เทเธอร์ผู้พัฒนาเหรียญสเตเบิลคอยน์ ยูเอสดีที(USDT) ยืนยัน ‘ความเป็นผู้นำในตลาด’ อีกครั้ง หลังเปิดเผยว่าการทำธุรกรรมของ USDT มีสัดส่วนถึง *40%* ของค่าธรรมเนียมบนเชนที่เกิดขึ้นใน 9 เครือข่ายบล็อกเชนหลัก
เปาโล อาร์โดอิโน(Paolo Ardoino) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเทเธอร์ กล่าวว่า ความนิยมของบิตคอยน์(BTC) แบบมีเสถียรภาพอย่าง USDT นั้นกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องบนเครือข่ายสำคัญ เช่น อีเธอเรียม(ETH), โซลานา(SOL) และ โตรอน(TRX) โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งกำลังเผชิญกับ ‘ปัญหาเงินเฟ้อ’ และ ‘ความไม่มั่นคงด้านการเงิน’ เขากล่าวว่า USDT กำลังทำหน้าที่เป็น *ฐานรากของการเงินดิจิทัล* อย่างแท้จริง
เทรนด์นี้ชี้ให้เห็นว่า *สเตเบิลคอยน์* กำลังกลายเป็นแกนกลางของโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก มากยิ่งขึ้น ถึงแม้หลายประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ จะเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมคริปโต แต่ประเทศกำลังพัฒนากลับมี ‘ความต้องการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีราคาถูกและเสถียร’ อย่างเห็นได้ชัด โดยประชาชนในประเทศเหล่านี้เริ่มนำ USDT ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ต่างจากวิธีใช้เงินสดในอดีต
อาร์โดอิโนระบุว่า จุดแข็งของเทคโนโลยีบล็อกเชนซึ่งรวมถึง *ค่าธรรมเนียมที่ต่ำ*, *ความเร็วในการทำธุรกรรม* และ *ความเชื่อถือได้สูง* กำลังเสริมสร้างสถานะให้กับเหรียญ USDT ในหลายพื้นที่ที่ระบบการธนาคารดั้งเดิมเข้าไปไม่ถึง เขาเชื่อว่า ยิ่งในพื้นที่ที่เข้าถึงระบบการเงินได้ยาก บล็อกเชนและสเตเบิลคอยน์จะยิ่งกลายเป็น ‘ช่องทางหลักในการชำระเงิน’ และมีแนวโน้มว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็น *ผู้นำในตลาดการชำระเงินระดับโลกยุคถัดไป*
ปัจจุบัน USDT ครองส่วนแบ่งมากถึง *61%* ของปริมาณสเตเบิลคอยน์ทั่วโลก โดยมีมูลค่าการหมุนเวียนมากกว่า *163.8 พันล้านดอลลาร์* หรือราว *227.2 ล้านล้านวอน* ซึ่งถือว่ามีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งอย่างชัดเจนทั้งในแง่ความเชื่อมั่นของตลาดและการใช้งานจริง
*ความคิดเห็น*: สถิติเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า สเตเบิลคอยน์ไม่ใช่เพียงเครื่องมือการเก็งกำไรในโลกคริปโตอีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาเป็น ‘เครื่องมือการชำระเงินที่เชื่อถือได้’ โดยเฉพาะในประเทศที่ระบบการเงินเปราะบาง
ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมคริปโตยังเปรียบเทียบ ‘สเตเบิลคอยน์’ ว่าเป็นเหมือน *ChatGPT แห่งโลกดิจิทัลไฟแนนซ์* เพราะช่วยลดความซับซ้อนของการใช้คริปโตในชีวิตจริง และกลายเป็นรากฐานสำคัญของการเงินแบบเปิด อาร์โดอิโนเชื่อว่า “มีประชาชนหลายล้านคนทั่วโลก ใช้ USDT เพื่อรักษามูลค่าทรัพย์สินของตนเอง” และยังคาดการณ์ว่า สเตเบิลคอยน์จะยังคงทำหน้าที่ *เป็นเสาหลักของระบบนิเวศคริปโตต่อไปในอนาคต*
ความคิดเห็น 0