ปีเตอร์ แบรนด์ท(Peter Brandt) นักลงทุนคริปโตระดับตำนาน ออกโรงวิจารณ์วัฒนธรรม ‘HODL’ ของชุมชนบิตคอยน์(BTC) ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยแสดงความคิดเห็นรุนแรงว่า "พวกเขาส่วนมากก็แค่ยืมเงินเพื่อไปซื้อพิซซ่ากิน" ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์อย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์
แบรนด์ทระบุว่า บิตคอยน์เป็นเพียง ‘สินทรัพย์ธรรมดา’ ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ควรจะนำมาวางไว้เป็นศูนย์กลางชีวิต พร้อมทั้งเตือนว่า ผู้ที่เชื่อว่าบิตคอยน์จะ ‘แก้ปัญหาทุกอย่างในชีวิต’ มีแนวโน้มจะต้องเผชิญกับความผิดหวังครั้งใหญ่ โดยเขาเรียกร้องให้เกิดการมองสินทรัพย์ดิจิทัลในเชิงยุทธศาสตร์และมีเหตุผลมากขึ้น
จุดเริ่มต้นของข้อถกเถียงครั้งนี้เกิดจากการที่แบรนด์ทเปิดศึกวิวาทะกับกลุ่มผู้ถือครองบิตคอยน์ในโซเชียล เขากล่าวว่าเขา "สุดจะทน" กับพฤติกรรมของกลุ่มผู้ศรัทธาที่ยกบิตคอยน์เป็นดั่งศาสนา และกำลัง ‘บิดเบือนมูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์’ จนส่งผลให้ ‘ภาพลักษณ์ของตลาดแย่ลง’
*ความคิดเห็น*ของเขาสร้างปฏิกิริยารวดเร็วในกลุ่มนักลงทุนออนไลน์ บางคนโจมตีว่าแบรนด์ทเป็น ‘เพียงคุณลุงจอมบ่น’ แต่ขณะเดียวกันก็มีผู้ใช้อีกจำนวนหนึ่งที่ระบุว่า พฤติกรรมการลงทุนแบบสุดโต่งและ*ไร้เหตุผล* กำลังกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อตลาด โดยเฉพาะในช่วงที่คริปโตยังอยู่ในระยะสร้างความเชื่อมั่น
ไมเคิล เซย์เลอร์(Michael Saylor) ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครสเตรตจี ก็ได้แสดงความเห็นต่อประเด็นนี้ โดยตอบกลับโพสต์ของแบรนด์ท เขาระบุว่าบิตคอยน์คือ “สินทรัพย์ที่สร้างบนเครือข่าย ควบคุมด้วยโปรโตคอล และหยั่งรากในอุดมการณ์” ซึ่งสะท้อนว่า การมองมูลค่าของบิตคอยน์ควรก้าวข้ามความคาดหวังราคาเพียงอย่างเดียว
กรณีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องอารมณ์ส่วนตัวของนักลงทุนรุ่นใหญ่ แต่สื่อถึง ‘ความเสี่ยงในวัฒนธรรมการลงทุนในบิตคอยน์’ ที่อาจสะสมจนกลายเป็นปัญหาต่อเสถียรภาพของตลาด การมีวิจารณญาณและความเชื่ออย่างมีเหตุผล จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญมากกว่าการศรัทธาแบบไร้เงื่อนไข
ความคิดเห็น 0