เครือคราเคน (Kraken) ภายใต้บริษัทแม่ เพย์วอร์ด (Payward) ทุ่มเงินอย่างน้อย 2.75 พันล้านดอลลาร์ เข้าซื้อกิจการต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 ถึงกรกฎาคม 2026 นับเฉพาะดีลที่เปิดเผยมูลค่าต่อสาธารณะ เดินหน้าขยายธุรกิจจากศูนย์กลางการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแบบสปอตไปสู่ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า อนุพันธ์ หุ้นโทเคไนซ์ การบริหารจัดการโทเคน และโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์
คราเคนเปิดเผยเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2025 ว่าจะเข้าซื้อกิจการ นินจาเทรดเดอร์ (NinjaTrader) แพลตฟอร์มซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสำหรับนักลงทุนรายย่อยในสหรัฐฯ ด้วยมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ บริษัทระบุว่าดีลนี้ช่วยเปิดทางให้คราเคนเข้าสู่ตลาดสัญญาล่วงหน้าและตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของสหรัฐฯ
ต่อมาวันที่ 16 ตุลาคมปีเดียวกัน คราเคนเข้าซื้อ สมอลล์ เอ็กซ์เชนจ์ (Small Exchange) ด้วยมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ สมอลล์ เอ็กซ์เชนจ์เป็นตลาดสัญญาที่กำหนด (Designated Contract Market, DCM) ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) คราเคนระบุว่าดีลนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านอนุพันธ์ในสหรัฐฯ
เพย์วอร์ดเร่งจังหวะการเข้าซื้อกิจการมากขึ้นในปี 2026 โดยวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เข้าซื้อ แมกนา (Magna) เพื่อเสริมฟังก์ชันบริหารวงจรชีวิตของโทเคน ทั้งการล็อกและปลดล็อกโทเคน (vesting) การเคลม และการกระจายโทเคน ทั้งนี้เปิดเผยเฉพาะการเข้าซื้อ แต่ไม่เปิดเผยมูลค่าดีล
วันที่ 17 เมษายน เพย์วอร์ดประกาศเข้าซื้อ บิตโนเมียล (Bitnomial) ด้วยมูลค่าสูงสุด 550 ล้านดอลลาร์ และปิดดีลเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม บิตโนเมียลเป็นบริษัทที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านอนุพันธ์สินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจาก CFTC ในสหรัฐฯ
ด้านโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน เพย์วอร์ดประกาศเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมว่าจะเข้าซื้อ รีป (Reap) ด้วยมูลค่าสูงสุด 600 ล้านดอลลาร์ และปิดดีลเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม บริษัทระบุว่าการเข้าซื้อรีปช่วยเสริมความสามารถด้านการออกบัตรและการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์
ส่วนการเข้าซื้อ แบ็คด์ (Backed) เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2025 โดยคราเคนระบุว่าหัวใจของดีลนี้คือการรวมการออก การกระจาย และการชำระราคาของ เอ็กซ์สต็อกส์ (xStocks) เข้าไว้ด้วยกัน อย่างไรก็ตาม มูลค่าการเข้าซื้อแบ็คด์และแมกนาไม่ถูกเปิดเผย ทำให้ตัวเลข 'ราว 3 พันล้านดอลลาร์' ที่สื่อต่างประเทศบางแห่งระบุเป็นยอดรวมการเข้าซื้อทั้งหมด ใกล้เคียงกับตัวเลขประมาณการที่รวมดีลซึ่งไม่เปิดเผยมูลค่าเข้าไปด้วย มากกว่าจะเป็นยอดรวมที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ
ผลประกอบการของเพย์วอร์ดเป็นอีกปัจจัยหนุนกลยุทธ์ขยายธุรกิจนี้ บริษัทเปิดเผยรายได้ปรับปรุงแล้วประจำปี 2025 อยู่ที่ 2.2 พันล้านดอลลาร์ กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted EBITDA) 531 ล้านดอลลาร์ และมูลค่าการซื้อขายรวมบนแพลตฟอร์ม 2 ล้านล้านดอลลาร์ ก่อนหน้านี้ทีมข่าวเคยรายงาน แนวโน้มรายได้และมูลค่าการซื้อขายของคราเคนในไตรมาส 2 ปี 2026 ไปแล้ว
ดอยช์เบิร์เซอ กรุ๊ป (Deutsche Börse Group) เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2026 ว่าเข้าซื้อหุ้น 1.5% ของเพย์วอร์ด ด้วยมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ ดีลนี้เป็นธุรกรรมซื้อขายหุ้นในตลาดรอง (secondary transaction) ที่สะท้อนมูลค่าบริษัทเพย์วอร์ดไว้ที่ราว 1.33 หมื่นล้านดอลลาร์
ในทางกลับกัน ดีลบิตโนเมียลและรีปอ้างอิงมูลค่าหุ้นเพย์วอร์ดที่ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ตัวเลข 1.33 หมื่นล้านดอลลาร์และ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ มาจากบริบทที่ต่างกัน คือการซื้อหุ้นเดิมกับกระบวนการเข้าซื้อกิจการและระดมทุน จึงยากจะนำมาเทียบกันโดยตรง
การเข้าซื้อกิจการเหล่านี้มีนัยสำคัญตรงที่เป็นการดึงบริษัทที่มีใบอนุญาตกำกับดูแลอยู่แล้วเข้ามารวมไว้ในเครือ นินจาเทรดเดอร์ให้ฐานเข้าสู่ตลาดสัญญาล่วงหน้าสหรัฐฯ สมอลล์ เอ็กซ์เชนจ์ให้สถานะ DCM ภายใต้ CFTC บิตโนเมียลเสริมโครงสร้างพื้นฐานอนุพันธ์สินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ ส่วนรีปทำหน้าที่เชื่อมการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์เข้ากับการออกบัตร
ตลาดสัญญาที่กำหนด (DCM) คือตลาดที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลในสหรัฐฯ ซึ่งสามารถจดทะเบียนและซื้อขายสัญญาอนุพันธ์มาตรฐาน เช่น สัญญาล่วงหน้าและออปชัน หากตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลต้องการขยายไปสู่อนุพันธ์ การชำระเงิน การรับฝากสินทรัพย์ และสินทรัพย์โทเคไนซ์ ก็จำเป็นต้องมีระบบเคลียริ่ง การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการรับฝากสินทรัพย์ควบคู่ไปกับฟังก์ชันการซื้อขาย การเข้าซื้อกิจการช่วงหลังของคราเคนจึงเน้นไปทางการถือครองฟังก์ชันเหล่านี้ไว้เองมากกว่าการพึ่งพาพันธมิตรภายนอก
ส่วนกำหนดการเข้าตลาดหลักทรัพย์ยังไม่มีความชัดเจน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ว่าคราเคนยื่นเอกสารขอเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ (IPO) ในสหรัฐฯ แบบไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ก่อนที่จะมีรายงานในเดือนมีนาคม 2026 ว่าแผนการเข้าตลาดถูกระงับไว้ก่อน
อาร์จุน เซธี (Arjun Sethi) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของเพย์วอร์ดและคราเคน ให้สัมภาษณ์กับ คอยน์เดสก์ (CoinDesk) เมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 ว่าความพร้อมสำหรับการเข้าตลาดอยู่ที่ \"about 80% ready\" หรือราว 80% คำพูดนี้สะท้อนว่ากระบวนการเตรียมความพร้อมยังดำเนินอยู่ แต่ไม่ได้ระบุกำหนดเวลาที่แน่ชัดหรือเงื่อนไขการเสนอขายหุ้นแต่อย่างใด
เพย์วอร์ดยังยื่นขอใบอนุญาตจัดตั้ง เพย์วอร์ด เนชั่นแนล ทรัสต์ คอมพานี (Payward National Trust Company) ต่อสำนักงานผู้ควบคุมเงินตราสหรัฐฯ (OCC) เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2026 ทิศทางนี้ชี้ให้เห็นความพยายามรวมธุรกิจตลาดซื้อขาย สัญญาล่วงหน้า อนุพันธ์ การชำระเงิน การรับฝากสินทรัพย์ และสินทรัพย์โทเคไนซ์ไว้ในโครงสร้างเดียว อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์รวมหลายบริษัทเข้าด้วยกันพร้อมกันเช่นนี้ ผลลัพธ์ที่แท้จริงอาจขึ้นอยู่กับความเร็วในการผนวกรวมด้านเทคโนโลยีและการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล
ความคิดเห็น 0