ข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างริปเปิล(XRP)กับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ที่ดูเหมือนจะจบลงแล้ว ยังคงสร้างความสนใจอีกครั้ง หลังจากมีการยื่นเอกสารปริศนาเข้าสู่ศาลอย่างไม่คาดคิด
แบรด การ์ลิงเฮาส์ ซีอีโอของริปเปิล ได้ออกมาแสดงความยินดีต่อชัยชนะในคดีดังกล่าวผ่านคลิปวิดีโอ ซึ่งผู้บริหารคนอื่น ๆ ของบริษัทก็ระบุว่าสถานการณ์ได้ยุติลงแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ทางฝั่ง SEC ยังไม่ได้แสดงจุดยืนอย่างเป็นทางการ ทำให้ภายในชุมชน XRP ยังมีความไม่แน่ใจและตั้งคำถามต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน เอกสารฉบับหนึ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนถูกส่งเข้าสู่ศาลโดยจัสติน ดับเบิลยู. คีเนอร์ อดีตนายหน้าหุ้นที่เคยถูก SEC ปรับเป็นเงิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 146 พันล้านวอน) คีเนอร์อ้างว่าเอกสารดังกล่าวมี ‘หลักฐานเด็ด’ ที่เป็นประโยชน์ต่อฝั่งริปเปิล และตนยื่นเข้าสู่ศาล ‘เพื่อเสรีภาพของชาวอเมริกัน’ แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยเนื้อหาของเอกสารอย่างชัดเจน เจ้าตัวระบุว่าเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสัญญาการลงทุนที่เขาเคยรวบรวมไว้ในอดีต
รายงานจากเอลินอร์ เทอเร็ต ผู้สื่อข่าวสายการเงินของ Fox Business ระบุว่า คีเนอร์เคยดำเนินงานในฐานะนายหน้าหุ้นเพนนี (Penny Stock) แบบไม่ได้จดทะเบียน และถูก SEC ฟ้องร้อง ซึ่งนำไปสู่โทษปรับจำนวนมหาศาล การที่บุคคลภายนอกเช่นคีเนอร์ยื่นเอกสารเข้าสู่ระบบศาล จึงสร้างความสงสัยในวงการว่าเอกสารเหล่านี้มี ‘ความน่าเชื่อถือ’ และ ‘น้ำหนักทางกฎหมาย’ หรือไม่
มาร์ก เพเกล อดีตที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของ SEC แสดงความคิดเห็นว่า เอกสารของคีเนอร์เทียบไม่ต่างจาก "สแปมระดับต่ำ" พร้อมระบุว่าคีเนอร์ไม่มีสถานะที่สามารถยื่นหลักฐานในคดีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เขาคาดว่าศาลจะ ‘ปัดตก’ เอกสารนี้อย่างรวดเร็ว
แม้จะมีนักลงทุนบางรายในชุมชน XRP ที่จับตาดูว่าการยื่นเอกสารครั้งนี้อาจมีผลต่อคำตัดสินหรือไม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ยังคงมองว่าสถานการณ์นี้ ‘ไม่มีน้ำหนัก’ เพเกลระบุชัดว่า “ผู้พิพากษาแอนาลิซา ตอร์เรสจะไม่กลับคำตัดสินเกี่ยวกับความรับผิดของริปเปิล” โดยเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายยังต้องหารือต่อไป จะจำกัดอยู่เพียงในส่วนของ ‘การชดเชย’ เท่านั้น
สถานการณ์นี้ทำให้การสิ้นสุดข้อพิพาททางกฎหมายของริปเปิลที่ชุมชนรอคอยกลายเป็นเรื่องวุ่นวายมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับท่าทีของหน่วยงานภาครัฐสหรัฐฯ ต่อการกำกับดูแลคริปโต ยังส่งผลให้ตลาด XRP มีแนวโน้มที่จะเผชิญกับ ‘ความผันผวน’ และ ‘ความตึงเครียด’ อย่างต่อเนื่องต่อไป
ความคิดเห็น 0