Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

CryptoQuant เตือนโครงสร้างตลาดบิตคอยน์(BTC) เสี่ยง 'ตลาดหมี' หลังราคาเหวี่ยงแรงจากความต้องการ ETF ลดลง

CryptoQuant เตือนโครงสร้างตลาดบิตคอยน์(BTC) เสี่ยง 'ตลาดหมี' หลังราคาเหวี่ยงแรงจากความต้องการ ETF ลดลง / Tokenpost

ราคาบิตคอยน์(BTC)ที่เคยพุ่งสู่จุดสูงสุดในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ได้ร่วงลงอย่างรวดเร็วในภายหลัง และมีรายงานวิเคราะห์ล่าสุดชี้ว่า การปรับฐานครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ชั่วคราว แต่เป็นผลของความไม่สมดุลเชิงโครงสร้างในด้านอุปสงค์และอุปทาน โดยเฉพาะในตลาดของกองทุน ETF ที่เกี่ยวข้องกับคริปโต ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับทิศทางของตลาดในระยะถัดไป

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนอย่าง CryptoQuant เปิดเผยรายงานเมื่อเร็วๆ นี้ โดยระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้บิตคอยน์ทรุดตัวลงเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมนั้นมาจาก *ความล้มเหลวในด้านอุปสงค์ของกองทุน ETF ที่นำเข้าซื้อในตลาด* ประกอบกับ *ความต้องการตลาดที่ลดลงในภาพรวม* บิตคอยน์ได้แตะระดับสูงสุดที่ 123,091 ดอลลาร์ (ราว 1.7 ล้านบาท) เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ก่อนจะร่วงลงประมาณ 9,000 ดอลลาร์ จนเหลือระดับปัจจุบันที่ราว 114,314 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.5 ล้านบาท)

จากการวิเคราะห์ของ CryptoQuant ราคาที่ลดลงในช่วงเวลาดังกล่าวแตกต่างจากการปรับฐานทั่วไป เพราะแม้จะมี ‘อุปทานต่ำ’ ที่ควรจะหนุนราคาสูงขึ้น แต่กลับไม่สามารถต้านแรงขายได้ เนื่องจาก *ความต้องการซื้อที่หายไปอย่างมีนัยสำคัญ* โดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนสถาบัน ซึ่งเคยเป็นแรงผลักสำคัญในการรักษาระดับราคา แต่เมื่อปริมาณการไหลเข้าของ ETF ไม่คงที่ ตลาดจึงเปิดช่องให้ถูกกดดันจากแรงขายเล็กน้อยอย่างง่ายดาย ทางบริษัทจึงเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า *“การล่มสลายของอัตราส่วนสินค้าสภาพคล่อง”* ซึ่งถือเป็น ‘สัญญาณเชิงโครงสร้างของตลาดหมี’ ที่อาจยืดเยื้อ

ในเดือนกรกฎาคม ปริมาณเงินทุนใหม่ที่ไหลเข้าสู่ ETF มีลักษณะ ‘ไม่สม่ำเสมอ’ ส่งผลให้นักลงทุนสถาบันไม่สามารถรักษาฐานราคาของตลาดได้ เมื่อแรงหนุนหายไป แม้แรงขายจะมีไม่มาก แต่ก็พอที่จะทำให้ราคาบิตคอยน์ลดลงอย่างง่ายดาย

กระนั้น มีสัญญาณบ่งชี้ว่านักลงทุนบางรายเริ่มกลับเข้าสู่ตลาด ตัวอย่างเช่น บริษัทจดทะเบียนในญี่ปุ่นอย่างเมตาแพลนเน็ต ได้ทำการซื้อบิตคอยน์เพิ่มอีก 463 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 52.9 ล้านดอลลาร์ (กว่า 735 ล้านบาท) ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นระยะยาวของนักลงทุนบางกลุ่มที่ยังคงแข็งแกร่ง

ขณะเดียวกัน โรเบิร์ต คิโยซากิ(Robert Kiyosaki) ผู้เขียนหนังสือ "พ่อรวยสอนลูก" มองว่า *มีโอกาสที่ราคาบิตคอยน์จะลดลงอีกในระยะสั้น* โดยคาดว่าในเดือนสิงหาคมอาจร่วงลงมายังระดับต้นๆ ของ 90,000 ดอลลาร์ เขายังเปิดเผยว่า ตั้งใจจะเพิ่มพอร์ตการลงทุนเป็นสองเท่าเมื่อราคาลงมาถึงระดับดังกล่าว ซึ่งสะท้อนว่าตลาดอาจเผชิญแรงกดดันจากฝั่งขายในช่วงต่อไป

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าบิตคอยน์ไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์เพื่อการเก็งกำไรอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น *“สินทรัพย์ของระบบการเงินหลัก”* ซึ่งได้รับผลกระทบจากความซับซ้อนของกลไกตลาด เช่น ทิศทางของเงินทุนโลก และความเคลื่อนไหวของ ETF ดังนั้น นักลงทุนควรหลีกเลี่ยงการตัดสินใจจากความเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้น และหันมาให้ความสำคัญกับการวางแผนเชิงกลยุทธ์ในระยะยาวแทน ความคิดเห็น: การเปลี่ยนแปลงของบิตคอยน์ในตอนนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนต้องเลือกว่าจะเป็นผู้ตามกระแสระยะสั้น หรือยืนหยัดมองภาพรวมในระยะยาวอย่างแท้จริง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1