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ 4.79%
ด้านเคบีไฟแนนเชียลกรุ๊ปเปิดจองซื้อวงเงิน 270,000 ล้านวอน ได้รับคำสั่งซื้อ 520,000 ล้านวอน ก่อนตัดสินใจเพิ่มวงเงินเป็น 400,000 ล้านวอนเช่นกัน โดยอัตราดอกเบี้ยของวงเงินตั้งต้นอยู่ที่ 4.82% ส่วนอัตราดอกเบี้ยที่รวมวงเงินส่วนเพิ่มอยู่ที่ 4.85%
ผลการสำรวจความต้องการซื้อของเคบีไฟแนนเชียลกรุ๊ปครั้งนี้สอดคล้องกับแนวโน้มที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้า โดยโตเกนโพสต์(TokenPost) เคยรายงานว่า เคบีไฟแนนเชียลกรุ๊ปได้รับความต้องการซื้อที่มีผลจริง 520,000 ล้านวอน จากการสำรวจความต้องการซื้อหุ้นกู้ไฮบริดวงเงิน 270,000 ล้านวอน มาแล้วก่อนหน้านี้
ขณะเดียวกัน ไอเอ็มไฟแนนเชียลกรุ๊ป(iM Financial Group) เปิดสำรวจความต้องการซื้อเมื่อวันที่ 3 ที่ผ่านมา วงเงินตั้งต้น 100,000 ล้านวอน แต่ได้รับคำสั่งซื้อถึง 225,000 ล้านวอน มากกว่าสองเท่าของวงเงินที่ตั้งไว้ อย่างไรก็ตาม บริษัทเลือกไม่เพิ่มวงเงินออกและคงไว้ที่ 100,000 ล้านวอน โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ 5.08% ซึ่งใกล้เคียงขอบบนของกรอบอัตราดอกเบี้ยที่เสนอไว้ที่ 4.50-5.10%
เบื้องหลังที่เงินทุนจากนักลงทุนสถาบันไหลเข้ามาอย่างหนาแน่นคือช่วงที่การออกหุ้นกู้ในตลาดลดน้อยลง ประกอบกับมีเงินทุนที่รอการลงทุนอยู่จำนวนมาก แหล่งข่าวจากวงการธนาคารเพื่อการลงทุน (IB) รายหนึ่งกล่าวกับสำนักข่าวยอนฮับอินโฟแมกซ์(Yonhap Infomax) ว่า "ความต้องการซื้อจากนักลงทุนรายย่อยดูจะไม่มากนัก" และเสริมว่า "เมื่อเร็ว ๆ นี้การออกหุ้นกู้ภาคเอกชนโดยรวมลดลง ทำให้ความต้องการจากฝ่ายที่ต้องบริหารเงินทุนอย่างสหกรณ์กลางหรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไหลเข้ามาแทน" ความเห็นนี้ชี้ให้เห็นว่าแรงหนุนหลักของการจองซื้อรอบนี้มาจากฝั่งสถาบันมากกว่านักลงทุนทั่วไป
เหตุผลโดยตรงที่ทำให้กลุ่มการเงินเหล่านี้กลับมาออกหุ้นกู้ไฮบริดด้วยอัตราดอกเบี้ยระดับเกือบ 5% อีกครั้งคือกำหนดสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนด (Call Option) ที่กำลังจะมาถึง โดยวูรีไฟแนนเชียลกรุ๊ป เคบีไฟแนนเชียลกรุ๊ป และไอเอ็มไฟแนนเชียลกรุ๊ป ต่างมีหุ้นกู้ไฮบริดที่ออกในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2021 ด้วยอัตราดอกเบี้ยราว 3% ปลาย ๆ ซึ่งกำลังครบกำหนดใช้สิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนดในเร็ว ๆ นี้
วูรีไฟแนนเชียลกรุ๊ปจะนำเงิน 200,000 ล้านวอนจากวงเงินที่ระดมได้ 400,000 ล้านวอน ไปชำระคืนหุ้นกู้ไฮบริดอัตราดอกเบี้ย 3.60% ที่ครบกำหนดใช้สิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนดในวันที่ 14 เดือนหน้า ส่วนอีก 200,000 ล้านวอนที่เหลือจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
เคบีไฟแนนเชียลกรุ๊ปจะนำเงินทั้งหมด 400,000 ล้านวอนไปใช้ชำระหนี้ แบ่งเป็นการไถ่ถอนหุ้นกู้ไฮบริดมูลค่า 209,000 ล้านวอนที่ครบกำหนดใช้สิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนดในวันที่ 8 เดือนหน้า และหุ้นกู้บุริมสิทธิ์อันดับต้น (Senior Bond) มูลค่า 191,000 ล้านวอนที่ครบกำหนดชำระในวันที่ 31 เดือนเดียวกัน
ด้านไอเอ็มไฟแนนเชียลกรุ๊ปจะนำเงินไปไถ่ถอนหุ้นกู้ไฮบริดมูลค่า 100,000 ล้านวอนที่ครบกำหนดใช้สิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนดในวันที่ 15 นี้ ถือเป็นการชำระคืนหุ้นกู้เดิมที่ออกด้วยอัตราดอกเบี้ยราว 3% ปลาย ๆ แล้วหันมาออกหุ้นกู้ชุดใหม่ในอัตราดอกเบี้ยเกือบ 5% แทน สะท้อนแนวโน้มการรีไฟแนนซ์ที่ยังดำเนินต่อเนื่อง
หุ้นกู้ไฮบริด (신종자본증권) เป็นตราสารหนี้ลักษณะตราสารทุนถาวรที่ไม่มีกำหนดอายุไถ่ถอน หรือมีอายุยาวนานตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป ในทางบัญชีจะถูกนับเป็นส่วนของทุน จึงถูกใช้เพื่อยกระดับอัตราส่วนเงินกองทุนของกลุ่มการเงิน และส่วนใหญ่มักมีเงื่อนไขให้ผู้ออกสามารถใช้สิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนดได้ตั้งแต่ปีที่ 5 หลังการออกเป็นต้นไป
ในแบบแสดงรายการเสนอขายหลักทรัพย์ กลุ่มการเงินแต่ละแห่งระบุวัตถุประสงค์การออกหุ้นกู้ว่าเพื่อรักษาความเพียงพอของเงินกองทุนรองรับสินทรัพย์เสี่ยงที่อาจเพิ่มขึ้น โดยวูรีไฟแนนเชียลกรุ๊ปประเมินว่าการเพิ่มวงเงินออกเป็น 400,000 ล้านวอนจะช่วยให้อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนรวม ณ สิ้นไตรมาส 1 เพิ่มขึ้นอย่างละ 0.16 จุดเปอร์เซ็นต์ ขณะที่เคบีไฟแนนเชียลกรุ๊ปประเมินว่าอัตราส่วนทั้งสองรายการ ณ สิ้นครึ่งปีแรกจะเพิ่มขึ้นอย่างละ 0.11 จุดเปอร์เซ็นต์
ชินฮันไฟแนนเชียลกรุ๊ปประเมินว่าจากวงเงินจดทะเบียน 270,000 ล้านวอน อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนรวมจะเพิ่มขึ้นอย่างละ 0.07 จุดเปอร์เซ็นต์ ส่วนไอเอ็มไฟแนนเชียลกรุ๊ปคาดว่าอัตราส่วนเงินกองทุนรวมจะเพิ่มขึ้น 0.22 จุดเปอร์เซ็นต์ และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 จะเพิ่มขึ้น 0.23 จุดเปอร์เซ็นต์
ความคิดเห็น 0