ทรัมป์สั่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจดูแลคริปโต หวังปรับโฉมกฎระเบียบสหรัฐฯ
ประธานาธิบดีทรัมป์มีคำสั่งให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จัดตั้ง *คณะทำงานเฉพาะกิจด้านคริปโตเคอร์เรนซี* โดยมีเป้าหมายเพื่อพิจารณานโยบายและแนวทางการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณชัดว่ารัฐบาลกลางสหรัฐฯ กำลังปรับเปลี่ยนท่าทีต่อ *คริปโตเคอร์เรนซี* ไปในทางที่เปิดกว้างมากขึ้น พร้อมทั้งอาจนำไปสู่การปรับโครงสร้างข้อบังคับแบบใหม่ในอนาคต
เมื่อวันที่ 18 (เวลาท้องถิ่น) Politico รายงานว่าทรัมป์มีคำสั่งผ่านเอกสารภายในให้จัดตั้งทีมเฉพาะกิจดังกล่าว เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการ *ผ่อนคลายข้อกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล* ปัจจุบัน โดยคณะทำงานจะประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงการคลัง, คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC), คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า(CFTC) และสำนักงานควบคุมการเงิน(OCC) โดยมีเป้าหมายหลักในการลดความซ้ำซ้อนของกฎระเบียบ และกระตุ้นการเติบโตของตลาดคริปโตที่ยังขาดความชัดเจนทางกฎหมาย
ท่าทีล่าสุดนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวนโยบาย *สนับสนุนคริปโตเคอร์เรนซี* ที่ทรัมป์ประกาศระหว่างการเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่าหลายบริษัทใหญ่อาจได้รับผลเชิงบวก ทั้งในด้านการขยายบริการและการผลักดันให้เข้าสู่กระแสหลักมากขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับ *บิตคอยน์(BTC)* และ *อีเธอเรียม(ETH)* ที่เกี่ยวข้องกับกองทุน ETF แบบสินทรัพย์จริง ซึ่งเคลื่อนไหวในตลาดสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
Politico ยังเปิดเผยว่าทางคณะทำงานพิเศษจะศึกษาในระดับ *ยุทธศาสตร์ประเทศ* ทั้งเรื่องการถือครองคริปโตของรัฐบาล รวมถึงแนวทางส่งเสริมอุตสาหกรรมบล็อกเชน โดยจะมีการหารือร่วมกับภาคเอกชนและผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังวางเป้า *ขจัดความไม่สอดคล้องกันของกฎระเบียบ* โดยเฉพาะในกรณีของ SEC และ CFTC ที่ยังมีการทับซ้อนหน้าที่ในการกำกับสินทรัพย์ดิจิทัล
จากความเคลื่อนไหวดังกล่าว อุตสาหกรรมคริปโตในสหรัฐฯ แสดงความหวังต่อการบรรเทาความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ และโฟกัสไปที่การสร้างนวัตกรรมมากขึ้น ด้าน *Coinbase(COIN)* หนึ่งในแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตรายใหญ่ของประเทศ ก็เตรียมขยายการทำงานร่วมกับภาครัฐและประชาสัมพันธ์เชิงนโยบายมากขึ้นเพื่อสอดรับกับแนวทางใหม่
*ไซมอน ปีเตอร์ส* หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ตลาดของ eToro แสดงความคิดเห็นว่า การดำเนินการของทรัมป์ครั้งนี้อาจกลายเป็น “ปัจจัยชี้ขาด” ที่กำหนดทิศทางตลาดในช่วงหลายเดือนข้างหน้า โดยชี้ว่า “คำสั่งนี้ตอบสนองต่อความต้องการเด่นชัดของอุตสาหกรรม คือ การชี้แจงข้อกฎหมายให้ชัดเจนมากขึ้น”
หลังจากข่าวถูกเผยแพร่ *บิตคอยน์* และ *อีเธอเรียม* ต่างขยับขึ้นแรง โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg บิตคอยน์พุ่งแตะระดับ 66,200 ดอลลาร์ (ประมาณ 9.67 ล้านบาท) ส่วนอีเธอเรียมซื้อขายแถวระดับ 3,550 ดอลลาร์ (ประมาณ 5.18 แสนบาท) ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% ในช่วง 24 ชั่วโมง
*เรเบคกา อัลเลน* หัวหน้าฝ่ายวิจัยของสถาบันวิจัยนโยบายระหว่างประเทศ ระบุว่า เนื่องจากสหรัฐฯ มีบทบาทนำในนโยบายสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก การเคลื่อนไหวเช่นนี้อาจกระตุ้นให้ประเทศอื่น โดยเฉพาะ *เกาหลีใต้* พิจารณาทบทวนกฎหมายในประเทศใหม่อย่างจริงจังด้วย ความคิดเห็นนี้สะท้อนให้เห็นว่าอิทธิพลนโยบายคริปโตของทรัมป์อาจไม่ใช่แค่เปลี่ยนเกมในสหรัฐฯ แต่ยังเร่งการปฏิรูปกฎระเบียบในระดับนานาชาติอีกด้วย
ความคิดเห็น 0