โทเคน PUMP ของแพลตฟอร์มมีมคอยน์ชื่อดังอย่าง *Pump.fun* พลิกกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง หลังดีดตัวจากแนวรับหลักที่ระดับ 0.0025 ดอลลาร์ โดยเฉพาะกลยุทธ์ใหม่ที่แพลตฟอร์ม *นำรายได้ทั้งหมดใน 2 วันที่ผ่านมาไปใช้ในการ ‘ซื้อคืนโทเคน’* ทำให้ตลาดเริ่มกลับมาคึกคักและสร้างแรงหนุนต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ตามข้อมูลการวิเคราะห์ราคา ปัจจุบันโทเคน PUMP มีการซื้อขายที่เหนือระดับ 0.0026 ดอลลาร์ หรือประมาณ 3.61 บาท สะท้อนการฟื้นตัวจากแนวโน้มขาลงที่ลากยาวมาหลายสัปดาห์ การที่ราคาปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในกรอบแนวโน้มขาลงได้หยุดลง พร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จุดสนใจถัดไปคือบริเวณแนวต้าน 0.0054 ดอลลาร์ หรือราว 7.50 บาท ซึ่งจะเป็นตัวชี้ขาดว่า ‘พลังการฟื้นตัวในรอบนี้’ จะเดินหน้าต่อเนื่องได้หรือไม่
จากข้อมูลบนเชนที่เปิดเผยบนแพลตฟอร์ม *DeFiLlama* ระบุว่า Pump.fun ได้เริ่มใช้รายได้รายวันทั้งหมดในการ ‘ซื้อคืนโทเคน’ ในอัตรา 100% จากเดิมที่มีเพียง 25% เท่านั้น แม้ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากทีมงาน แต่ข้อมูล Blockchain ยืนยันถึงกิจกรรมนี้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี รายได้ต่อวัน ณ วันที่ 29 ตกลงต่ำกว่า 300,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 41.7 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบปี โดยเคยเกิดขึ้นเพียง 2 ครั้งในเดือนกันยายนปีที่แล้วและกลางเดือนกรกฎาคมปีนี้
การดีดตัวของราคาในครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์ความวุ่นวายเมื่อวันที่ 23 ที่ฝั่งผู้ร่วมก่อตั้งของแพลตฟอร์มได้เลื่อนกำหนดการแจกแอร์ดรอปออกไปอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ราคาโทเคนร่วงลงทันทีถึง 20% ภายในวันเดียว ต่อมา Pump.fun ได้ร่วมมือกับกระดานเทรด *คราเคน* เพื่อบรรเทาความไม่พอใจของผู้ใช้ โดยเตรียมแจกแอร์ดรอปเพิ่มเติมให้กับผู้ใช้ที่ซื้อโทเคนไม่สำเร็จ
PUMP เปิดตัวในปี 2024 พร้อมเป้าหมายในการรุกตลาดมีมคอยน์อย่างรวดเร็ว โดยต้นเดือนที่ผ่านมา โครงการสามารถปิดการเสนอขาย ICO มูลค่าราว 5 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 695 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 12 นาที อย่างไรก็ตาม หลายเสียงยังมีข้อสงสัยต่อ ‘เสถียรภาพทางการเงิน’ และ ‘ความต่อเนื่องของนโยบายซื้อคืน’ หลังเกิดปัญหาซ้ำซากเกี่ยวกับความโปร่งใสในการจัดสรรโทเคน
ปัจจุบัน PUMP มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดราว 612 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 8,506 ล้านบาท ขณะที่ปริมาณการซื้อขายรายวันเพิ่มขึ้นกว่า 10% หากการฟื้นตัวในรอบนี้จะกลายเป็นขาขึ้นในระยะกลางถึงยาว ความ ‘ยั่งยืนทางการเงินของแพลตฟอร์ม’ และ ‘การฟื้นความเชื่อมั่นจากชุมชน’ จะเป็นปัจจัยชี้ขาดสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังนี้
ความคิดเห็น 0