ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร อนุญาตให้รวม *คริปโตเคอร์เรนซี* เข้าไว้ในกองทุนเกษียณ 401(k) ตามคำแถลงเมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) โดยเป็นนโยบายแรกที่สะท้อนการสนับสนุนวงการคริปโตอย่างเป็นรูปธรรม และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเข้าสู่กระแสหลักของสินทรัพย์ดิจิทัล
คำสั่งดังกล่าวสั่งการให้กระทรวงแรงงานพิจารณาทบทวนแนวทางปฏิบัติด้านหน้าที่ของผู้ดูแลกองทุนตามกฎหมาย ERISA ซึ่งครอบคลุมโครงการ 401(k) และระบบเงินบำนาญแบบกำหนดเงินสะสม โดยเน้นว่า *บิตคอยน์(BTC)* และสินทรัพย์ทางเลือก เช่น หุ้นนอกตลาดและอสังหาริมทรัพย์ สามารถเป็นทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มผลตอบแทนอย่างมีประสิทธิภาพ
ทำเนียบขาวระบุในแถลงการณ์ว่า คำสั่งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของทรัมป์ในการ *“ทำให้การเข้าถึงสินทรัพย์ทางเลือกเป็นประชาธิปไตย”* สำหรับผู้ถือครอง 401(k) และเป็นก้าวแรกในกลยุทธ์ที่จะผลักดันให้สหรัฐกลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลโลก ทั้งยังตีความได้ว่าเป็นความพยายามเปลี่ยนแปลงระบบการเงินแบบดั้งเดิม
ตลาดตอบรับทันทีหลังคำสั่งถูกประกาศ โดย *บิตคอยน์(BTC)* พุ่งขึ้นกว่า 2% แตะระดับ 117,000 ดอลลาร์ (ราว 1.62 ล้านบาท) ขณะที่ *อีเธอเรียม(ETH)* ก็ปรับตัวขึ้น 5% ดันมูลค่าตลาดรวมของสินทรัพย์คริปโตสูงถึง 3.93 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 5,464 ล้านล้านบาท) และส่วนแบ่งตลาดของบิตคอยน์ใกล้แตะ 60% อีกครั้ง
ทรัมป์เคยกล่าวอย่างต่อเนื่องในหลายเวทีว่า สหรัฐควรมอง *เทคโนโลยีคริปโต* เป็นหัวใจของนวัตกรรม มิใช่ควบคุมด้วยกฎระเบียบแต่ควรเปิดพื้นที่สร้างโอกาส ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมชี้ว่า คำสั่งนี้นับเป็น ‘จุดเริ่มต้น’ ของแผนงานด้านคริปโตของรัฐบาลทรัมป์ และจะนำไปสู่การเสนอร่างกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อรับรองบทบาทของสินทรัพย์ดิจิทัลในระบบการเงินหลัก
แม้ยังไม่มีการเปิดเผยไทม์ไลน์การปรับแนวทางปฏิบัติจากกระทรวงแรงงานอย่างชัดเจน แต่ *ทิศทางของคำสั่งฝ่ายบริหารครั้งนี้ชัดเจนว่าเป็นการปูทางไปสู่การทำให้การลงทุนในคริปโตถูกกฎหมายและมีระบบรองรับ* หากนโยบายรัฐและตลาดสอดประสานกันอย่างเหมาะสม อนาคตที่ชาวอเมริกันถือครองคริปโตเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สินเพื่อการเกษียณอาจอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
ความคิดเห็น 0