จำนวนการลงทุนแบบพรีซีดในสตาร์ทอัพที่ใช้ *บิตคอยน์(BTC)* เป็นฐานได้เพิ่มขึ้นถึง 767% นับตั้งแต่ปี 2021 ตามรายงานฉบับล่าสุดจาก *ทราเมล เวนเจอร์ พาร์ทเนอร์ส (Trammell Venture Partners หรือ TVP)* ที่เผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ โดยในปี 2024 การทำธุรกรรมพรีซีดเพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และมีจำนวนสตาร์ทอัพที่ได้รับเงินทุนเพิ่มขึ้นถึง 27.5%
คริสโตเฟอร์ คาลิคอตต์ ผู้บริหารของ TVP ระบุว่า “ผู้ประกอบการจำนวนมากกำลังกลับมาให้ความสนใจกับเครือข่ายของบิตคอยน์ในฐานะแพลตฟอร์มธุรกิจอีกครั้ง เพราะมองว่ามีความมั่นคงและกระจายศูนย์สูงเมื่อมองในระยะยาว” เขากล่าวต่อว่า “นี่จึงเป็นตัวเลือกที่มีเหตุผลซึ่งตั้งอยู่บน *ความมั่นคงด้านความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ* ที่สามารถคาดการณ์ได้”
อย่างไรก็ดี แม้จำนวนดีลจะเพิ่มขึ้น แต่ยอดเงินลงทุนรวมในรอบพรีซีดกลับลดลง โดย TVP ระบุว่าในปี 2024 ยอดเงินรวมที่จัดหาได้ลดลงกว่า 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน และหากเทียบกับช่วงตลาดกระทิงปี 2021 มูลค่าเฉลี่ยของดีลและประเมินมูลค่าบริษัทก็ลดลงเช่นกัน *ความคิดเห็น:* สาเหตุหลักน่าจะมาจากสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบของสหรัฐซึ่งยังไม่ชัดเจน และเกิดขึ้นยุคคณะบริหารชุดก่อนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์(SEC) ที่ทำให้นักลงทุนรู้สึกลังเล
แม้ว่าความคาดหวังต่อการลงทุนในคริปโตจะกลับมาคึกคักตั้งแต่ต้นปี 2024 แต่ *ความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจมหภาค* ก็ยังเป็นปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อ *ประธานาธิบดีทรัมป์* ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารว่าด้วยเรื่อง ‘มาตรการตอบโต้ทางภาษีนำเข้า’ เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งสั่งเก็บภาษีนำเข้าอย่างน้อย 10% ทั่วไป และอาจมีการเก็บเพิ่มเติมตามประเทศต้นทาง ส่งผลให้ตลาดการเงินเกิดความผันผวน ราคาทั้งหุ้นและคริปโตเคอร์เรนซีร่วงแรงท่ามกลางความกังวลเรื่องสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ
ตามแนวโน้มทางเศรษฐกิจ ในช่วงที่การค้าโลกตึงเครียด อัตราดอกเบี้ยสูง และความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย เม็ดเงินของนักลงทุนมักไหลไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น เงินสด พันธบัตร หรือสินค้าโภคภัณฑ์ ทำให้กลุ่มสินทรัพย์เสี่ยง เช่น คริปโตเคอร์เรนซีถูกเทขาย ตัวอย่างชัดเจนคือ *ฮอน เวนเจอร์ส(Haun Ventures)* ที่จากเคยทุ่ม 1.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022 ได้ลดเป้าการลงทุนในคริปโตเหลือ 1 พันล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ขณะที่ *แกแล็กซี ดิจิทัล(Galaxy Digital)* ก็ยังคงประเมินว่าการลงทุนในปี 2025 อาจฟื้นตัวบ้าง แต่ *ยังยากที่จะกลับไปถึงระดับของปี 2021–2022*
รายงานของ TVP สะท้อนให้เห็นว่า แม้ *กิจกรรมการก่อตั้งบริษัทโดยใช้บิตคอยน์เป็นหัวใจสำคัญยังเติบโตต่อเนื่องในช่วงพรีซีด* แต่การประเมินมูลค่ายังคงซบเซา และยังมีอุปสรรคจากการขาด *นโยบายกำกับดูแลด้านคริปโตที่ชัดเจนในสหรัฐ* ทำให้การฟื้นตัวอย่างเป็นรูปธรรมยังไม่เกิดขึ้น ความต่อเนื่องของตลาดสตาร์ทอัพภายในระบบนิเวศบิตคอยน์ในระยะยาวนั้น สุดท้ายแล้วจะขึ้นอยู่กับ *ทิศทางนโยบายภาครัฐและพลวัตของตลาดทุนโลก* เป็นสำคัญ
ความคิดเห็น 0