ราคา ‘ไลต์คอยน์(LTC)’ พุ่งขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงและทำให้นักลงทุนที่ถือมุมมองขาลงต้องถอยทัพ โดยข้อมูลจาก CoinMarketCap ระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ปริมาณการซื้อขายของไลต์คอยน์ทะยานขึ้นถึง *233%* เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า รวมเป็นมูลค่า 1.97 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.73 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกัน ราคาของไลต์คอยน์ก็พุ่งขึ้นกว่า *13%* อยู่ที่ระดับประมาณ 129 ดอลลาร์ หรือราว 1.79 แสนบาท
การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การรีบาวด์ระยะสั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มขาขึ้นที่เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม ที่ราคา 104 ดอลลาร์ โดยภายในเวลา 3 วัน ไลต์คอยน์แสดงให้เห็นถึงกระแสความเชื่อมั่นใหม่จากนักลงทุนในกลุ่มอัล트คอยน์ขนาดใหญ่ โดยเมื่อมองในกรอบรายสัปดาห์ ราคาไลต์คอยน์เพิ่มขึ้นถึง *13.23%* ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในกลุ่ม 100 อันดับแรกของคริปโตตามมูลค่าตลาด จากแรงสนับสนุนดังกล่าว ไลต์คอยน์กลับเข้ามาติดอันดับ 20 อันดับแรกอีกครั้ง ด้วยมูลค่าตลาดรวม 9.43 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 1.31 ล้านล้านบาท รั้งอันดับที่ 19
การปรับตัวขึ้นของไลต์คอยน์ยังสร้างความเสียหายหนักให้กับนักลงทุนขาลงที่เปิดสถานะ ‘ชอร์ต’ โดยข้อมูลจาก CoinGlass ระบุว่า ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีการชำระบัญชีสถานะขายชอร์ตเป็นมูลค่าถึง *3.89 ล้านดอลลาร์* หรือประมาณ 540 ล้านบาท ซึ่งกลายเป็นแรงซื้อในตลาด และกระตุ้นให้ราคาขึ้นไปอีกจากแรง "ชอร์ตสควีซ"
ไม่เพียงแค่ราคาที่วิ่งแรง แต่อัตราการใช้งานของเครือข่ายไลต์คอยน์ก็เร่งตัวขึ้นด้วย โดยตั้งแต่ต้นปี 2025 เป็นต้นมา พบว่าประมาณ *12%* ของธุรกรรมทั้งหมดในเครือข่ายเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ตัวเลขการทำธุรกรรมสะสมทะลุ *340 ล้านรายการ* แสดงให้เห็นถึงการใช้งานจริงที่ต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง
อีกปัจจัยที่ผลักดันราคา คือความคาดหวังที่เพิ่มสูงขึ้นเกี่ยวกับการอนุมัติ ‘ไลต์คอยน์สปอต ETF’ โดยนักวิเคราะห์จาก Bloomberg ประเมินว่า ความเป็นไปได้ที่ ETF ดังกล่าวจะได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) มีสูงถึง *90%* เนื่องจากไลต์คอยน์ถูกจัดเป็นสินทรัพย์ประเภท ‘วัตถุดิบ’ ซึ่งคล้ายกับทองคำและโลหะอื่น ๆ โดย SEC ได้เลื่อนการพิจารณาการอนุมัติของ Grayscale ที่ยื่นขอ LTC ETF ไปอีกครั้ง และกำหนดเส้นตายใหม่ในวันที่ 10 ตุลาคมนี้
ในด้านการลงทุนจากสถาบัน ยังมีอีกสัญญาณเชิงบวก เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา บริษัทชีวเวชภัณฑ์ MEI Pharma ได้เปิดเผยว่าได้ใช้กลยุทธ์กลุ่มทรัพย์สินแบบตรึง ราคา (trunking strategy) ด้วยไลต์คอยน์มูลค่า *100 ล้านดอลลาร์* หรือประมาณ 1.39 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่คล้ายคลึงกับช่วงที่บิตคอยน์(BTC) ถูกเริ่มนำเข้าสู่พอร์ตของนักลงทุนสถาบันในระยะแรก ๆ ความเคลื่อนไหวนี้ *ความคิดเห็น* สะท้อนว่า ไลต์คอยน์กำลังถูกพิจารณาว่าเป็น ‘สินทรัพย์เบต้าต่ำ (Low-beta)’ ที่มีความผันผวนต่ำกว่าเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น
การที่ไลต์คอยน์ได้รับฉายาว่า ‘ดิจิทัลซิลเวอร์’ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพสะท้อนของการเป็นทางเลือกจากบิตคอยน์ แต่ยังมาจากความสามารถด้านเทคนิคที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และความสนใจจากสถาบันการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น ท่ามกลางกระแสความหวังเรื่อง ETF และแนวโน้มขาขึ้นที่รุนแรง สายตาของตลาดกำลังจับตาไลต์คอยน์อย่างใกล้ชิดว่า ก้าวต่อไปจะสามารถยืนระยะการปรับตัวนี้ได้อย่างมั่นคงหรือไม่.
ความคิดเห็น 0