นักลงทุนกลุ่มผลตอบแทนสูงสุด 1% เทขายหุ้นซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) และเอสเคไฮนิกซ์ (SK Hynix) พร้อมเข้าซื้อกองทุน ETF ขาลง (Inverse ETF) ที่ให้ผลตอบแทนสวนทางกับตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ในวันซื้อขายเดียวกัน สะท้อนภาพการทำกำไรจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ควบคู่กับการเตรียมรับมือความเสี่ยงดัชนีปรับฐาน
บริษัทหลักทรัพย์คีวุม (Kiwoom Securities) เปิดเผยเมื่อวันที่ 7 ถึงข้อมูลการซื้อขายของกลุ่มลูกค้าที่มีเงินลงทุนตั้งแต่ 10 ล้านวอนขึ้นไป และมีผลตอบแทนติดอันดับ 1% แรกของเดือนก่อนหน้า ในวันซื้อขายก่อนหน้า โดยระบุว่าหุ้นสกายแล็บส์ (SkyLabs) มียอดซื้อสุทธิสูงสุด ขณะที่ซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์และเอสเคไฮนิกซ์ติดอันดับหุ้นที่มียอดขายสุทธิสูงสุด ตามรายงานของ Korea Economic Daily
สกายแล็บส์เป็นบริษัทเครื่องมือแพทย์ที่เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดคอสแดคเมื่อวันที่ 4 ที่ผ่านมา เป็นที่รู้จักจากการพัฒนาอุปกรณ์วัดความดันโลหิตต่อเนื่องแบบสวมใส่รูปแหวน และปิดการซื้อขายวันแรกด้วยราคาที่พุ่งขึ้น 135% จากราคาเสนอขายหุ้นใหม่ (IPO)
รายชื่อหุ้นที่นักลงทุนกลุ่มท็อป 1% เข้าซื้อ ยังรวมถึงกองทุน ETF ขาลงที่ให้ผลตอบแทนสวนทางกับดัชนีคอสปีและคอสแดคด้วย โดย ETF ขาลง คือผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ออกแบบมาให้ทำกำไรเมื่อดัชนีอ้างอิงปรับตัวลดลง
อย่างไรก็ตาม ETF ขาลงมีโอกาสขาดทุนได้หากดัชนีปรับตัวขึ้น เนื่องจากเป็นโครงสร้างที่ผันผวนสูงหากทิศทางตลาดระยะสั้นคาดการณ์ผิดพลาด จึงยังไม่อาจสรุปได้ว่าการเข้าซื้อครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นว่าตลาดจะปรับตัวลงอย่างแน่นอน
แนวโน้มการซื้อขายครั้งนี้ถูกตีความว่าเป็นการทำกำไรบางส่วนจากหุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ แทนที่จะถือต่อเนื่อง พร้อมเตรียมรับมือความเป็นไปได้ที่ดัชนีจะปรับฐาน ทั้งนี้ ข้อมูลของคีวุมซีเคียวริตี้ส์เป็นเพียงพฤติกรรมการซื้อขายของลูกค้ากลุ่มเฉพาะในวันซื้อขายก่อนหน้าเท่านั้น จึงมีข้อจำกัดหากจะตีความขยายไปถึงภาพรวมเงินทุนของนักลงทุนทั้งตลาดหรือทิศทางตลาดโดยรวม
ในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์และเอสเคไฮนิกซ์ถือเป็นหุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อทิศทางดัชนีคอสปี การที่ทั้งสองบริษัทติดอันดับหุ้นที่ถูกขายสุทธิสูงสุด ขณะที่มีการเข้าซื้อ ETF ขาลงไปพร้อมกัน อาจถูกตีความได้ว่าเป็นสัญญาณที่กระแสเงินระยะสั้นเคลื่อนไหวในเชิงรับ
ทิศทางการซื้อขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของนักลงทุนกลุ่มผลตอบแทนสูงสุด 1% มีความสลับไปมาหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานถึงช่วงเวลาที่นักลงทุนกลุ่มท็อป 1% เข้าซื้อซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ขณะเดียวกันก็เทขายเอสเคไฮนิกซ์
ในตลาดต่างประเทศก็มีการพบสถานะการลงทุนที่เตรียมรับมือความเสี่ยงขาลงของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และดัชนีในลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่ามีการซื้อสัญญาสิทธิพุตออปชัน (Put Option) ของกองทุน ETF หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ มูลค่ารวมกว่า 129 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งพุตออปชันและ ETF ขาลง แม้โครงสร้างต่างกัน แต่ล้วนเป็นเครื่องมือที่ใช้รับมือหรือรับความเสี่ยงเมื่อราคาปรับตัวลดลงเช่นเดียวกัน
ความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นในประเทศมักถูกอ่านควบคู่ไปกับความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวม ซึ่งรวมถึงคริปโทเคอร์เรนซีด้วย ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าดัชนีคอสปีปิดตลาดลดลง 3.99% เมื่อเทียบกับวันซื้อขายก่อนหน้าสองวันทำการ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการซื้อขายของคีวุมซีเคียวริตี้ส์ชุดนี้เพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการเข้าซื้อ ETF ขาลงในประเทศส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโทเคอร์เรนซีมากน้อยเพียงใด
สิ่งที่ยืนยันได้จากข้อมูลชุดนี้มีสามประการ ได้แก่ △นักลงทุนกลุ่มท็อป 1% ซื้อสุทธิหุ้นสกายแล็บส์ซึ่งเพิ่งเข้าจดทะเบียนใหม่มากที่สุด △ขายสุทธิหุ้นซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์และเอสเคไฮนิกซ์ และ △เข้าซื้อกองทุน ETF ขาลงในประเทศด้วย ส่วนทิศทางที่แท้จริงของดัชนีและหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์หลังจากนี้ จะต้องรอการยืนยันจากข้อมูลการซื้อขายเพิ่มเติมในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0