การอัปเกรด ‘เพคทรา’ (Pectra) ของเครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) ที่เคยถูกเลื่อนจากกำหนดเดิมเนื่องจากปัญหาด้านเทคนิค ล่าสุดได้มีการยืนยันกำหนดการใหม่เป็นวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ตามที่ประกาศอย่างเป็นทางการในที่ประชุมของนักพัฒนาเมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา
เพคทราถูกมองว่าเป็นหนึ่งในการอัปเกรดที่มีความสำคัญที่สุดของเครือข่ายอีเธอเรียมนับตั้งแต่เปลี่ยนผ่านจากระบบพิสูจน์การทำงาน (PoW) เป็นระบบพิสูจน์ด้วยการมีส่วนร่วม(PoS) เมื่อปี 2022 การอัปเกรดนี้รวมเข้าด้วยกันทั้งส่วนของ 'ปราก' (Prague) ซึ่งเป็นเลเยอร์การดำเนินการ และ 'อิเล็กตรา' (Electra) ซึ่งเป็นเลเยอร์ของฉันทามติ พร้อมกับข้อเสนอการปรับปรุงอีเธอเรียม (Ethereum Improvement Proposals – EIP) ทั้งหมด 11 รายการ จุดมุ่งเน้นหลักอยู่ที่การเพิ่มประสิทธิภาพความสามารถในการขยายเครือข่าย ความคล่องตัว และประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้
เดิมทีการอัปเกรดถูกวางไว้ในเดือนมีนาคม 2025 แต่ต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากพบปัญหาในการทดสอบบนเทสต์เน็ต โดยเฉพาะ ‘โฮเลสกี’ (Holesky) ที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับฟังก์ชันสุดท้ายของเครือข่าย และ ‘เซโพลเลีย’ (Sepolia) ที่มีบั๊กขนาดเล็กในช่วงต้นเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตาม เทสต์เน็ต ‘ฮูดี’ (Hoodi) ที่เปิดใช้งานภายหลังสามารถรันได้อย่างราบรื่น ทำให้สามารถยืนยันกำหนดการใหม่ได้อย่างมั่นใจ
อเล็กซ์ สต็อกส์ นักวิจัยจากมูลนิธิอีเธอเรียมกล่าวในที่ประชุมว่า “เราตัดสินใจเลือกวันที่ 7 พฤษภาคมเป็นวันสุดท้ายสำหรับการอัปเกรด และขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของเพคทรา”
ถึงแม้การอัปเกรดเพคทราจะมีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก แต่ในอีกด้านหนึ่ง ราคาของอีเธอเรียมกลับมีแนวโน้มที่ชะลอตัว โดยบริษัทวิเคราะห์ตลาดคริปโต ‘คริปโตควอนต์’ (CryptoQuant) รายงานว่าไตรมาสแรกของปีนี้ เป็นช่วงเวลาที่ผลประกอบการของ ETH แย่ที่สุดในรอบ 7 ปี ปัจจัยมาจากความเคลื่อนไหวบนเครือข่ายที่ชะลอตัว ค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่ลดลง และปริมาณการเผาไหม้ ETH ที่น้อยลง ส่งผลให้มีการเพิ่มขึ้นของอุปทานและความกดดันด้านเงินเฟ้อ
เพคทรายังถูกออกแบบให้ขับเคลื่อนฟังก์ชันใหม่หลายประการ เช่น กระเป๋าเงินดิจิทัลแบบบูรณาการกับสมาร์ตคอนแทรกต์, การสเตกที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น, ฟังก์ชันบัญชีแบบนามธรรม (Account Abstraction), การจัดการสิทธิ์ และการสปอนเซอร์ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม
คุณสมบัติบัญชีแบบนามธรรมจะช่วยให้บัญชีที่เป็นเจ้าของโดยผู้ใช้ภายนอก (EOA) สามารถทำงานคล้ายกระเป๋าเงินแบบสมาร์ตคอนแทรกต์ได้ เช่น การทำธุรกรรมแบบแบทช์ (batch), ตั้งค่าความปลอดภัยตามต้องการ และการให้ผู้ให้บริการชำระค่าธรรมเนียมแทนผู้ใช้งาน ซึ่งจะช่วยให้ดีแอป (dApp) เป็นมิตรกับผู้ใช้มากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มขีดจำกัดสูงสุดของการฝาก ETH สำหรับตัวตรวจสอบ (Validator) จากเดิม 32 ETH เป็น 2,048 ETH ซึ่งจะกระตุ้นให้ตัวตรวจสอบรายใหญ่เข้าสู่ระบบมากขึ้น และให้โอกาสผู้ตรวจสอบรายย่อยได้รับผลตอบแทนในลักษณะดอกเบี้ยทบต้น
ในฝั่งของเลเยอร์ 2 เทคโนโลยี ‘การสุ่มตัวอย่างความพร้อมของข้อมูลแบบเพียร์’ หรือ PeerDAS จะถูกนำมาใช้เพื่อลดต้นทุนด้านข้อมูล ช่วยให้สามารถตรวจสอบการมีอยู่ของข้อมูลบล็อกโดยไม่ต้องดาวน์โหลดทั้งหมด
สุดท้าย อีเธอเรียมยังเตรียมอัปเกรดระบบ Ethereum Virtual Machine (EVM) ด้วยรูปแบบอ็อบเจกต์ใหม่ (EOF - EVM Object Format) เพื่อรองรับการขยายฟังก์ชันในอนาคตของทั้งเลเยอร์ 1 และเลเยอร์ 2
‘ความคิดเห็น’: การอัปเกรดเพคทรานี้เป็นมากกว่าการเปลี่ยนฟีเจอร์ เพราะถือเป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างที่จะยกระดับศักยภาพทางเทคนิคของเครือข่ายอีเธอเรียมอย่างแท้จริง และอาจกลายเป็นรากฐานสู่อนาคตของบล็อกเชนรุ่นใหม่ในระยะยาว
ความคิดเห็น 0