ริปเปิล(XRP) ปิดฉากคดีความยืดเยื้อกับสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐ(SEC) อย่างเป็นทางการ หลังต่อสู้กันมานานกว่า 4 ปี โดยเมื่อวันที่ 19 มีนาคม แบรด แกลลิงเฮาส์(Brad Garlinghouse) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของริปเปิลเผยว่า ทั้งสองฝ่ายได้ถอนการอุทธรณ์ทั้งหมด ส่งผลให้ข้อพิพาททางกฎหมายสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ โดยริปเปิลจะชำระค่าปรับเพียง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 730 ล้านบาท) แทนที่จะเป็น 2 พันล้านดอลลาร์ตามที่ SEC เคยเรียกร้องไว้ในช่วงแรก
แกลลิงเฮาส์กล่าวว่า ผลลัพธ์นี้ถือเป็น ‘ชัยชนะที่มีความหมาย’ ไม่เพียงต่อบริษัทริปเปิลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอุตสาหกรรมคริปโตทั้งหมด เนื่องจากคดีนี้ถูกจับตาในฐานะแบบทดสอบสำคัญว่าหน่วยงานกำกับควรดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างไร นักวิเคราะห์ในแวดวงต่างก็เห็นพ้องว่าการตัดสินใจนี้จะช่วยผลักดันความชัดเจนด้านกฎระเบียบให้กับตลาดสหรัฐและส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นในระยะยาว
จาง หลิงหลิง หุ้นส่วนจาก DWF Labs มองว่า คดีนี้คือ *จุดเปลี่ยนที่แท้จริง* ของตลาดคริปโต เธอระบุว่าเมื่อริปเปิลหลุดพ้นจากภาระคดีความที่ใช้เวลานานและมีต้นทุนสูง บริษัทก็สามารถหันมาโฟกัสกับการพัฒนาโครงการใหม่ๆ เช่น สเตเบิลคอยน์ และขยายเทคโนโลยีได้เต็มที่ พร้อมชี้ว่าความเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณของการ *ฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากภาครัฐ* และเป็นปัจจัยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมคริปโตเข้าใกล้กรอบกฎหมายมากยิ่งขึ้น
มุมมองในเชิงบวกดังกล่าวยังส่งผลต่อบริษัทคริปโตอื่นๆ ด้วย โดยอันเดรย์ กราเชฟ หุ้นส่วนจาก FalconX กล่าวว่าการที่ริปเปิลได้สถานะที่ชัดเจนทางกฎหมาย ช่วยเปิดทางให้ผู้เล่นในสหรัฐกลับมายืนหยัดในบทบาท ‘ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานคริปโต’ นอกจากนี้ เขายังเห็นว่า ความเคลื่อนไหวของคอยน์เบส(Coinbase) ที่มีแผนเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์มอนุพันธ์อย่าง Deribit เป็นสัญญาณว่าตลาด *โปรโตคอลดอลลาร์สังเคราะห์(Synthetic Dollar)* กำลังเข้าสู่ยุคที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีพื้นที่เติบโตสูง
กราเชฟระบุเพิ่มเติมว่า ด้วยกรอบกำกับดูแลที่เริ่มนิ่ง ความเชื่อมั่นที่กลับมา และความต้องการระบบโอนมูลค่าในภูมิภาคต่างๆ โปรโตคอลคริปโตจะถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้ การสิ้นสุดของคดี ริปเปิล - SEC ที่ยืดเยื้อมายาวนาน จึงถูกมองว่าเป็นการคลี่คลาย ‘ความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย’ ที่สำคัญในตลาดสหรัฐ และนับเป็น *จุดเปลี่ยน* ที่อุตสาหกรรมคริปโตทั่วโลกกำลังจับตาว่าอาจนำไปสู่การยอมรับในระดับกฎระเบียบอย่างมีนัยสำคัญ
ความคิดเห็น 0