ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอชื่อ พอล แอ็ตกินส์(Paul Atkins) เป็นกรรมาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) โดยล่าสุดผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาเมื่อวันที่ 3 (เวลาท้องถิ่น) และเตรียมเข้าสู่กระบวนการลงมติในที่ประชุมวุฒิสภาซึ่งคาดว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนอย่างเพียงพอ
ในที่ประชุมปิดของคณะกรรมาธิการการธนาคาร มีการลงคะแนนเสียงเห็นชอบ 13 เสียง ต่อไม่เห็นชอบ 11 เสียง ทำให้การเสนอชื่อของแอ็ตกินส์เดินหน้าต่อไปได้ โดยเขาจะดำรงตำแหน่งในช่วงที่เหลือของวาระของแกรี เกนส์เลอร์(Gary Gensler) อดีตประธาน SEC และต่อเนื่องอีกหนึ่งวาระจนถึงปี 2031 การลงมติรอบถัดไปจะเกิดขึ้นในวุฒิสภาซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก ทำให้โอกาสได้รับการรับรองมีสูง
ก่อนการลงมติในคณะกรรมาธิการ ทิม สก็อตต์(Tim Scott) วุฒิสมาชิกและประธานคณะฯ กล่าวแสดงการสนับสนุนว่า “แอ็ตกินส์จะนำความชัดเจนที่จำเป็นมาสู่ภาคสินทรัพย์ดิจิทัล” อย่างไรก็ตาม เอลิซาเบธ วอร์เรน(Elizabeth Warren) วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครต กลับคัดค้านอย่างรุนแรง โดยระบุว่า “การเลือกบุคคลของทรัมป์เข้าสู่ SEC คือการเปิดทางให้มหาเศรษฐีอย่างอดีต CEO ของ FTX แซม แบงก์แมน-ฟรีด(Sam Bankman-Fried) และอีลอน มัสก์(Elon Musk) บ่อนทำลายหน่วยงานรัฐบาลกลาง”
กระบวนการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของ*นโยบายเงินคริปโตที่เป็นมิตร*ของทรัมป์ โดยแอ็ตกินส์เป็นที่รู้จักจากจุดยืนที่เน้น*ผ่อนคลายข้อกำกับและส่งเสริมการกำกับตนเองของตลาด* รวมถึงมีท่าทีสนับสนุนรูปแบบการออกแบบนโยบายที่ยืดหยุ่นมากขึ้นต่อสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น *บิตคอยน์(BTC)*
ตลาดกำลังจับตาผลการลงมติในที่ประชุมวุฒิสภาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีผลต่อแนวทางของ SEC ในอนาคต หากแอ็ตกินส์ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ อาจส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงทิศทางของหน่วยงานซึ่งภายใต้การนำของเกนส์เลอร์มีจุดยืนแข็งกร้าวด้านการกำกับดูแลตลอดหลายปีที่ผ่านมา *ความคิดเห็น*: หากทิศทางของ SEC เปลี่ยนแปลงไปในลักษณะสนับสนุนวงการคริปโต อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
ความคิดเห็น 0